วันที่ อังคาร ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความสวยงามของวัดอุโมงค์


เยี่ยมชม “วัดอุโมงค์ฯ ” กับมัคคุเทศก์น้อยในวันหยุดโรงเรียน

สวนพุทธธรรม-กัลยานมิตรธรรม สวนโมกขพลาราม

สถานปฏิบัติธรรมและโบราณสถานสมัยพระเจ้ามังรายมหาราช อายุกว่า 700 ปี

 

          .....  นักท่องเที่ยว หรือคนที่เดินทางมา จ.เชียงใหม่       ส่วนใหญ่คุ้นเคยและมักจะเดินทางมานมัสการพระธาตุดอยสุเทพ และอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย    แต่มีน้อยคนนักที่มาย่าน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่  จะรู้ว่า ด้านหลัง ม.เชียงใหม่  มีวัดและโบราณสถานเก่าแก่ที่น่าสนใจเข้าไปเที่ยวชมอย่างยิ่ง 

                วัดอุโมงค์เถรจันทร์ และสวนพุทธธรรม อันกว้างขวาง   ซึ่งมีประวัติศาสตร์และความเป็นมาที่ยาวนานกว่า 700 ปี ตั้งแต่สมัยพระเจ้ามังรายมหาราช อยู่ห่างจากถนนใหญ่เข้าไปประมาณเกือบ 1 กม.  เมื่อเข้าสู่ตัววัดจะพบกับสถานที่ปฏิบัติธรรมเต็มไปด้วยป่าทึบ ด้านในจะมีพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง แสดงเศียรพระพุทธรูปที่ชำรุด  สวยงามมาก  ต่อจากนั้นจะเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่  มีอุโมงค์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน

                ทุกวันจะมีมัคคุเทศศ์น้อยคอยต้อนรับ  หากใครต้องการข้อมูลการเที่ยวชม หรือ นำพาเที่ยวชมวัด  ซึ่ง ดช.ธวัชชัย  ตั้งเบญจมาพร อายุ 12 ปี   หรือ น้อง “ตี๋”  เป็นเด็กในชุมชนที่เข้ามาช่วยดูแลวัด และคอยบริการนักท่องเที่ยว

                เด็กคนนี้เรียนที่ โรงเรียนโป่งน้อย ย่านเดียวกับวัดอุโมงค์ฯ    ซึ่งน้องตี๋ต้องเดินเท้าเข้า-ออกระหว่างบ้านกับวัดแทบทุกวัน เพื่อช่วยงานกิจกรรมของพระและทำความสะอาดวัดที่นั่น   โดยจะคอยดูแลนักท่องเที่ยวในการเที่ยวชมโบราณสถานของวัด  ซึ่งแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมในวัดเกือบ 100 ราย

                หน้าที่ประจำของน้องตี๋ คือ คอยทำความสะอาดพระพุทธรูปในอุโมงค์  ดูแลธูปเทียนที่นักท่องเที่ยวนำมาสักการะทุกวัน  ซึ่งเขามีรายได้จากน้ำใจของนักท่องเที่ยววันละ 100-250 บาท  บางวันก็มีรายได้ถึงวันละ 300 บาท   ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะให้ครั้งละ 10 บาท ,20 บาท หรือ 50 บาทแล้วแต่จะให้ โดยไม่ได้เรียกร้องอะไร 

                เพราะความที่ น้องตี๋พยายามที่จะหาข้อมูลต่าง ๆ ของวัดและโบราณสถานของวัด เพื่อมาอธิบายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนทราบ  ซึ่งจุดเด่นของวัดอุโมงค์ฯ  คือ  ภายในจะมีภาพจำลองซึ่งเป็นภาพเขียนโบราณในอดีตติดอยู่  ซึ่งปัจจุบัน ของจริงลบเลือนไปหมดแล้ว

                สำหรับ “สวนพุทธธรรม” เป็นชื่อที่ ภิกขุ ปัญญานันทะ  ประธานสงฆ์วัดอุโมงค์  ในสมัยนั้น (พ.ศ.2492-2509)  ตั้งขึ้น  และเรียกสถานที่ป่าผืนใหญ่ที่ปกคลุมวัดร้างโบราณ  ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 150 ไร่  รวมเอาวัดไผ่ 11 กอ  ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้ามังรายมหาราช  รวมกับวัดอุโมงค์เถรจันทร์ และวัดอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้กัน อีก 4 วัดเอาไว้ด้วยกัน

                !!! ..... ต้นไม้ในสวนพุทธธรรมพูดกับคนได้....?

          สุภาษิต คติธรรมและคำคม เป็นเครื่องปรุงชีพให้มีค่า เพราะจะช่วยเตือนสติยามเผลอ ปลอบใจยามเศร้า ขู่กำราบใจยามซุกซนคะนอง เพิ่มกำลังใจยามรู้สึกท้อแท้  และเป็นเครื่องประคองชีวิตไปสู่ความเจริญ ดุจถนนอันเรียบมุ่งสู่นครหลวง ผู้มุ่งหวังความเจริญควรดำเนินตามสุภาษิตบัณฑิตตั้งไว้...

                ดังนั้น สวนพุทธธรรม จึงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและช่วยกันทำงานเผยแผ่ธรรม จึงมีการนำคติธรรมไปติดไว้ตามต้นไม้ เพื่อให้ผู้ที่เบื่อฟังคนพูดได้ฟังต้นไม้พูดโดยไม่มีเสียง และโดยไม่ต้องฟัง ขณะที่ยืนหรือนั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้นไม้ในสวน  ซึ่งเมื่อท่านเดินเข้าไปในสวนพุทธธรรม จะได้ยินเสียงต้นไม้พูดโดยไม่มีเสียงกับท่านเป็นระยะ ๆ   ดังเช่น   ต้นไม้บริเวณหน้าสำนักชาวพุทธ บอกว่า  “ทั้งอาหาร หยูกยา ที่อาศัย  คนได้ไป จากต้นไม้  นึกให้เห็น ถ้าทำลาย โค่นล้ม หมดร่มเย็น จะลำเค็ญ  เร่าร้อน  เป็นฟอนไฟ”  หรือ   “ความผิดเป็นครูก็จริง แต่อย่าทำผิดซ้ำ”   หรือ “ศักดิ์ศรีของผู้หญิง และเกียรติของลูกผู้ชายย่อมตั้งอยู่ได้ด้วยศีลธรรม”  เป็นต้น

                วัดอุโมงค์เถรจันทร์เป็นส่วนหนึ่งของ “สวนพุทธธรรม” มีภิกษุ ,ชี ,และอุสาบก อุบาสิกา จำนวนหนึ่งไม่มากนักอาศัยอยู่  ทำการศึกษาและปฏิบัติธรรม  อนึ่ง เมื่อพูดถึงในทางธรรมแล้ว วัดอุโมงค์มีความใกล้ชิดกับสำนักสวนโมกขพลาราม ที่ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี  โดยในปี 2491  พุทธนิคมได้อาราธนาท่านพุทธทาส ภิกขุ แห่งสวนโมกขพลารามไชยา และภิกขุ ปัญญานันทะ ขึ้นมาแสดงธรรมและพำนักที่เชียงใหม่  และได้จาริกไปปาฐกถาตามสถานที่ต่าง ๆ นอกเมืองและต่างจังหวัด ทั้งยังประกาศพระศาสนาจนเป็นผลดีแก่ประชาชน

ชาวพุทธทั่วพื้นที่ภาคเหนือจนถึงปัจจุบัน

                      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
**
**
**
--
0
**

 

โดย ปีศาจชายแดน

 

กลับไปที่ www.oknation.net