วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

NASA ยอมค้นหาแฟ้มลับบันทึกข้อมูล UFO ตกในสหรัฐ


หลังจากบ่ายเบี่ยงมานานเกือบ 50 ปี สำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) แถลงเมื่อวานนี้ (ศุกร์ที่ 26 ต.ค.50) ว่าจะค้นหาเอกสารสำคัญที่บันทึกเรื่องราวการพบเห็นยานบินลึกลับ (ยูเอฟโอ) ในเมืองเค็กส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อปี 2508 ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่นาซาพยายามต่อสู้ในชั้นศาลของรัฐบาลกลาง ดึงดันไม่ยอมเปิดแฟ้มเปิดเผยเรื่องราวที่วัตถุลึกลับลอยข้ามท้องฟ้าและตกลงในป่าใกล้เมืองแห่งนั้นมาตลอด

โดยบันทึกความจำของกองทัพอากาศฉบับหนึ่งเขียนว่า"ไม่พบสิ่งใด"ตลอดการค้นหาเมื่อคืนวันที่ 9 ธันวาคม 2508 ท่ามกลางรายงานข่าวว่า มีเจ้าหน้าที่นาซาหลายคนเข้าไปยังจุดตกของวัตถุลึกลับ ก่อนจะมีรถบรรทุกเคลื่อนย้ายวัตถุขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายลูกโอ๊คและมีขนาดเท่ารถตู้ออกไปจากที่เกิดหตุ

รายงานข่าวเผยว่า หลังจากที่ยูเอฟโอลำนั้นตกลงในป่า บรรดาผู้กระหายใคร่รู้ได้ขับรถเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ แต่ถูกทหารกั้นไม่ให้เข้าไป ขณะที่กองทัพอากาศได้ออกมาอธิบายเพียงว่า วัตถุที่ตกลงมานั้นเป็นดาวตก หรือ อุกกาบาต แม้ว่าเหตุการณ์ลึกลับจะผ่านพ้นไปเกือบ 50 ปีแล้ว แต่ผู้สนใจยูเอฟโอต่างไม่ยอมให้ข้อมูลเหล่านี้หายไปกับกาลเวลา นางเลสลีย์ คีน นักข่าวจากนิวยอร์ก ยื่นฟ้องนาซาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เพื่อขอให้นาซา เปิดเผยข้อมูลของเหตุการณ์นี้ โดยนางคีน ให้เหตุผลว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องของประชาชน เป็นเรื่องของเสรีภาพทางข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มยูเอฟโอจะสนใจเรื่องนี้หรือไม่ พร้อมเปิดเผยว่า สาเหตุที่ฟ้องนาซาแทนที่จะเป็นกองทัพนั้น เนื่องจากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว นาซาได้เปิดเผยเอกสารที่มีข้อมูลซึ่งเกี่ยวพันกับเหตุที่เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ประมาณเดือนมีนาคม 2550 ฝรั่งเศส เป็นประเทศแรกที่เปิดแฟ้มลับของตัวเองเกี่ยวกับยูเอฟโอ โดยองค์การอวกาศแห่งชาติฝรั่งเศส (CNES : Centre National d’Etudes Spatiales) ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวเว็บไซต์ www.cnes-geipan.fr  ซึ่งรวบรวมข้อมูลรายงานการพบเห็นวัตถุประหลาดบนฟากฟ้ากว่า 1,600 กรณี ตลอดช่วงเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา รายงานการพบเห็นวัตถุประหลาดบนฟากฟ้า และยังอัพเดตกรณีใหม่ๆ เข้ามาด้วย โดยได้จัดทำรายการกรณีที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดยิบ มีตั้งแต่เหตุการณ์ซึ่งเป็นกรณีชาวบ้านแหกตา ไปจนถึงเหตุการณ์ซึ่งแม้กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ผู้ไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ ก็ยังต้องอึ้งกิมกี่

เจอแบบนี้ในซอยเป็นต้องเผ่น...

เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับยูเอฟโอที่โด่งดังที่สุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2490 โดยสิ่งที่เชื่อว่าเป็นยูเอฟโอได้ตกลงที่ทะเลทราย ในเมืองรอสเวลล์ มลรัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา แต่ทางกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาอ้างว่าเป็นบอลลูนตรวจอากาศ ซึ่งก่อให้เกิดเป็นทฤษฎีสมคบคิดมากมาย

g

มีภาพหลุดการผ่าตัดมนุษย์ต่างดาวออกมาเมื่อหลายปี แต่ทั้งหมดต่อมาก็มีการแฉว่าเป็นภาพการจัดฉากเท่านั้น

นายเคนเนธ อาร์โนลด์ ชาวอเมริกัน ผู้บัญญัติ คำว่า UFO (Unidentified FlyinObject ) หมายถึง วัตถุบินลึกลับไม่สามารถระบุสัญชาติได้ อ้างถึงวัตถุบินลึกลับที่เขาพบเจอบนท้องฟ้า ว่าเคลื่อนไหวคล้ายจานที่ร่อนไปบนผิวน้ำ เมื่อปี พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) เขาเชื่อว่าเป็นยานมนุษย์ต่างดาว

