วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อวันพระเป็นวันหยุดราชการ ประเทศไทยจะได้อะไร


รวมเรื่องทั้ง 4 ขั้นตอนครับ

   ถ้าวันพระชาวไทย 90% ที่นับถือพุทธศาสนาพาลูกหลานเข้าวัด 

                 ประเทศไทยจะได้อะไรในอนาคต       

ตอนที่ 1 
ขออภัยที่จะต้องกล่าวถึงปัญหา หรือเรื่องลบๆก่อน เพราะเราต้องการแก้ปัญหาสังคมที่มีอยู่ในปัจจุบันให้หมดไป
ภาพที่เห็น(ส่วนมาก) 
เราได้พบได้เห็นการปฏิบัติตัวของคนไทย 
ที่นับถือพุทธศาสนามานาน ได้เห็นความแตกต่าง 
ของกริยามารยาท  คำพูดที่เปลี่ยนไปในท่าทาง 
ที่แข็งกร้าว ไม่อ่อนน้อม  เช่น 
ไม่มีการหลีกทางให้พระสงฆ์พร้อมยกมือพนมเมื่อพระสงฆ์เดินผ่าน 
ไม่มีเด็กไม่มีผู้ใหญ่ เช่น 
เมื่อเด็กเดินผ่านหน้าผู้ใหญ่ไม่มีการก้มหลัง 
เด็กเชื่อถือเพื่อนมากกว่าผู้ปกครอง เอาแต่ใจตนเองไม่ได้ดั่งใจ
จะแสดง อาการไม่พอใจผู้ปกครอง ขาดความเคารพผู้ใหญ่ 
จนพ่อแม่บางท่านบอกว่านี่คือลูกเทวดา 
เมื่อโตขึ้นเขาจะติดนิสัยกลายเป็นผู้ใหญ่เทวดา 
ไม่มีสัมมาคารวะกับใครทั้งสิ้น 
2.เราพบว่าสังคมไทยปัจจุบันเกิดปัญหาในกลุ่มผู้ใหญ่ 
ที่มีการศึกษาพูดจากันไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่ทุกคน 
มีการศึกษาและบางคนมีปริญญาบัตรคนละหลายใบ 
ทุกคนพยายามแสดงตัวว่าตนเองเก่งมีการศึกษาสูง 
พยายาม ใส่หน้ากากเข้าหากัน ชิงไหวชิงพริบซึ่งกันและกัน
แก่งแย่งชิงดีซึ่งกันและกัน อวดอ้างความรู้ ว่าชั้นคือ ดร.! 
ด้วยการพูดภาษาต่าง ประเทศแข่งกัน 
โดยที่ไม่มีใครรู้จักบาป บุญ คุณ โทษ นรก สวรรค์ ที่แท้จริง 
เพราะเรียนรู้แต่ปรัชญาตะวันตก ที่เขียนโดยนักโมติเวชั่น
ที่มีชื่อเสียงของชาวตะวันตก โดยยึดถือวัตถุนิยม เป็นหลัก
บางคน อ่านคำสั่งสอนของพระสงฆ์ผู้รู้จริงเช่นท่านพุทธทาส 
ก็ทำท่าว่าตนเองรู้ลึกซึ้งในพระธรรมคำสั่งสอน 
นำความรู้ในหนังสือของท่านมาสอนผู้อื่น 
ทั้งๆที่ไม่เคยศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของ 
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างจริงจังเลย 
(แม้แต่คำสั่งสอนของศาสนาอื่นก็ไม่รู้) 
ทำไม่ผู้ใหญ่จึงมีความคิดไม่ตรงกัน 
หลังจากครอบครัวในเมืองที่มีฐานะได้ส่งลูกหลานเข้าเรียน
ในโรง เรียนคริสต์เตียนของเอกชน ในระดับประถมศึกษามากขึ้น
โดยหวังว่าลูกหลาน จะเก่งภาษาอังกฤษ 
และทำให้เด็กเหล่านั้น ไม่มีโอกาสซึมซับและใกล้ชิดพระธรรม 
เมื่อโตขึ้นก็ส่งไปเรียนต่างประเทศที่มีวัฒนะธรรม ที่แตกต่างกันไป 
ทำให้เด็กไทยซึมซับสิ่งที่แตกต่างกัน ทำให้ห่างไกลพระธรรม มากขึ้น
ผลสุดท้ายก็เกิดการขัดแย้งในความคิดและแนวทางการบริหาร
การจัดการและการดำเนินชีวิต 
 (ไม่ได้ตำหนิศาสนาอื่น) 
และขอเตือนสติผู้คนที่อาสาเข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศไทย 
ที่มีประชากรนับถือศาสนาพุทธ 80-90% 
