วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เครื่องดนตรีโบราณฝั่งกัมพูชาที่เคยปรากฏในอีสานใต้ของไทย


       เครื่องดนตรีโบราณฝั่งกัมพูชาที่เคยปรากฏในอีสานใต้ของไทย

           จากความเดิมในเรื่องที่ผ่านมาเนียงอัปสรา  ปรากฏว่าผมเองได้ไปพบเรื่องราวของโรงเรียนอนุรักษ์สอนดนตรีโบราณโดยเฉพาะเครื่องสายเขมรโบราณ  ของโรงเรียนที่ชื่อ  "ศิลปะเขมรอมตะ"  ของประเทศกัมพูชา   โดยโรงเรียนแห่งนี้ได้มีการรวบรวมเหล่าบรรดาผู้มีความสามารถในทางดนตรีเขมรโบราณที่กำลังจะสูญหาย    กลับมารื้อฟื้นถ่ายทอดแก่ลูกหลานในชุมชนได้สืบต่อ   

        เรื่องราวรายละเอียดการก่อตั้งของโรงเรียน  การดำเนินงานแห่งนี้ผมเองไม่สันทัดเท่าไร  จึงไม่ขอกล่าวรายละเอียดอะไรมากนัก   แต่จะขอกล่าวถึงเรื่องราวรายละเอียดของดนตรีโบราณ  ที่โรงเรียนแห่งนี้รื้อฟื้นและทำการสอน ให้แก่เยวชนลูกหลานตลอดจนชาวต่างชาติ

          เรื่องราวที่น่าสนใจของโรงเรียนแห่งนี้คือ  การสอนดนตรีโบราณ  โดยเฉพาะดนตรีเครื่องสายชนิดหนึ่งคือ  กระเเสมูย(ลักษณะคล้ายพิณเปี๊ยะหรือพิณน้ำเต้าแต่มีสายเดียวเช่นพิณของชาวอินเดีย)   จะเป็ยดองเวียง(กระจับปี่)   เครื่องดนตรีดังกล่าวผมเองเคยเห็นในในแถบอีสานใต้เมื่อ20กว่าปีก่อนและได้รับการเล่าขานให้ฟังจากคนเฒ่าคนแก่ชาวเขมรในแถบนี้   ซึ่งในปัจจุบันนั้นกล่าวได้ว่าเครื่องดนตรีดังจะกล่าวไปนี้หายไปหมดสิ้นจากดินแดนแถบอีสานใต้ของประเทศไทย   ซึ่งผมเองได้เข้าไปพบข้อมูลเว็ปไชต์ของโรงเรียนแห่งนี้เห็นภาพการเล่นดนตรีดังกล่าวเกิดความตื่นเต้นและดีใจที่ยังเห็นเครื่องดนตรีดังกล่าวหลงเหลืออยู่และยิ่งไปกว่านั้นเครื่องดนตรีดังกล่าวถูกถ่ายทอดให้เด็กรุ่นหลังๆได้เรียน   นอกจากนี้โรงเรียนแห่งนี้ยังถ่ายทอดการเล่นเครื่องดนตรีอื่นๆที่กำลังจะสูญหายอีกด้วย

          จึงนำเรื่องราวดังกล่าวมานำเสนอทั้งนี้เพื่อให้เป็นการศึกษาเปรียบเทียบความคล้ายคลึงของเครื่องดนตรีเขมรทั้งในฝั่งประเทศไทยและเครื่องดนตรีของไทย    ขอนำท่านผู้สนใจเข้าสู่ ภาพการบรรยายการเรียนเครื่องดนตรีเขมรโบราณ  ของโรงเรียน "ศิลปะเขมรอมตะ"  ได้เลยครับ

                      

            เหล่าบรรดานักดนตรีและนักเรียน  ในโรงเรียนศิลปะเขมรอมตะ  ของเขมร

                          การดีดกระเเสมูยของเด็กหนุ่มนักเรียนชาวเขมร

กระเเสมูย(ลักษณะคล้ายพิณเปี๊ยะหรือพิณน้ำเต้าแต่มีสายเดียวเช่นพิณของชาวอินเดีย)  

