วันที่ อังคาร ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเล่าหลังม่านรัฐประหาร “ตาข่ายฟ้า” “แค้นฟ้าสั่ง” (พ.ศ.2547-2550)


 “เจตนาของฟ้า..ไม่แน่นอน

เจตนาของฟ้า..ยากหยั่งคะเน

เจตนาของฟ้า..ก็ยากยิ่งจะเชื่อถือ

แต่มีผู้ใดปฏิเสธ..ไม่ยอมเชื่อโดยสิ้นเชิงได้”

(โก้วเล้ง/ตาจำพราก)

“แค้นฟ้าสั่ง” (พ.ศ.2547-2550)

บทที่ 1 จอมดาบพเนจร

“จอมยุทธคาบไปป์” มิอาจไม่เชื่อว่าชะตาจักต้องให้เขาชักดาบ ”แค้นฟ้าสั่ง” มิอาจไม่นึกไม่คิดชีวิตเขา จักต้องลืมคุณธรรมน้ำมิตรสำหรับบางคนแม้นจอมยุทธคาบไปป์ เข้าใจถึง “เจตนาของฟ้า” แต่ก็มิอาจเชื่อใน “เจตนาของฟ้า”

หากวันนี้ จอมยุทธเฒ่า Delete ความทรงจำได้ เขาจักไม่ให้ “เกมยึดอำนาจ 19 กันยา” เกิดขึ้น เพื่อให้ใครบางคนได้เสวยสุขถึงวันเวลาจะผ่านเลย ฟันฟางหักวิ่นตามวัย แต่จอมยุทธปากดำยังจำแม่น! จำได้ถึงวันที่ “จอมดาบพเนจร” ปรากฏกายขึ้นยุทธจักรบู๊ลิ้ม!

"โธ่,มันไม่น่ามาจากลอนดอนเลย.." จอมยุทธสบถ พลางทอดตามองแผ่นฟ้ากว้าง นึกเห็นคืนวันแห่งการสัประยุทธ์อันยาวนานข้ามปี

กลางวสันต์ผยอง พ.ศ.ประชาทักษิณ ณ ร้านอาหารศรแดง เมธาวลัย อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อันเป็นแหล่งชุมนุมเจ้ายุทธจักรนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน

บ่ายวันนั้น “เอกยุทธ” จอมดาบหิมะไร้รอย ผู้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเกาะสิงโตคำราม นั่งอยู่ท่ามกลางนักวิชาการ นักธุรกิจ เอ็นจีโอ ส.ว.ผู้เลอเกียรติ

ผู้ร่วมโต๊ะอาหารหลายคนรู้สึกงงๆ บางคนจำเขาได้ เพราะอดีตเจ้าพ่อแชร์เป็นตราประทับที่ยากจะลบทิ้ง“บัณฑิตมีดสั้น” นักวิชาการชื่อดัง ที่เคยเป็นผู้นำนักศึกษา 14 ตุลา ผู้ผ่านการเล่นเกมอำนาจ เมื่อสามทศวรรษที่แล้ว เป็นผู้ชักนำจอมดาบพเนจรให้มาพบมิตรสหาย“คุณเอกยุทธมีเงินทุนไม่แพ้ทักษิณ อยากสร้างพรรคการเมืองใหม่ พรรคการเมืองของประชาชน..”

นั่นเป็นเหตุผลที่มีการพบปะพูดคุยกัน อันเนื่องจากเอ็นจีโอมีความฝันอันสูงสุดที่จะตั้งพรรคการเมืองทางเลือกใหม่มานานแล้ว และพรรคการเมืองนั้นมีจุดยืนอยู่ตรงข้ามกับพรรคของ “จอมยุทธ์ดาวเทียม”

การพูดจากันผ่านไปหลายชั่วโมง ก็ไม่มีอะไร นอกจากการนั่งฟังคำพูดอวดร่ำอวดรวยของจอมดาบ และบทสรุปก็เช่นเคย ไม่มีความคืบหน้า“มันมีตังค์จริงรึเปล่าวะ ไม่ใช่เข้ามาฟอกตัวเอง ผมน่ะกลัวจริงไอ้พวกนักเล่นแชร์”

“นักพรตสายเย็น” บอกกับสหาย ก่อนจะก้าวออกจากร้านศรแดงเมธาวลัย“ถ้ามันล้มทักษิณได้จริง ก็น่าจะร่วมกันสู้สักตั้ง..”