ว่าควรจะใช้คำสั่งสอนของพระธรรมในพุทธศาสนาอย่างไรจึงจะถูกต้อง
และมีประโยชน์ ต่อประเทศชาติสูงสุด 
ถ้าวันพระชาวไทย 90% ที่นับถือพุทธศาสนาพาลูกหลานเข้าวัดประเทศไทยจะได้อะไรในอนาคต
ตอนที่ 2 
ขออภัยที่จะต้องกล่าวถึงปัญหา หรือเรื่องลบๆก่อน เพราะเราต้องการแก้ปัญหาสังคมที่มีอยู่ในปัจจุบันให้หมดไป
เหตุที่ผู้ใหญ่และเด็กชาวพุทธขาดพระธรรม
เพราะหมดโอกาสเข้าวัดตั้งแต่เด็ก
(ใครทราบบ้างว่าประเทศไทยเรากำหนดให้วันเสาร์-อาทิตย์ เป็นวันหยุดราชการ พ.ศ.ใด ในสมัยที่ใครเป็นยายกช่วยแจ้งทีครับครับ)
หลังจากทางราชการกำหนดให้วันหยุดราชการ
เป็นวันเสาร์- อาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดสากล
โดยไม่ได้คำนึงถึงความสำคัญของคำว่า พ.ศ....ไม่เห็นความสำคัญ
ของวันพระที่ชาวพุทธได้ปฏิบัติกันมายาวนาน
ชาวชนบทจะหยุดวันพระไม่มีการใช้แรงงานสัตว์ให้สัตว์ปล่อยให้สัตว์
หยุดพัก 1 วัน หลังจากที่ใช้เขามา 6 วัน
พาตนเองและลูกหลานไปทำบุญตักบาตรที่วัด
หรืออยู่เฝ้าบ้านให้ผู้เฒ่าผู้แก่ไปถือศีลที่วัดในวันพระ
เพื่อเสริมสร้างบุญบารมีคลายเครียดสบายใจ
 ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาผู้ปกครองที่เป็นข้าราชการและ ประชาชนในเมืองใหญ่ๆเช่น กรุงเทพฯ อำเภอเมืองในทุกจังหวัด ก็เริ่มขาดโอกาสพาตนเอง ลูกหลาน ผู้เฒ่าผู้แก่เข้าวัดในวันพระ หมดโอกาสฟังเทศนากล่มเกลาจิตใจ
ขาดการศึกษาพระธรรมจากพระสงฆ์
ไม่เห็นภาพวาด บาป บุญ คุณโทษ นรก สวรรค์
ที่ฝาผนังศาลาการเปรียญ
มีโอกาสเพียงเข้าไปทำสังฆทาน ไหว้พระเมื่อมีทุกข์
หรือเพราะหมอดูสั่งให้ทำเท่านั้น
นั่นคือรัฐบาลได้วางพื้นฐานทำลายพุทธศาสนา
และเปลี่ยนแปลงคนไทยที่นับถือพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง
นำเขาเหล่านั้นออกห่างจากพุทธศาสนาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เป็นการปลูกฝังความเคยชินในสิ่งที่ไม่ถูกต้องมานานนับหลายสิบปี
จึงทำให้สังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เลวลง
อย่างเห็นได้ชัดขึ้นทุกวัน โดยที่รัฐบาลอาจจะรู้ไม่เท่าทันก็เป็นไปได้ 
เพราะไม่มีนายกท่านใด รัฐมนตรีท่านใด ปลัดกระทรวงวัฒนะธรรมท่านใด เห็นความสำคัญของวันพระเลย
แต่ที่น่าเศร้าใจมากที่สุดก็คือมหาเถระสมาคม
ไม่มีการเรียกร้องอะไรเลยทั้งๆที่รู้ทุกอย่าง
(ผมอาจจะเข้าใจผิดก็ได้เพราะไม่มีข้อมูลทางบวกครับ)
ผมเองมีความรู้เรื่องพุทธศาสนาน้อยมากเช่นกัน
ก็ผลพวงที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง แต่ผมยังนึกคิดขึ้นมาได้
แล้วผู้ที่มีความเข้าใจดีละ คิดอะไรได้บ้างหรือไม่
ถ้าวันพระชาวไทย 90% ที่นับถือพุทธศาสนาพาลูกหลานเข้าวัด
ประเทศไทยจะได้อะไรในอนาคต
ตอนที่ 3 
ขออภัยที่จะต้องกล่าวถึงปัญหา หรือเรื่องลบๆก่อน เพราะเราต้องการแก้ปัญหาสังคม
ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้หมดไป
เรื่องของศาสนาต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กจนแก่ตาย 
เรื่องของการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนานั้น
จะต้องทำการปลูกฝังฝึกฝนกันตั้งแต่เด็กๆจนถึงวันตาย
เพื่อให้เกิดการซึมซับเข้ากระดูกดำเลยที่เดียว
(ผมเห็นด้วยและชื่นชมกับการปลูกฝังให้เด็กๆและผู้ใหญ่เข้าถึงศาสนา
ของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามทั่วโลกนั่นคือความถูกต้อง)
ปัจจุบันนี้พุทธศาสนิกชนส่วนมากไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่
มีการศึกษา ไม่มีการศึกษา
ข้าราชการผู้น้อย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
เมื่อทำพิธีกรรมทางศาสนา ไม่ว่าที่วัด ที่บ้าน
ถ้าไม่มีมักทายก น้อยคนนักที่จะรู้ว่าขั้นตอน
การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
นั้นทำอย่างไร กล่าวคำอาราธนาศีลไม่ได้
กล่าวนำอะไรไม่ได้เลย กรวดน้ำไม่ได้
กล่าวคำถวายอะไรไม่ได้
ผมก็อีกคนหนึ่งที่ทำไม่ได้เช่นกันครับ
เรื่องการปลูกฝังฝึกฝนจะต้องทำกันอย่างต่อเนื่องขาดไม่ได้
หลาย คนอาจจะบอกว่าตอนนี้รัฐบาลก็กำหนดวันสำคัญ
ทางศาสนาแล้วไม้เห็นมีใครไปวัดกันเลย
ไปเที่ยวห้างไปร้านเหล้าเต็มไปหมด
ก็เขาขาดความเคยชินในการเข้าวัด เขาถือว่าเป็นวันหยุด
เพื่อเที่ยวดูวัฒนะธรรมการเข้าแถวตามสถานที่ต่างๆ
เมื่อก่อนเราจะแย่งกัน
ยกเว้นการขึ้นรถเมล์
 ปัจจุบันนี้คนรู้จักเข้าแถวกันเพราะอะไร..นี่คือความเคยชิน
ที่ปลูกฝังกันมาใช่หรือไม่ ถ้าใครไม่เข้าแถวจะรู้สึกว่าผิดครับ
การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างน้อย 7 วันต่อ 1 ครั้ง
การประกอบพิธีกรรมทางศาสนานั้นต้องเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 7 วันต่อ 1 ครั้ง
ไม่ว่าศาสนาใดก็ตาม เพราะคนเรานั้นถ้าเหินห่าง เกิน 7 วัน
จะทำให้เกิดความรู้สึกห่างไกลทันที หรือที่เราเรียกว่า หมดไฟ หมดความตื่นเต้น
หมดความเคยชิน รู้สึกห่างไกล เพราะฉะนั้นชาวพุทธจะต้องเข้าวัด
ร่วมประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาทุกวันพระจึงจะถูกต้อง
*ปัญหาทางตรงและทางอ้อมเมื่อชาวพุทธขาดพระธรรม
กรณีเด็กๆและเยาวชน
ปัจจุบันมีเด็กๆจำนวนมากที่รู้จักวัด รู้จักพระพุทธรูป
รู้จักพระรู้จักไหว้พระ
แต่ไม่รู้จักพระธรรมคำสั่งสอนเลยแม้แต่น้อย
สวดมนต์ไม่เป็น ทำบุญไม่เป็น กิจกรรมทางศาสนาไม่คุ้นเคย
ไม่เคยชินกับการเข้าวัด เราจะเห็นว่าการเข้าวัดทำบุญนั้น
เด็กวัยรุ่นทำตัวไม่ถูกเลย เขาจะรู้สึกอึดอัดทันที
เมื่อเข้าวัดฟังพระธรรม
กรณีผู้ใหญ่ 
เมื่อผู้ใหญ่ไม่รู้จักบาป บุญ คุณ โทษที่แท้จริง ไม่รู้จักละอายใจ
อะไรจะเกิดขึ้นกับสังคม อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย
อะไรจะเกิดขึ้นกับทายาทของเขาและทายาทคนไทย