                                      

                                                (ภาพจาก : www.thaioctober.com)

        ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 28 มกราคม 2472 วงกันตรึมที่ศรีขรภูมิเมืองสุริทร์แสดงหน้าพระพักต์ครั้นเมื่อกรม พระยาดำรงราชานุภาพเสด็จเยี่ยมชมปราสาทศรีขรภูมิ      ในภาพจะเห็นได้ว่าการประสมวงกันตรึมสมัยนั้นนอกจากจะมี  ตรัว(ซอกันตรึม หรือตรัวแอก(ซออู้ ) ตรัวอี๊(ซอด้วง)  กลองกันตรึม(สะกัวร)    ปี่อ้อ (เป็ยออ)  ฉิ่ง   ฉาบ  กรับ  ยังมีเครื่องดนดรีที่คนอีสานใต้ยุคปัจจุบันไม่มีการนำเข้ามาประสมวงคือ  กระเเสมูย (พินน้ำเต้า)    ซึ่งวงดนตรีวงนี้เข้าใจว่าน่าจะเป็นการประสมวงกันตรึมเข้ากับวงมโหรี    และถ้าเป็นวงดนตรีดังที่กล่าวมาสมัยนั้นถือว่าเป็นวงดนตรี ที่สมบูรณ์และใช้บรรเลงในระดับชนชั้นสูงก้เป็นได้   ปัจจุบันหาการประสมวงดังกล่าวได้ยาก   เพราะขาดคนมีความสามารถดีดกระเเสมูยในอีสานใต้ได้และถือว่าเครื่องดนตรีประเภทนี้ในอีสานใต้คงหายากมาก

    

นักดนตรีหนุ่มชาวกัมพูชาที่มีความสามารถในการสืบทอดการดีดเครื่องดนตรีที่เรียกว่า "จะเป็ยดองเวง(กระจับปี่)"เครื่องดนตรีชนิดนี้กษัตริย์เขมรทรงถวายแก่กษัตริย์ไทยรัชกาลที่  4  ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงเทพฯ   และในสมัยอดีดกระทั่งปัจจุบันในแถบอีสานใต้ของไทยเครื่องดนนี้ดังกล่าวยังปรากฏการเล่นอยู่น้อยมากมีให้พบเห็นก็เฉพาะการจ้างมาบรรเลงในงานศพเวลาพลบค่ำ  เช่น   ที่บ้านสะอาง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษยังมีผู้ที่สามารถดีจะเป็ยชนิดนี้ได้  ทราบว่างคงเหลือเเค่คนเดียว    และนอกจากนั้นยังพบ ในวงมโหรีของป้าพลอย  ในบ้านสะเดา  อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์   ซึ่งถือได้ว่าเป็นวงมโหรีที่มีลักษณะการประสมวงที่มีความคล้ายกับวงมโหรีของเขมรที่กัมพูชา  โดยเครื่องดนตรีบางชนิดมีลักษณะเหมือนเครื่องดนตรีของเขมร  บางชนิดมีลักษณะเป็นรูปสัตว์ตามชื่อเรียกของดนตรี  เช่น  กระปือ (จะเข้)   ถือได้ว่าเป็นวงมโหรีเขมรในประเทศไทยที่สมบูรณ์ที่สุดที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน

 วงมโหรีของป้าพลอย  ในบ้านสะเดา  อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งมีกระปือ(จะเข้)ทำเป็นรูปตัวจระเข้  ซึ่งไม่เคยพบที่ใดเลย

                   

เครื่องดนตรีในวงมโหรีป้าพลอย ซึ่งประกอบด้วย จะเป็ย(กระจับปี่)  กระปือ(จะเข้)  ซลัย(ปี่)  ตรัวจี้(ซอด้วง)  สะกัวร(กลอง)  กรับ   จีง(ฉิ่ง)  ฉาบ   ซึ่งมีลักษณะคล้ายวงมโหรีเขมรฝั่งกัมพูชา

                 

 จะเป็ย(กระจับปี่)ในวงมโหรีของป้าพลอย ในบ้านสะเดา  อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์  

                

