วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดอยหลวงเชียงดาว ขุนเขาบาดอารมณ์ (ตอนที่ 2)


ความเดิมตอนที่ 1

อากาศหนาวเย็นในคืนแรก กำลังจะสิ้นสุดลง...
เวลาราวสักตีห้า ผมตื่น และลุกออกจากถุงนอนด้วยความยากลำบาก อากาศที่หนาวเหน็บ
ทำให้ร่างกายที่พ้นออกมาจากถุงนอนช่างแสนจะทรมาน (บรึ๋ยยยยย)
เรานัดกันว่า เช้านี้ จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดดอยหลวง ซึ่งเป็นยอดสูงสุด

คนอื่นเริ่มทะยอยตื่น ท่ามกลางเสียงบ่นถึงความหนาวเย็น (แต่ก็ชอบนะ อิอิ)
ไม่นานนัก ก็เริ่มตั้งขบวนเดินเพื่อขึ้นสู่ยอด จากอ่างสลุงถึงยอดสูงสุดระยะทางไม่ไกลนัก
เพียงแต่เส้นทางค่อนข้างชัน ที่ต้องใต่ระดับบ้าง ปีนป่ายบ้าง แสงขอบฟ้าเริ่มปรากฎชัดเจนขึ้น
เรื่อย ๆ พร้อมกับท้องฟ้าจากสีดำมืด แปรเป็นสีน้ำเงินเข้ม...และสว่างขึ้นทุกที...ทุกที

ขอบฟ้าเส้นสีแดงเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพวกเราเดินเข้าใกล้ยอดสูงสุด
บรรยากาศที่มองเห็นได้รายรอบตัว ทิศตะวันออกเป็นสันกิ่วลม ถ้ามองข้ามไป
เบื้องล่างคือตัวอำเภอเชียงดาว หากกลับหลังด้านตะวันตก เบื้องซ้ายคือดอยสามพี่น้อง
และเบื้องขวาคือดอยปิรามิด

ทะเลหมอกเบื้องล่าง เริ่มดูแน่นขึ้นเป็นสีขาวนวลตา ดวงอาทิตย์เริ่มอวดตัว
สาดแสงเจิดจรัส เพื่อบ่งบอกถึงวาระใหม่แห่งวัน ขุนเขาแห่งเชียงดาวที่งดงาม
ปรากฎตัวชัดแจ้ง ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ถึงแม้เช้านี้แดดจะร้อนแรง แต่บนยอด
ความสูงกว่าสองพัน การันตีถึงความหนาวเย็นสุดหัวใจ ลมแรงปะทะอยู่เนือง ๆ
ทำเอาหลายคนยืนไม่อยู่ ต้องหลบเร้นกายเข้าไปซุกระหว่างซอกหินปูน

โดยแรกทีเดียวพวกเรามากันเพียงแค่ 5 ชีวิต แต่มิตรภาพจากการเดินทาง ทำให้
พวกเรารวมทีมกันเที่ยว จากอีก 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีมา 3 คน และอีกกลุ่มหนึ่งมี
4 คน พวกเราเลยรวมกันเป็นทีมใหญ่ถึง 12 คน ดูอบอุ่นดีจริง ๆ ครับ อิอิ

เพื่อนสมาชิกบางคนนำหัวแก๊สกับหม้อสนามขึ้นมาด้วย พวกเราคนอื่นๆ  ก็เลยได้จิบกาแฟ
บนยอดดอยหลวง

มีความสุขจริง ๆ นะครับ จิบกาแฟแกล้มบรรยากาศสวยงาม
ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า มีทะเลหมอกขาวนวลอยู่เบื้องล่าง รายรอบด้วยขุนเขาหินปูน
รูปร่างสวยงามแปลกตาอยู่รายรอบ

คิดถึงเมื่อสิบปีก่อนครับ...ครั้งนั้นที่ยังไม่มีกฎระเบียบบังคับ พวกเราราว 20 ชีวิต
นอนเรียงเป็นปลาทูอยู่บนยอดดอยหลวงเชียงดาวแห่งนี้ มีแค่เพียงฟลายชีทผืนเดียว
ผูกสูงกว่าหัวเข่าเล็กน้อย แล้วใครจะนอนก็เอาตัวลอดเข้าไปข้างใต้ ซุกตัวลงถุงนอน
เนื่องจากพื้นที่บนยอดมีไม่มากนัก ไม่สามารถกางเต็นท์ หรือผูกเปลได้ รวมทั้งต้อง
กระจายกันนอนเป็นจุด ๆ รวมทั้งเผื่อพื้นที่บางส่วนเป็นห้องน้ำยามค่ำคืน แต่เวลานี้
คงไม่ได้แล้ว เพราะปัจจุบันทางเขตรักษาพันธุ์ฯ จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวนอนได้
บริเวณอ่างสลุงที่เดียวเท่านั้น และเหมือนว่าปีนี้ จะมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวแล้วด้วย

หลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารเช้า (กาแฟ+ขนมปัง) แกล้มด้วยบรรยากาศเป็นที่
เรียบร้อย แสงแดดเริ่มแรง บนนี้หาที่หลบแดดยากครับ ต้องรีบลง ไม่เช่นนั้นตัวเรา
ก็จะถูกแดดเผาจนไหม้เกรียม(อิอิ) มาที่อ่างสลุง นั่งเล่น นอนเล่น ทำอาหารกลางวัน
กินกัน หลังจากนั้นก็งีบ แล้วก็ตื่นมากินขนมบ้าง กาแฟบ้าง แล้วก็งีบต่อ อิอิ

ตกบ่าย เดินเที่ยวกันต่อ คราวนี้ขึ้นกิ่วลมกันบ้าง (จริง ๆ แล้วที่ถูกก็คือ เช้า ๆ ควรขึ้น
กิ่วลม สวนช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ ควรขึ้นยอดดอยหลวงครับ แต่พวกผมอยากแหวกแนวบ้าง
อิอิ คงไม่ว่ากันนะครับ) บนสันกิ่วลมยามเย็นก็สวยงามครับ เป็นสันเขาไม่กว้างมากนัก
เดินไปเรื่อย ๆ จนสุดหน้าผานั่นแหละครับ แล้วนั่งคอยพระอาทิตย์ตก มองเห็นดอยสาม
พี่น้อง อยู่แค่เอื้อม ผมชอบมองดอยสามพี่น้องครับ เพราะสวยแปลกตาดี

"หากฉันบิน ๆ ไปได้ดั่งนก...ฉันจะบิน ๆ ไปในนภา..."
เมื่อสิบปีก่อนเคยมีเพื่อนร่วมทริปคนหนึ่งร้องเพลงกล่อมเพื่อนคนอื่น ๆ
ตอนนั่งเล่นกันบนสันกิ่วลม มองลงไปที่ตัวอำเภอเชียงดาว
ยามที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า...
หลังจากเริ่มเพลงประโยคแรก หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มคลอเสียงตามเบา ๆ ไปเรื่อย
"โลกมนุษย์แสนกว้างใหญ่เหลือเกิน ยิ่งมองยิ่งเพลินจำเริญหัวใจ ..."

ค่ำวันนี้ พวกเรา (12 ชีวิต) หลังจากใช้ชีวิตร่วมกันในการเดินชมธรรมชาติ
มาแล้วราว  2 วัน 1 คืน ก็เลย ตัดสินใจที่จะ "รวมครัว" จากเดิมที่เคยต่างกลุ่ม
ต่างทำกินเอง คราวนี้นำวัตถุดิบที่แต่ละกลุ่มมี มารวมกัน แล้วช่วยกันทำกับข้าว
ดูคึกคัก อบอุ่น และเต็มไปด้วยมิตรภาพดีครับ บรรยากาศงดงามสำหรับค่ำวันนี้

หลายคนเริ่มบนกระปอดกระแปด ว่าเมื่อยขาจังเลย มันก็น่าจะจริงครับ เพราะตั้งแต่เช้า
ที่เดินขึ้นยอดสูงสุดกลับลงมาอ่างสลุง แล้วบ่ายเดินขึ้นสันกิ่วลม แล้วเดินลงมา (อิอิ)
แต่ผมว่าพรุ่งนี้เช้า ผมจะเดินขึ้นสันกิ่วลมอีกครับ ไปรำลึกบรรยากาศเก่า ๆ บนนั้น
แต่บางคนไม่ไหว ก็ไม่ว่ากัน...

หลังอาหารเย็น พวกเราได้มีโอกาสล้อมวงร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยน สาระบ้าง
ไร้สาระบ้างตามเรื่อง พรุ่งนี้พวกเราทั้งหมดได้เวลากลับ พวกเรา 5 คน
จะเดินลงทางเด่นหญ้าขัดเพื่อเดินทางไปแม่ตะมาน แต่อีก 7 คนที่เหลือ
จะเดินลงเส้นปางวัวเหมือนเดิม...

อีกคืนที่เรากลับมานอนที่อ่างสลุง ท่ามกลางการโอบกอดของ
ขุนเขาหินปูน ความหนาวเย็นที่ยังคงโอบล้อมทุกอนูผิว ค่ำคืนนี้เป็นคืน
เดือนมืด ดวงดาวเกลื่อนเต็มฟ้า สีขาวระยิบระยับเหมือนเกล็ดทราย
ที่ถูกโปรยลงบนผืนผ้าสีดำสนิท

เชียงดาว....ฤาเธอจะสูง...เพียงดาว....

โดย ลุงเอก

 

กลับไปที่ www.oknation.net