วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...ต่อสู้กับความกลัว...


คุณเคยเป็นไหม เวลาอยากทำอะไรสักอย่าง แต่ไม่กล้าลงมือทำ เพราะความกลัวนั่นกลัวนี่ สังเกตตัวเองว่าเวลาอยากทำในสิ่งที่ยังไม่เคยทำจะมีความกลัว

กว่าจะสลัดความกลัวออกไปได้ก็ยาก และต้องมีแรงบันดาลใจ ถึงจะลงมือทำ ครั้งหนึ่งอยากขี่จักรยานมาทำงาน เพราะบ้านกับที่ทำงานอยู่ห่างกันแค่ 5 กม.

แล้วรถก็แสนติด อีกอย่างจะได้ประหยัดค่ารถด้วย แถมได้ออกกำลังกายไปในตัว ก็ได้แต่คิด เพราะกลัวว่าจะไปหาที่อาบน้ำที่ไหน จะจอดรถตรงไหนดี จะแบกกระเป๋าไปอย่างไร

จะแพคเสื้อผ้าทำงานอย่างไรไม่ให้ยับ ไหนจะรองเท้าทำงานอีก ก็กลัวไปสารพัดอย่างคิดอยู่นานก็ไม่ได้ปั่นจักรยานไปทำงานสักที

จนเมื่อมีโอกาสไปเที่ยวเวียตนาม แล้วเห็นชาวเวียตนาม ใช้จักรยานได้คุ้มค่ามาก ขนสัมภาระได้เยอะมาก ฝนตกก็ยังขี่ได้

จักรยานสามารถแบกทั้งปืนและกระสอบได้

เพราะใส่ชุดกันฝน ก็ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะลงมือขี่จักรยานไปทำงานเสียที พอกลับจากเวียตนามก็ขี่จักยานไปทำงาน ก็ไม่เห็นมีอะไรยาก ถ้าเราลงมือทำจริงๆ

ช่วงแรกๆก็อาจเหนื่อยหน่อย และก็ค่อนข้างน่ากลัวเวลาปั่นขึ้นสะพาน เพราะต้องใช้แรงเยอะ แถมรถเมล์ก็ยังเบียดอีก ปั่นไปก็หวาดเสียวไป เพราะตัวเองเป็นคนกลัวที่แคบ จะไม่กล้าปั่นไปในที่แคบๆต้องลงจากเบาะ แล้วกระแท็กๆ ไป แต่ก็สนุกดี

เมื่อต้นปี 12 ม.ค.50 พรเกิดอุบัติเหตุ ตอนไปขี่ไนท์ทริปแถวนครอินทร์ เหตุเกิดเพราะขี่ลงสะพานมาอย่างเร็ว แล้วมองไปเห็นว่ามีทางแยกจากซ้ายมือก็กลัวว่าจะมีรถออกมาจากทางแยกนั้น เลยเบรคกระทันหัน

ผลปรากฏว่าตัวพุ่งหลาวไปข้างหน้า รู้สึกตัวอีกทีก็หน้าจะถึงพื้นแล้วก็ทำอะไรไม่ทันแล้ว รถจักรยานก็มาทับอยู่บนหลังพอดี ทำให้ฝ่ามือหัก ฟันหน้าหัก หน้าเป็นแผล


ถนนนครอินทร์ จุดเกิดเหตุ


ตอนล้มไปแล้ว เลือดไหลไม่หยุด ริมฝีปากแตก ฟันหน้าหัก

มือเพิ่งถอดเฝือก กระดูกตรงฝ่ามือตรงกับนิ้วก้อยหักยาว

จากเหตุการณ์นั้นก็ทำให้กลัวการขี่จักรยานตอนกลางคืนไปเลย อีกอย่างกระดูกที่ฝ่ามือก็ยังไม่ประสานกันดีเท่าไหร่ หมอบอกว่ามีโอกาสหักซ้ำ ถ้าไม่ระวัง ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี กระดูกถึงจะติดกันดี

น้องคนหนึ่งในกลุ่ม ก็จะชวนเสมอเวลามีทริปกลางคืนทุกศ.พรก็ผิดสัญญาเสมอ เพราะหลายๆอย่าง

1. เพราะยังกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ

2. ขี้เกียจ

3.ขาดแรงบันดาลใจ

4.กลัวปั่นตามเพื่อนไม่ทัน และกลัวปั่นไม่ไหว

ต่เมื่อศ.19 ที่ผ่านมา เขาก็นัดกันว่าจะไปศิริราช ไปลงชื่อถวายพระพร ก็เห็นว่าระยะทางไม่ไกล อีกอย่างก็ผิดนัดน้องมาไม่รู้กี่ทริปแล้ว

นัดกันใส่เสื้อเหลือง ทริป ศ.19 ต.ค.50

ทริปนี้ตอนแรกก็ว่าจะไม่ไปอีก แต่ก็ลุกขึ้นมาสลัดความกลัว ความขี้เกียจ ความง่วงเหงาเศร้าซึม ความไม่กระฉับกระเฉงออกไป โดยการวอร์มอัพ ออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย แล้วอาบน้ำรอน้องปั่นมารับที่บ้าน

ที่ต้องทำอย่างนั้น เพราะการขี่จักรยานตอนกลางคืนอันตรายกว่าขี่กลางวัน ถ้าเราไม่ตื่นตัวให้เต็มที่ ก็เกิดอุบัตเหตุได้ง่าย คราวนั้นที่เกิดอุบัติเหตุก็เพราะความประมาท และเฉื่อยชาเพราะความง่วงด้วย

ที่เล่ามาก็อยากให้เพื่อนๆลองลงมือทำสิ่งที่อยากทำ อย่ามัวแต่กลัวและรอเวลา จนไม่กล้าทำ ทำให้เราหมดโอกาสที่จะทำสิ่งที่ท้าทาย หรือสิ่งที่เราอยากทำ

โดย สิงห์มือซ้าย

 

กลับไปที่ www.oknation.net