                            การประสมวงมโหรีของป้าพลอยในวัฒนธรรมเขมรอีสานใต้

                                

ท่าน  Kong  nai  ผู้ที่มีชื่อเสียงในการดีดจะเป็ยดองเวง(กระจับปี่)ที่ไพเราะที่สุดในกัมพูชา 

นักดีดจะเป็ยดองเวง(กระจับปี่)  ที่ชื่อ Kong  nai  ที่มีชื่อเสียงในการดีดจะเป็ยดองเวง(กระจับปี่)ร่วมกับการขับกล่อมบทร้องได้ไพเราะของกัมพูชาและเป็นที่รู้จักของนักดนตรีชาวต่างชาติ

        

                       นักดนตรีดีดจะเป็ยดองเวง(กระจับปี่)ของกัมพูชาอีกท่านหนึ่ง

การบรรเลง จะเป็ยดองเวง(กระจับปี่)  ประสมวงระหว่างชายหญิงโดยใช้บทร้องประกอบ  ซึ่งจะใช้บทร้องแตกต่างกันออกไปตามบริบทของงานที่แสดง 

 ท่าน   kong  nai   กำลังถ่ายทอดการดีดจะเป็ยดองเวง(กระจับปี่)แก่นักเรียนชาวเขมรและชาวฝรั่งต่างชาติ

นักเรียนชาวกัมพูชากำลังเรียนการ  ดีดจะเป็ย(กระจับปี่)  ซึ่งเป็นจะเป็ยอีกแบบหนึ่งที่มี   ด้ามสั้นและเล็ก

นักเรียนฝรั่งชาวต่างชาติที่เข้ามาเรียนดนตรี  การดีดจะเป็ยดองเวง(กระจับปี่)   ในประเทศกัมพูชา

การประสมวงของดนตรีที่เรี่ยกว่า  กระเเสมูย   กับเครื่องสาย ดนตรีชนิดอื่นของเขมร  และฝรั่ง

                            การประสมวงดนดรีเขมรของคนเขมรและนักเรียนฝรั่ง

นอกจากเครื่องดนตรีชนิดโบราณดังกล่าวแล้วที่โรงเรียนแห่งนี้ยังสอนเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆแก่นักเรียนของกัมพูชาเองและชาวต่างชาติด้วย 

    

            ครูรุ่นพี่กำลังสอนการสี   ตรัวเบ็ยกระเเส(ซอสามสาย)  ให้กับนักเรียนรุ่นน้อง

                           

                                 นักเรียนฝรั่งกำลังหัดสี    ตรัวเบ็ยกระเเส(ซอสามสาย)

ครูดนตรีกำลังถ่ายทอดวิชาการดีด  กระปือ(จะเข้)  ให้แก่เด็กนักเรียนสาวของกัมพูชา

    

                     บรรยากาศยามค่ำคืนที่ต้องจุดเทียนในการเรียนและซ้อมดนตรี

   

                                           นักศึกษาชาวฝรั่งกำลังนั่งรถไปเรียนดนตรี

                                     มาทร์เท่ห์ๆนักศึกษาชาวฝรั่งกับเครื่องดนตรีเขมร

ภาพแสดงการเปรียบเทียบเครื่องดนตรี ดังกล่าว

            

เครื่องดนตรีอินเดียในลักษณะเดียวกัน       เครื่องดนตรีที่เรียกว่า  กระเเสมูย(สายเดียว)

ที่เขมรเรียกว่า  กระเเสมูย             

                           

            พิณเปี๊ยะของล้านนาซึ่งมีลักษณะคล้ายกระเเสมูยของเขมรและอินเดีย

     

จะเป็ยดองเวงของเขมรกัมพูชา               จะเป็ยดองเวงของเขมรในประเทศไทย

    

 กระปือ(จะเข้)ของเขมรในประเทศไทย               กระปือ(จะเข้)ของเขมรกัมพูชา

ที่มาภาพ ; http://www.cambodianlivingarts.org/archive/photos/107

                   :  http://www.mapculture.org/coppermine/displayimage.php?album=lastup&cat=48&pos=2

                   :   http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin/2007/09/19/entry-1

โดย บรรณาลัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net