วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ใครยังไม่เคยให้เลือด ... ขอเชิญทางนี้หน่อยครับ (เคยให้แล้วก็แวะได้เช่นกันครับ)


ผมเคยเขียนเรื่องการบริจาคเลือดมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อ  ๔ มี.ค. ๕๐  ในหัวข้อเรื่อง  “เลือดไหล หัวใจหลั่ง :  อารมณ์และความคิดของคุณเป็นอย่างไร  ขณะนอนให้เลือด”  เพื่อนสมาชิก oknation ยุคบุกเบิกบางท่านอาจเคยผ่านตามาบ้างแล้ว

เมื่อวานนี้ก็ได้เชิญชวนพี่ (หัวหน้า) ที่ทำงานไปร่วมบริจาคเลือดกันอีกครั้งหนึ่ง   เผื่อจับพลัดจับผลูชาติหน้ามีจริง  ใช้เวรใช้กรรมไม่หมด  จะได้ตามมาเกิดเป็นลูกน้องร่วมชาติกันอีก  เพราะรุ่นพี่ที่เป็นเจ้านายดี ๆ เช่นนี้  หาไม่ได้ง่ายนัก

โดยวันนี้จะเปลี่ยนแปลงการนำเสนอ  จากของเดิมครับ

เชิญตามผมมาเลยครับ

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย  ถ.อารีดูนังต์  ปทุมวัน  กรุงเทพฯ

 

อาคารสร้างใหม่ โอ่โถง สะอาด  ทันสมัย  และสะดวกกว่าหลังเก่ามาก

เปิดประตูกระจกเข้ามา  ทางขวาจะเห็นโต๊ะเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์  ที่พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง “เลือด” และ  “การบริจาคเลือด”  เป็นอย่างดี

หากไม่สงสัย เดินตรงเข้ามาก็จะเห็นป้ายบอกทิศทางของขั้นตอนการบริจาคเลือด  ขวางหน้าอยู่ 

ขั้นตอนที่ ๑  กรอกแบบฟอร์ม

ผู้ที่เคยบริจาคเลือดแล้ว  ก็จะยืนกรอกข้อมูลตรงเคาเตอร์ที่เห็น

ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยบริจาคเลือด  และตั้งใจจะมาบริจาคเลือดเป็นครั้งแรก  ก็จะมีเจ้าหน้านั่งรออำนวยความสะดวกอยู่ที่โต๊ะซึ่งมีเก้าอี้สีแดงรายล้อมอยู่  รูปที่นำมาลงไม่มีเจ้าหน้าที่นั่งอยู่  เพราะห้วงเวลาที่ผมและคณะไปถึงส่วนมากเป็นผู้ที่เคยให้เลือดไว้แล้ว

ขั้นตอนที่ ๒  คัดกรองผู้บริจาคเลือด  ก็จะมี ๒ ขั้นตอนย่อย คือ  วัดความดันโลหิต  และวัดความเข้มเลือด  โดยจะมีบัตรคิวให้กดเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย  และเป็นธรรม

บริเวณหน้าห้องวัดความดันโลหิต  และวัดความเข้มโลหิต

พยาบาลหรือแพทย์จะอ่านข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กรอกตั้งแต่ขั้นตอนที่ ๑  พร้อมสอบถามความพร้อมผู้ตั้งใจบริจาคเลือดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพ  และวัดความดันโลหิต

หากความดันปกติ  ก็จะขยับมาที่โต๊ะเจาะเลือดเพื่อวัดความเข้มของเลือดว่าอยู่ในมาตรฐานหรือไม่  โดยใช้เข็มพิเศษสีฟ้าปลายส้มดังรูป  ซึ่งสามารถติด/ถอดอยู่กับอุปกรณ์คล้าย ๆ ปากกากด  เจาะลงที่ปลายนิ้ว  ซึ่งแทบไม่รู้สึกเลยเมื่อเทียบกับเข็มเจาะตรวจเลือดแบบโบราณ  หลังเจาะแล้วก็จะใช้หลอดแก้วเล็ก ๆ ดูดเลือดไปหยดในขวดแก้วที่มีสารสีฟ้าอ่อน  เพื่อดูว่าเลือดจมหรือลอย

