วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

5 เหตุผลที่น่านอนให้พอทุกวัน


คนทั่วโลกกำลังเป็นโรค "รีบเร่ง" มากขึ้นเรื่อยๆ ช่วงทศวรรษ 1950 (พ.ศ. 2493-2502) คนเรามีเวลานอนเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมง ทุกวันนี้เวลานอนเฉลี่ยของคนทั่วโลกลดลงเหลือ 7 ชั่วโมง

นิตยสารสรรสาระตีพิมพ์เรื่อง "พลังมหัศจรรย์ของการนอน" ซึ่งกล่าวถึง 5 เหตุผลที่น่านอนให้พอทุกวันดังต่อไปนี้

...

(1). ช่วยให้แข็งแรงและอายุยืน

  • คนที่นอนไม่พอเสี่ยงโรคความดันเลือดสูงมากกว่าคนที่นอนพอ
  • การนอนไม่พอทำให้ฮอร์โมนเครียดเพิ่มขึ้น สารเคมีกระตุ้นการอักเสบเพิ่มขึ้น ทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง
  • นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกทดลองพบว่า คนที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่และนอนน้อยกว่าคืนละ 4 ชั่วโมงมีภูมิต้านทานโรคลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของคนที่นอนมากพอ

(2). ช่วยให้ดูดีและรู้สึกดี

  • การนอนไม่พอทำให้ฮอร์โมนโกรธ (growth hormone... ชื่อ "โกรธ" แต่ไม่เคยโกรธใครเลย) ซึ่งทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้าง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อทั่วร่างกายหลั่งออกมาน้อยลง
  • ข่าวดีคือ การนอนให้พอ โดยเฉพาะก่อน 22.00 นาฬิกาช่วยกระตุ้นการสร้าง และหลั่งฮอร์โมนโกรธได้

(3). ช่วยให้มีความสุขและลดความเครียด

  • การนอนไม่พอเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า และโรคเครียด

(4). ช่วยให้สมองดี

  • คนที่อดนอน 17 ชั่วโมงมีประสิทธิภาพทำงานเท่ากับคนดื่มเหล้าประมาณ 2 แก้วใน 1 ชั่วโมง นอกจากนั้นคนที่นอนไม่พอยังเสี่ยงต่อการหลับใน และอุบัติเหตุจราจรเพิ่มขึ้น

(5). ช่วยลดเสี่ยงอ้วน

  • การนอนไม่พอลดอัตราการเผาผลาญกำลังงานให้ช้าลง ลดระดับฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่ม(เลพทิน) ทำให้หิวมากขึ้น เสี่ยงอ้วนมากขึ้น
  • การนอนไม่พอทำให้ความอยากกินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล(คาร์โบไฮเดรต)เพิ่มขึ้น เสี่ยงอ้วนมากขึ้น

...

คนส่วนใหญ่ต้องการนอนวันละ 7-9 ชั่วโมง ถ้านอนไม่พอจริงๆ ควรงีบชดเชยตอนกลางวันช่วงสั้นๆ 15-20 นาที

ถ้านอนไม่พอ... ควรชะลอการตัดสินใจ "ครั้งสำคัญ" ออกไปอย่างน้อยสัก 2-3 วัน เพื่อป้องกันการตัดสินใจผิดพลาด โดยเฉพาะการตัดสินใจที่มีผลต่อรายจ่าย เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว

...

ถ้าเพิ่มจำนวนชั่วโมงนอนไม่ได้จริงๆ... วิธีการต่อไปนี้อาจช่วยพวกเราได้คือ

  1. การเข้านอนให้เร็วขึ้น ตื่นเช้าขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ดีกว่าการนอนดึก-ตื่นสาย
  2. การออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ทำแล้วเหนื่อยหน่อย เช่น เดินมากขึ้น เดินขึ้นลงบันไดตามโอกาส ฯลฯ
  3. การฝึกสมาธิกำหนดลมหายใจ หรือการออกกำลังแบบตะวันออก เช่น ฝึกหายใจเข้า-ออกช้าๆ ไม่เกิน 10 ครั้งต่อนาที วันละ 10 นาทีขึ้นไป ฝึกไทเกก-ไทชิ(ชี่กง) รำกระบองชีวจิต โยคะ ฯลฯ
  4. งดกาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนหลังเที่ยงวัน... วิธีอาจช่วยให้นอนหลับได้สนิทขึ้น
  5. ทำห้องนอนให้มืดสนิทเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้นาฬิกาชีวิตทำงานได้ดีขึ้นตามหลัก "กลางวันควรสว่าง กลางคืนควรมืด"

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี และนอนหลับสนิททุกวันไปนานๆ ครับ

ที่มา                                                                     

  • ขอขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์ลอรี มิลเลอร์ เคส > พลังมหัศจรรย์ของการนอน > สรรสาระ Reader's Digest (www.readersdigest.co.th) > พฤศจิกายน 2550. ปี 7 ฉบับ 11. หน้า 117-121.
  • ขอขอบคุณ > อาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + ทีม IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี > สนับสนุนเทคนิค IT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 2 พฤศจิกายน 2550.

โดย wullopp

 

กลับไปที่ www.oknation.net