จากความคิดเห็นในตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 3

เราจะมองเห็นบ้างแล้วว่าศาสนานั้นสำคัญมากขนาดไหนกับมนุษย์

เมื่อศาสนามีความสำคัญกับมนุษย์มากวันพระจึงมีความสำคัญมากกับพุทธบริษัททุกคนเช่นกัน

ตอนท้าย

เมื่อเด็กๆเข้าวัดเด็กๆจะถูกฝึกฝนปลูกฝังแนวความคิดที่ดีงามจากผู้รู้

คือ“พระสงฆ์”พระสงฆ์คือผู้ที่จะนำพระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ออกเผยแผ่และสั่งสอนให้กับพุทธบุตร-ธิดา

ของพุทธบริษัท  เด็กจะรู้จัก บาปบุญ คุณโทษ ผลบุญผลกรรมที่เกิด

จากการกระทำของตนเอง เป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ของพ่อแม่ที่

จะต้องคอยสั่งสอนลูกให้เป็นคนดีอย่างได้ผลที่สุด

ถามหน่อยเถอะว่าปัจจุบันนี้มีพ่อแม่สักกี่ครอบครัวที่สอนเรื่องนี้กับลูก

ได้บ้างมีเด็กสักกี่คนที่เห็นภาพวาดการตกนรกจากการทำไม่ดีต่างๆ

เหมือนรูปปั้นที่วัดไผ่ล้อม เห็นภาพวาดตามฝาผนังตามศาลาวัดต่างๆ

สักกี่คน บางคนที่ไปเที่ยวเห็นภาพเหล่านี้แล้วก็อาจจะนึกว่านี่คือภาพ

วาดการปั้นรูปเท่านั้น

เพราะเขาไม่มีความรู้มาก่อนเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เพราะฉะนั้น เขาจะ

ไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง

เมื่อเด็กๆเหล่านั้นเจริญเติบโตเป็นวัยรุ่น เขาจะเป็นวัยรุ่นหมู่มากใน

สังคม และเป็นวัยรุ่นที่ได้ถูกอบรมบ่มนิสัย รับรู้รับทราบพระธรรมจาก

คำสั่งสอนของพระสงฆ์ผู้เป็นครูอาจารย์ในพระธรรม

เขาจะใกล้ ชิดกับวัดกับพระสงฆ์กับพระธรรมคำสั่งสอนตั้งแต่ยัง

เยาว์วัย เมื่อมีข้อสงสัยการดำเนินชีวิตเขาจะใช้พระธรรมที่เขาได้

เรียนรู้มานั้นเป็นคู่มือตรวจสอบความถูกต้องการดำเนินชีวิตของเขา

จะทำให้เขาเหินห่างจากอบายมุขทั้งหลายทั้งปวง การก่อกวนสังคม

ในทางที่ไม่ดีจะถูกพระธรรมที่เขาได้เรียนรู้มายับยั้งชั่งใจไม่ให้เขา

ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม

เมื่อเขาเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาจะเป็นผู้ใหญ่ทีเป็นคนที่ดีมีศีล