ความเห็นของ “นักพรตสายร้อน” ทำเอามิตรสหายชั่งใจคิด แต่ลึกๆก็อยากรอดูจอมดาบผู้นี้ไปอีกสักระยะจากร้านศรแดง จอมดาบไร้รอยแห่งลอนดอน ยังเดินสายไปกับเหล่าจอมยุทธอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ร้านอาหารไดนาสตี้ เซ็นทรัลลาดพร้าว

ในบรรยากาศอันอบอุ่น “เซียนไวน์พิฆาต” นักการเมืองรุ่นใหญ่ “บัณฑิตแซ่เหลา” และสหายนักวิชาการ(คนเดือนตุลา..โอ้ลัลล้า)หัวข้อที่พูดคุยก็ไม่หนีไปจากเรื่องการตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่มีเป้าหมาย “ล้มจอมยุทธเมืองเหนือ” มิเพียงแค่การพูดคุย จอมดาบยังร่วมคณะของ "เซียนไวน์พิฆาต" ไปเจรจาเรื่องตั้งพรรคกับ "จอมดาบสุริยันจันทรา" (ถุงเงินพรรคไทยลักไทย) ที่ร้านโฟร์ซีซั่นและร้านกำทอง กลางมหานครลอนดอน

แต่ข่าวรั่วถึงหูประมุขหญิงแห่งวังจันทร์ส่องหล้า แผนการลับจึงถูกเก็บพับ จอมดาบรู้สึกผิดหวัง แต่ยังไม่สิ้นความพยายามในการเดินสายเร่ขาย "แผนถล่มวังจันทร์ส่องหล้า"

จนกระทั่งราตรีหนึ่งเขาได้พบบรรดาผู้เยี่ยมวรยุทธ์ ณ ร้านอาหารชั้น 10 โรงแรมดุสิตธานี

"ผู้การมะโหนก" ที่เคยร่วมงานลับกับจอมดาบมาแล้วในยุทธการยึดเมือง "นัดแล้วไม่มา" มากับคนใกล้ชิด ไม่ออกความเห็นมาก แต่พร้อมให้การสนับสนุน!
"จอมยุทธคาบไปป์" ผู้เพียบพูนด้วยเล่ห์ และมากด้วยกลศึก!
"เจ้าสัวแซ่เลี่ยว" ผู้ก่อตั้งอาณาจักรทีพีไอ ที่ถูกจอมยุทธเมืองเหนือหักหลัง ด้วยการแย่งยึดทีพีไอไปครองอย่างแสบสันต์
"ขุนศึกหมวกแดง" อดีตนายทหารร่วมรุ่นของแม่ทัพบกคนเก่า ซึ่งในช่วงไคลแมกซ์ของยุทธการดับจันทร์ส่องหล้า เขามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อ "สัญญาณลับ" กับ "กลุ่มขันที" ผู้มากบารมี

ซึ่งในเบื้องแรกที่พูดคุยกัน เหล่าจอมยุทธเห็นชอบที่จะทุ่ม "ทุน" เข้าช่วยเหลือพรรคประชาทิกัด ในการเลือกตั้ง 48

ถัดจากนั้นไม่กี่วัน "เอกยุทธ" เปิดตัวด้วยเพลงดาบแฉแหลก! แฉขบวนการปั่นหุ้นของนักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาล และคนในตระกูลชิน

มันเป็นสีสันของข่าวการเมืองอันน่าตื่นเต้น

จอมดาบกลับมาแล้ว! กลับมาทำไม? ใครอยู่เบื้องหลัง?

..............

(โปรดติดตอนต่อไป)

โดย DeepThroat

 

กลับไปที่ www.oknation.net