วันที่ พุธ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แมวในพิธีการเกิด และพิธีแต่งงาน


     เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับมุมสว่างในความเชื่อที่เกี่ยวกับแมวในวัฒนธรรมอียิปต์ และในวัฒนธรรมญี่ปุ่น  จะเห็นได้ว่า  ผู้คนในสมัยโบราณต่างก็มีความเชื่อที่เกี่ยวกับแมวในแง่มุมบวกเรื่องต่างๆ นับว่า แมวเข้ามาผูกพันกับคติความเชื่อ และวิถีชีวิตของคน  ในวัฒนธรรมอียิปต์ ชาวอียิปต์ ก็ใช้แมวในการเฝ้าหนูที่คอยมากัดกินธัญพืชที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวไว้ในยุ้งฉาง  ทำให้ผู้คนต่างมีความเชื่อและยกย่อง แมวให้เป็นเทพเจ้าของชาวอียิปต์   สำหรับในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ก็มีความเชื่อว่า แมวเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี โดยเฉพาะแมวกวัก มักใช้วางไว้ในร้านขายของเพื่อกวักเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน ทำให้ขายดี

     ในวันนี้  วิฬารีขอนำเสนอเรื่องราวความเชื่อของแมวในวัฒนธรรมไทย  ซึ่งในวัฒนธรรมไทยก็นำแมวมาใช้ประกอบในประเพณี พิธีต่างๆอย่างหลากหลาย อาทิ พิธีแห่นางแมวขอฝน พิธีเกิด พิธีแต่งงาน เป็นต้น  ชาวไทยให้แมวเข้าร่วมในพิธีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนเรา  คือ การเกิดและการแต่งงาน  เมื่อเด็กอายุครบหนึ่งเดือนหนึ่งวัน  ครอบครัวจะจัดให้มีพิธีโกนผมไฟและพิธีลงอู่ (อู่ คือ ที่นอน) ในพิธีลงอู่ พ่อแม่จะนำเด็กลงเปลพร้อมกับของสามสิ่ง  ได้แก่ หินบดยา  ฟักและแมวคราว  มีความหมายว่า ให้เด็กใจคอหนักแน่นเหมือนหินบดยา  ให้เนื้อเย็น(จิตใจเย็น)เหมือนฟัก  และให้อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเหมือนแมวคราว (แมวคราว คือ แมวตัวผู้ที่มีอายุมากแล้ว มักจะนอนเฝ้าบ้าน ไม่ออกไปเตร็ดเตร่ที่ไหน) จนมีคำกล่าวว่า “ ให้เย็นเหมือนฟัก  หนักเหมือนแฟง  ให้อยู่เรือนเหมือนก้อนเส้า เฝ้าเรือนเหมือนแมวคราว ”

 

     ในประเพณีการแต่งงานของไทยก็ใช้แมวในการร่วมพิธีเช่นกัน  เมื่อถึงพิธีปูที่นอนเข้าหอของบ่าวสาว ก็จะวางของสามสิ่งนี้ได้แก่ หินบดยา  ฟักและแมวคราว  บนเตียงนอน เพราะมีความเชื่อว่า  ให้คู่ครองมีจิตใจอดทนหนักแน่น เหมือนหินบดยา  ให้มีความใจเย็นต่อกันเหมือนฟักแฟง  และให้อยู่เหย้าเฝ้าเรือนเหมือนแมวคราว ซึ่งเป็นแมวที่มีความนิ่งสงบ  เป็นผู้ใหญ่

    

หินบดยา

แมวคราว

ฟักแฟง

สิ่งของสามสิ่งนี้ใช้ประกอบในพิธีเกิดและแต่งงานค่ะ   พรุ่งนี้ วิฬารีจะกลับมาบอกเล่ากันต่อค่ะ สำหรับอีกพิธีซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชาวไทย ก็คือ พิธีแห่นางแมวขอฝน ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายยุคสมัยโปรดติดตามนะคะ 

 

โดย วิฬารี

 

กลับไปที่ www.oknation.net