วันที่ พุธ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก


เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก

คำพังเพย คำสอนของคนรุ่นก่อน ยังคงใช้ได้เสมอสำหรับ generation x อย่างน้อยเยาวชนคนรุ่น ใหม่ที่ใส่ใจอย่างสูงกับคำว่า " เพื่อน " ด้วยสภาพสังคมที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีเวลาให้บุตรหลานน้อย โตมายังไม่ ทันไรก็ถีบส่งเข้าโรงเรียนแบกกระเป๋าใบโตซะแล้ว ด้วยเหตุนี้เพื่อนจึงมีความสำคัญต่อเด็กและเยาวชน เพราะ หัวอกเดียวกัน

" เพื่อน " สามารถทำให้เราถึงฝั่งฝัน ประสบความสำเร็จได้ และก็เพื่อนอีกเหมือนกันที่ทำให้เราดิ่ง เหว ตกนรก ถ้าพากันเมามัวอบายมุข หมกหมุ่นอยู่กับเสพติด ฉะนั้นสิ่งสำคัญอยู่ที่การเลือกคบเพื่อน และก็ต้อง ไม่ลืมว่า คนที่รักเราที่สุดไม่ใช่เพื่อน แต่เป็นคุณพ่อ คุณแม่ ของเรานั้นเอง

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่งมีลูกชายเป็นคนไม่รักดี ได้แต่ใช้จ่ายทรัพย์เที่ยว กิน เล่น เลี้ยง เพื่อนฝูง ไม่นึกทำมาหากิน พ่อแม่จะว่ากล่าวตักเตือนอย่างไรก็ไม่เชื่อฟัง

ในที่สุดเมื่อพ่อแม่ตายแล้วยิ่งกำเริบ ใช้เงินเลี้ยงเพื่อนเที่ยวเตร่ เสเพล ไม่นานเงินก็หมด เพื่อนฝูงที่เคย ล้อมหน้าล้อมหลังก็หายหน้าไปทีละคน อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนชวนไปกินเลี้ยงกันตามเคย โดยสั่งลูกเศษรฐีตกยากว่า ถ้าคิดจะไปกินเลี้ยงก็ให้เอาไก่ไปร่วมในการกินเลี้ยงด้วยหนึ่งตัว ลูกเศษรฐีอยากกินเลี้ยงมาก ถึงแม้จะไม่มีเงินแล้ว ก็ขวนขวายหาไก่ได้ตัวหนึ่ง จึงจัดการลวกน้ำร้อนถอนขน แล้วผูกห่อใบตองเตรียมที่จะไปร่วมงานเลี้ยง ครั้นเดิน มาตามทาง เพราะความเหนื่อยจึงแวะพักได้ต้นไม้ข้างทาง แล้วเผลอหลับไป บังเอิญมีอีกาตัวหนึ่งเกาะอยู่บนต้น ไม้นั้น ได้กลิ่นเนื้อโชยมาจากใบตอง จึงบินโฉบลงมาคาบห่อใบตองไปเขาจึงต้องไปงานกินเลี้ยงมือเปล่า

พอถึงบ้านเพื่อนที่นัดกินเลี้ยงก็เล่าให้เพื่อนฟัง แต่ไม่มีใครเชื่อในคำพูดของเขาเลย ต่างคิดว่า เขาไม่ มีปัญญาหาไก่มาจึงกุเรื่องแก้เก้อ แถมยังพูดจาเยาะเย้ยถากถางว่า ไม่มีปัญญาหาไก่มาแล้วยังไปโทษอีกาอีก

ลูกเศรษฐีทั้งเจ็บทั้งอาย ตัดสินใจไม่ร่วมวงกินเลี้ยงด้วยรีบเดินทางกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านแล้วก็ยังน้อย ใจไม่หาย นึกถึงความหลังที่ตนมั่งมีเงินทองผู้คนล้อมหน้าล้อมหลังที่ตนมั่งมีเงินทอง ผู้คนล้อมหลังเสียใจกิน ไม่ได้ นอนไม่หลับ ร่างกายก็ผ่ายผอมลง