ถ้าไม่แน่ใจว่าเลือดมีความเข้มข้นเพียงพอหรือไม่  ก็จะเอามาทดสอบกับเครื่องวัดความเข้มโลหิตสีแดง  ใช้เวลาไม่นาน  ก็จะได้ผลออกมา 

หากเลือดจาง  ก็จะมอบยาบำรุงเลือดไปกินที่บ้าน  (วันละ ๑ เม็ด)  แล้วเชิญให้มาทดสอบใหม่ในวันหลัง

เมื่อคัดกรองแล้วว่า  เลือดมีคุณภาพตามที่ต้องการ พร้อมที่จะบริจาคได้  ก็หอบเอกสารมาลงทะเบียนต่อเพื่อบันทึกประวัติในคอมพิวเตอร์

วันที่ผมไปให้เลือด (๑ พ.ย. ๕๐)  และขอถ่ายรูปพี่ผู้หญิง (เสื้อเหลือง)  โดยแจ้งว่าจะช่วยนำไปเผยแพร่เพื่อให้คนมาบริจาคเลือดเยอะ ๆ นั้น   คุณพี่ผู้หญิงบอกว่าอย่าถ่ายพี่เลย  เดี๋ยวคนเขาเห็นรูปแล้วจะไม่มาบริจาคเสียเปล่า   ซึ่งผมคิดในใจโดยไม่ได้โต้ตอบ  (เนื่องจากเย็นมากแล้ว)  ว่า  ผู้ที่ทำงานที่เกี่ยวกับเรื่องอันเป็นกุศลเช่นนี้   มีความงามของจิตใจซึ่งเป็นความงามที่สำคัญที่สุดติดตัวอยู่แล้ว

ผมก็เลยหันกล้องมาทางขวา  เพื่อถ่ายรูปเจ้าหน้าที่คนอื่นบ้าง  เพราะหากใครจะไปให้เลือดแล้วอยากเห็นหน้าเจ้าหน้าที่สาว ๆ  ก็มีเหมือนกัน

ขั้นตอนที่ ๔  ขั้นตอนการเจาะเก็บเลือด

โดยขึ้นบันไดเลื่อนมาที่ชั้น ๒  จะมีบัตรคิวให้กดก่อนเข้าห้อง

ในบางวัน หรือบางห้วงเวลา  เช่นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือเทศกาล  เก้าอี้ที่วางอยู่มีจำนวนไม่พอสำหรับคนที่มาบริจาคเลือด  บางครั้งก็ล้นออกไปนอกห้อง  ต้องยืนคอยกันก็มี  (คนไทยนะมีน้ำใจ)  ซึ่งบัตรคิวที่ติดตั้งไว้เพื่อให้บริการ  จะมีความหมายมาก เพื่อป้องกันความสับสน วุ่นวาย

ห้องจัดเก็บเลือด  เมื่อมองจากห้องพักคอย

เจ้าหน้าที่ซึ่งน่าจะเป็นสตรีเกือบทั้งหมด  พร้อมรอที่จะเจาะเก็บเลือดอยู่ในห้อง  ซึ่งฝีมือในการเจาะเลือดนั้น  ต้องขอบอกว่า  น่าจะสุดยอดในประเทศไทยแล้ว

พี่ที่เป็นหัวหน้าซึ่งผมเป็นคนชักชวนมาเป็นครั้งที่ ๒  ในวันนี้  เคยประสบปัญหาในการเจาะเลือดตรวจโรคจากที่อื่น  เพราะเป็นคนที่เส้นลึก  ท่านเคยโดนเจาะ ๒ ถึง ๓ ครั้ง ก็มีก่อนหน้านี้  ดังนั้น  เมื่อมาครั้งแรก (เมื่อประมาณ ๓ เดือนที่แล้ว)  ผมในฐานะผู้ที่คุ้นเคยสถานที่แห่งนี้  (แต่ไม่รู้จักใคร)  ต้องทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าที่ที่จะทำการเจาะเลือดรับทราบปัญหาที่พี่เขาเคยเจอ   แต่เมื่อผมพูดไปแล้ว  ดูท่าทางเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเขามิได้ตื่นเต้นอะไร  เขาก็ทำงานของเขาตามปกติ  หันไปอีกที  อ้าวเลือดของเจ้านายพุ่งเข้าสู่ถุงเก็บเลือดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  หัวหน้าไม่เจ็บเหมือนที่เคยเจอมา  ผมรอดตัวไป