                        +++จะเชื่อดีมั้ย+++

"แกรี แมคคินนอน" (Gary McKinnon) โปรแกรมเมอร์เตะฝุ่นบนเกาะอังกฤษ ผู้ที่ถูกสหรัฐฯ ตั้งข้อหาก่อการร้าย หลังจากใช้คอมพิวเตอร์บ้านๆ ล้วงข้อมูลทั้งเพนตากอนและนาซาทะลุทะลวง อ้างแค่อยากรู้ว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่ และอยากเห็นเทคโนโลยีนอกโลกที่กลาโหมสหรัฐฯ ซ่อนอยู่ แฮกเกอร์ที่สามารถเจาะเข้าสู่ฐานข้อมูลทางการทหารของสหรัฐฯ ทุกเหล่าทัพ และแถมด้วยองค์การอวกาศอันเป็นความลับสุดยอดได้

เขาบอกว่าแค่เสาะหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการมีอยู่จริงของมนุษย์ต่างดาวและวัตถุประหลาดจากนอกโลก แต่ระหว่าง 2 ปีที่เขากำลังค้นหาข้อมูล เกิดเจาะทะลุทะลวงเข้าสู่คอมพิวเตอร์ของเพนตากอน และองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐ


ทางการสหรัฐฯ แจ้งว่า แมคคินนอนสร้างความเสียหายถึง 700,000 ล้านเหรียญ อีกทั้งยังทำให้ระบบป้องกันที่สำคัญที่สุดเกิดเดี้ยงขึ้นชั่วคราว แม้ว่าจะมีการปรับปรุงและป้องกันหลังเกิดเหตุการณ์ 11 กันยาฯ ไปแล้ว และถ้าสอบสวนพบความผิดจริงตามข้อกล่าวหา แม็คคินนอน จะได้รับโทษจำคุก 70 ปี และปรับอีกมากกว่า 1.75 ล้านเหรียญฯ In February 2007 his lawyers argued against the ruling in an appeal to the High Court in London 

 แม็คคินนอน ยืนยันหนักแน่นว่าเขาไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ ให้แก่ระบบของเพนตากอนตามที่รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวอ้าง เพียงแค่เข้าไปหาข้อมูลที่ทางสหรัฐฯ ปิดปังเอาไว้..... ก็เท่านั้นเอง



เมื่อ 10 ปีที่แล้วแม็คคินนอนเริ่มฝึกวิชาแฮกเกอร์โดยใช้เพียงแค่หนังสือคู่มือแฮกเกอร์ เป็นจุดเริ่มต้นในการสอดแนมเข้าสู่เครือข่ายต่างๆ จนกระทั่งช่วงปี 2000-2001 เขาได้ลองใช้คอมพิวเตอร์จากบ้านที่เมืองฮอร์ซีย์ (Hornsey) ทางเหนือของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เจาะเข้าฐานข้อมูลของรัฐบาลและทหารสหรัฐฯ ด้วยโมเด็ม 56K โดยเขาใช้ชื่อในการแฮกว่า" โซโล"

แม็คคินนอน ยังคุยโม้ว่า การเจาะเข้าฐานข้อมูลของเพนตากอนนั้นไม่ยากเลย แม้กระทั่งมือใหม่หัดแฮกก็น่าจะทำได้และเมื่อเจาะเข้าไปถึงฐานข้อมูลแล้วกลับพบว่าระบบรักษาความปลอดภัยสุดยอดของสหรัฐฯ นั้นใช้โปรแกรมวินโดว์ของไมโครซอฟต์ที่ไม่มีความปลอดภัยเอาเสียเลย อีกทั้งยังไม่มีการใช้พาสเวิร์ดป้องกันแต่อย่างใด จากนั้นก็แค่ไปหาซื้อซอฟต์แวร์ที่วางขายอยู่ทั่วไปอย่างตามพันทิป และนำมาใช้สแกนหาเน็ตเวิร์กขนาดใหญ่ อย่างของทหาร เพื่อหาข้อมูลที่อาจจะเชื่อมโยงกับ     ยูเอฟโอ

เขาบอกว่าได้ทะลุทะลวงไปจนพบโครงการที่นำเทคโนโลยีจากมนุษย์ต่างดาวมาใช้จริง อีกทั้งเขายังพบข้อมูลนักวิทยาศาสตร์รายหนึ่งของนาซาที่รายงานว่าศูนย์อวกาศจอห์นสัน มีอุปกรณ์บันทึกภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง เอาไว้คอยจับภาพยูเอฟโอหลังจากพบร่องรอยบนท้องฟ้า ซึ่งแม็คคินนอนก็จัดการล้วงข้อมูลเป็นที่เรียบร้อย


"สิ่งที่ผมเห็นน่าจะเป็นดาวเทียมหรือไม่ก็ยานอวกาศ แต่ลักษณะแบบนั้นไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนมันเหมือนกับชิ้นเหล็กท่อนใหญ่ที่ไม่มีตำหนิใดๆ เลย และน่าจะอยู่ใต้ผืนโลก อีกทั้งไม่มีรอยต่อของวัตถุหรือหมุดยึดตัววัตถุแต่อย่างใด"

โดย Goojoe

 

กลับไปที่ www.oknation.net