ฝ่ายเทวดาพ่อแม่เห็นอาการของลูกก็อดสงสารเสียมิได้ จึงมาเข้าฝันลูกว่า นั้นแหละลูกเอ๋ย เมื่อพ่อแม่ ยังอยู่ก็ได้สอนเจ้านักหนาเรื่อง การใช้เงินทอง เมื่อยามลำบากยากจน ใครเขาจะมานับถือ พูดจริงก็เป็นหลอก ไปได้ ขอให้เจ้ารู้สึกตัว และทำตัวเสียใหม่ พ่อแม่จะช่วย

ในฝันนั้นเองลูกเศรษฐีก็คิดได้ จึงสัญญากับพ่อแม่ว่าต่อไปจะเลิกความประพฤติเดิมจะตั้งใจทำมาหากิน เลี้ยงตัวให้มีเงิน พอจะไม่ให้ใครมาดูถูกได้อีกต่อไป เมื่อเทวดาพ่อแม่ได้รับคำสัญญาจากลูกเช่นนั้นก็พอใจยิ่งนัก เมื่อลูกสัญญาว่า จะกลับตัวเป็นคนดี จึงได้บอกที่ซ่อนตุ่มเงินและตุ่มทองให้ในฝันนั้นเอง

พอตื่นขึ้นมาลูกเศรษฐีก็รีบไปขุดหาตุ่มเงินตุ่มทองก็พบจริงตามฝัน จึงนำเงินในตุ่มมาทำทุนตั้งหน้าตั้ง ตาทำมาหากินไม่นานก็กลับฟื้นตัวพอมีฐานะขึ้นอีก เพื่อนที่เคยหนีหาย ก็เริ่มกลับมาคบหาเพิ่มขึ้นทุกวันลูกเศรษฐี ยังจำวันที่เพื่อนฝูงเยาะเย้ยได้ไม่ลืม วันหนึ่งลูกเศรษฐีเห็นได้โอกาส จึงชวนเพื่อนมากินเลี้ยงกันอีกเหมือนเมื่อยัง ร่ำรวยหนก่อน เพื่อนฝูงต่างก็มาพร้อมหน้าพร้อมตา ขณะที่กินเลี้ยงอย่างครึกครื้นเฮฮาอยู่นั้น ลูกเศรษฐีได้นำมีด เหี้ยน ๆ เล่มหนึ่งมาให้เพื่อนดูพลางพูดขึ้นว่า

อัศจรรย์จริง ๆ มีดเล่มนี้เพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ แท้ ๆ ทิ้งไว้คืนเดียวหนูมากัดเสียจนเหี้ยนหมดเหลือเท่าเหลือ เท่านี้เอง

เพื่อนฝูงทั้งหลายเมื่อได้ยินก็รับคำเชื่อตามคำพูด บางคนก็ประสมโรงพูดว่า จริงเหมือนเพื่อนว่า หนู มันร้ายนัก มีดของเราก็เคยโดนเหมือน เหี้ยนเหมือนอย่างนี้ไม่มีผิด เพื่อนคนอื่นก็พูดว่า ใช่ คนละคำสองคำ

ลูกเศรษฐีเมื่อได้ยินดังนั้นก็คิดได้ว่า

ยามเมื่อเรายากจนคนดูถูก ถ้อยคำที่ทพูดไม่มีน้ำหนัก ถึงความจริงก็ยังไม่มีคนเชื่อ แต่เมื่อยามมั่งมีเงิน ทอง จะพูดอย่างไรจริงหรือเท็จไม่สำเร็จไม่สำคัญ คนย่อมยอมรับเชื่อถือ

ยามมั่งมี มากมาย มิตรหมายปอง

ยามมัวหมอง มิตรมอง เหมือนหมูหมา

ยามไม่มี มิตรเมิน ไม่มองมา

ยามมอดม้วย หมูหมา ไม่มามอง

โดย ความทรงจำสีจาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net