เตียงบริจาคเลือดที่หนานุ่ม  น่านอน (ให้เลือด)  เหลือเกิน

แขนซ้ายที่เห็นนะของผมเอง  ถ่ายภาพด้วยมือขวาขณะที่กำลังนอนให้เลือด  อันที่จริงมีรูปที่เข็มเจาะเข้าเส้นเลือดและไม่มีผ้าขาววางทับด้วย  แต่ขอไม่เอามาลง  กลัวผู้ที่อ่านและกำลังสนใจจะให้เลือดเกิดอาการเสียว  หันหลังกลับ  ไม่คิดจะบริจาคเลือดอีกเลย

ถามว่าเจ็บไหม  ตอบตามความเป็นจริงว่า  แค่รู้สึกจี๊ดเดียวไม่เกิน ๒ วินาที  เท่านั้นเอง

พอเจาะเสร็จ  เจ้าหน้าที่ก็ลงลายมือลงในบัตรบริจาคเลือด  ใครตาดี ลองทายซิว่าปฏิจจชนบริจาคเป็นครั้งที่เท่าไร  ใครทายถูกให้ไปรับรางวัลจากพี่มะอึก  โดยการอ่านเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตในบล็อกของพี่มะอึกโดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ

เมื่อมีเสียงเตือนว่าปริมาณโลหิตถึง ๔๕๐ ซีซี แล้ว  เจ้าหน้าที่ก็จะใช้คีมหยุดเลือด  เอาเลือดที่ค้างอยู่ในสายยางไปทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป

ดึงเข็มออก  แล้วเอาผ้ากดทับตรงรอยเจาะ พร้อมใช้เทปใสรัดจนแน่นเพื่อห้ามเลือด

เวลาประมาณไม่เกิน ๑๐ นาที  เลือดถูกบรรจุในถุง  พร้อมนำไปจัดเก็บในคลังเลือด  เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยต่อไป

ขั้นตอนที่ ๕  นั่งพักพร้อมรับประทานอาหารว่าง และเครื่องดื่มในห้องฝั่งตรงข้าม

มีโอวัลตินร้อน-เย็น และน้ำชา พร้อมของว่างบริการ

ชุดมาตรฐานที่แต่ละคนได้รับ (เติมได้ไม่อั้น)  ข้าวกล้องงาดำ รสชาติกลมกล่อมและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

อีกมุมหนึ่งของห้องพักหลังจากการให้เลือด

ก่อนจากกันจะมีคุณป้าหรือคุณยาย (อาสาสมัคร) ผู้มีใบหน้าผ่องใส มีความสุข และยิ้มแย้มแจ่มใส  คอยแจกพลาสเตอร์ และใบนัดบริจาคครั้งต่อไป (อีก ๓ เดือน)  พร้อมเชื้อเชิญให้ทำบุญโดยการซื้อสลากการกุศล   ตามโอกาสอันควร

ผมขอจบการนำเสนอภาพประกอบเรื่องราวที่ได้ไปเก็บรวบรวมมา  ระหว่างที่เดินทางไปให้เลือดเพียงเท่านี้

เอาเรื่องการบริจาคเลือดมาเขียนอีกครั้ง  (ไม่ซ้ำกับเรื่องที่เคยเขียน)  ด้วยเหตุผลสำคัญ คือ

-        เลือดยังคงไม่พอสำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการใช้เลือดเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา  และนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถประดิษฐ์ คิดค้น สารใด ๆ ที่จะมาทดแทนเลือดได้

-        ขจัดการเข้าใจผิดที่ว่า ให้เลือดแล้วทำให้อ้วน  (คุณผู้หญิงมักกลัว)  ผมเองให้มาหลายครั้งแล้วน้ำหนักตัวยังไม่ถึง ๖๐ กก. ด้วยซ้ำไป  

-        อยากบอกว่าให้เลือดแล้วท่านจะได้รับความสบายใจเป็นรางวัลชีวิตครับ   

โดย patijjachon

 

กลับไปที่ www.oknation.net