ธรรม มีคุณธรรม ไม่ว่าเขาจะไปทำหน้าที่อะไรในสังคมไทยเขาก็

จะเป็นคนดีมีศีลธรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เป็นเด็กและเมื่อเขาแก่ตัวไป

เขาจะเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณธรรมคอยสั่งสอนบุตรหลานในตระกูลของ

เขาให้เป็นคนดีมีศีลธรรมได้

เมื่อเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ เป็นเช่นนี้ สังคมไทยก็จะเป็นไปตามผู้คน

ที่อยู่ในสังคมนั้นๆ นั่นหมายความว่าต่อไปสังคมไทยก็จะเป็นสังคม

ที่ดีมีคุณธรรมตามที่เราปรารถนานั่นเอง ประเทศไทยจะไม่ต้องไป

เสียเวลาในการแก้ปัญหาสังคมเรื่องคุณธรรมของรัฐบาล นักการเมือง

ข้าราชการ นักธุรกิจและประชาชน

งบประมาณในด้านนี้จะลดลง คนโกงกินจะน้อยลง คนจะรู้สึกละอาย

ใจเมื่อทำไม่ดี เพราะถูกชี้นำมาตั้งแต่เด็กๆนั่นเอง

นี่เป็นการเปิดประเด็น เปิดใจเปิดแนวความคิด ให้กับทุกคนได้รับรู้ผม

เชื่อว่าทุกคนก็มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน

ผมจึงเสนอว่ารัฐบาลควรจะนำเรื่องนี้มาคิดวางแผนหาผู้รับผิดชอบ

โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และสนับสนุนวัดต่างๆให้วางรูปแบบการทำบุญ

การสอนพระธรรมในวัดอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ในเรื่อง นี้ผมมีความเชื่อว่าถ้าพรรคการเมืองใดนำเรื่องนี้ไปเป็นนโยบาย

ของพรรค พรรคนั้นจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนไม่น้อย เพราะ

เรื่องนี้เรื่องเดียวจะแก้ปัญหาประเทศไทยได้หลายอย่าง

ส่วนความกังวลใจในศาสนาอื่นนั้นผมเชื่อว่ามีทางออกหลายทางเพราะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องการอบรมประชาชน

ไม่ใช่ความขัดแย้งในเรื่องการนับถือศาสนาครับ 

ถ้าวันพระชาวไทย 90% ที่นับถือพุทธศาสนาพาลูกหลานเข้วัดประเทศไทยจะได้อะไรในอนาคต 

ตอนที่ 4 

เสนอแนวคิดให้วันพระเป็นวันหยุดราชการ
รู้ว่าเป็นเรื่องยาก
แต่ง่ายกว่าในวิธีการอื่นมาแก้ไขปัญหาสังคมแบบยั่งยืน
ผมจะนำเสนอเป็นตอนๆไปนะครับ
และขณะนี้ผมได้นำเสนอไปยังพรรคการเมืองพรรคหนึ่งครับ
ผมเชื่อว่าเขาจะสนใจ
การนำเสนอในแต่ละตอนจะพูดถึงปัญหา
จะค่อยๆตอบปัญหาไปเรื่อยๆครับ
  
31 ตุลาคม 2550
ขอกราบขอบพระคุณทุกความคิดเห็น
และขอความช่วยเหลือจากชาว OKnation Blog ทุกท่าน
ช่วยประชาสัมพันธ์แนวคิดนี้ไปยัง ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิททุกคน . 

ขอความช่วยเหลือจากชาว OKnation Blog ทุกท่าน

กรุณานำเสนอแนวคิดเพิ่มเติมหากผมนำเสนอแล้วไม่ครบถ้วนในบางเรื่อง

ผมจะนำไปแทรกในบทความต่อไป

ถ้ามีความดีเกิดขึ้นจากแนวคิดใน Blog นี้

ขอยกความดีให้กับชาวOKnation Blogทุกท่านครับ 

โดย kunbig95

 

กลับไปที่ www.oknation.net