วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อีก 1 ชีวิต สังเวยภาษีรังนก สะท้อนการเมืองท้องถิ่น การเมืองของนักเลง (ฆ่า! ต้อนรับฤดูเลือกตั้ง)


วิเคราะห์ข่าว ยิงนายก อบต. เกาะหมาก-พัทลุง โดยคนในพื้นที่

..

..

...สำหรับคุณ เมื่อได้อ่านเรื่องราวของ นกนางแอ่น บน เกาะสี่ เกาะห้า นี้แล้ว คงไม่ต้องถึงกับเลิกทานรังนก นะครับเพราะเมื่อคุณซื้อรังนก 1 ขวด นั่นอาจหมายถึง สนับสนุนก้อนกรวด 1 ก้อน ที่จะมาเป็นถนนลาดยาง รอบเกาะให้เข้าถึงหมู่บ้านผมเสียที เว้นเสียแต่ว่า จะมี นักการเมืองท้องถิ่น คนไหน งาบ!!!  ก้อนกรวดก้อนนี้ไปเสียก่อน...

นี่เป็นปัญหาการเมืองท้องถิ่นที่บ้านผม ซึ่งผมเขียนทิ้งท้ายไว้ในบทความนำเที่ยว

“เปิดขวดรังนก สะเทือนก้อง ทั่วท้องทะเลสาบสงขลา”

คลิกอ่านประกอบได้ที่ : http://www.oknation.net/blog/mindhand/2007/08/11/entry-1

เช้าวันที่ 30 ผมได้รับโทรศัพท์จากญาติๆ ในกรุงเทพฯ เล่าข่าวดังทางทีวี ที่เกิดขึ้นที่บ้านเกิดของตัวเอง ตกช่วงบ่ายเพื่อนที่อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ รีบโทรมาบอกว่า เอาอีกแล้วว่ะ... “บ้านป่า เมืองเถื่อน” ของแก ฆ่า!!! กันตายอีกแล้ว

ผมรีบออกไปซื้อหนังสือพิมพ์ เพื่อดูข่าวนี้ และถามกับตัวเองว่า มันเกิดอะไรขึ้นที่บ้าน(เกิด)ของผม...มันตามล้างแค้น กันอีกแล้วหรือ...คำว่า “บ้านป่า เมืองเถื่อน” มันยังก้องอยู่ในหู

พาดหัวข่าวจากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ภาพข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ในหน้าหนังสือพิมพ์วันเดียวกันนี้ หากไม่มีข่าวดาราดังแยกทางกับสามี และข่าว ญาติ “แม่เลี้ยงติ๊ก” จ้างมือปืนฆ่านายก อบจ.แพร่ แล้ว ข่าวฆ่านายก อบต.เกาะหมาก ก็คงต้องเป็นข่าวใหญ่ประจำวัน

แม้ข่าวจับมือปืน คดีสังหาร นายก อบจ. แพร่ จะมีความคืบหน้าไปมาก แต่ข่าวความขัดแย้ง เรื่องผลประโยชน์ ของนักการเมืองท้องถิ่น ก็ยังมีให้เห็นอยู่แทบทุกวัน

ล่าสุดที่ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง นายโรจน์ ไกรรัตน์ อายุ 56 ปี นายก อบต.เกาะหมาก ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต หลังจากที่นายก อบต. แห่งนี้ ถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว 2 คน ในเวลา 2 ปี

ทั้งนี้ นายโรจน์ ไกรรัตน์ เพิ่งได้รับเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แทน นายหวันละย้า ยะเดหวา ที่ดวลปืนกับ นายรุ่งระดิษฐ์ อิสระ น้องชายของ กำนัน ต.เกาะหมาก หน้าห้าง ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต จนเสียชีวิตทั้งคู่ เมื่อ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สาเหตุจากผลประโยชน์ในภาษีรังนก และการตามล่าล้างแค้น

ซึ่ง นายหวันละย้า ยะเดหวา ก็เพิ่งได้รับเลือกตั้งแทน นายยะฝาด เส็นยีหีม ซึ่งเป็นนายก อบต. 2 สมัย คนแรก ที่ถูกจ่อยิงเสียชีวิตในช่วงกลางวันแสกๆ กลางตลาด อ.ปากพะยูน เมื่อปี 2548 (ข่าวจาก คมชัดลึก)

เหตุฆ่านักการเมืองท้องถิ่นรายนี้ เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 28 ตุลาคม จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ได้มีชายแปลกหน้าประมาณ 4-5 คนได้นั่งเรือหางยาว ตระเวนริมทะเลสาบ ตั้งแต่ช่วงเย็น แต่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งนายโรจน์ ผู้ตาย พร้อมเพื่อนบ้านอีก 7-8 คน กลับมาจากร่วมงานทอดกฐินในวัดประจำหมู่บ้าน และนั่งสังสรรค์กันต่อบนศาลาริมน้ำ ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร ได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน นั่งเรือหางยาวมา ก่อนใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ยิงกราดเข้าใส่ นายโรจน์ หลายสิบนัด จนล้มและเสียชีวิตคาที่ ก่อนขับเรือหลบหนีฝ่าความมืดไปอย่างลอยนวล (ข่าวจาก ผู้จัดการ)

และข่าวนี้มันก็จะหายเงียบ ไปกับความมืดกลางทะเสสาบ อีกครั้ง เหมือนกับทุกๆครั้งที่ผ่านมา...

พาดหัวข่าวดังหน้าหนึ่ง ในเวลาไม่ถึง 2 ปี

นี่คือเนื้อหาข่าวโดยย่อ อาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในแต่ละสื่อ แต่บทสรุปที่เหมือนกันก็คือ...สาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเป็นท้องถิ่นที่มีรายได้ค่าภาษีรังนกนางแอ่น จากหมู่เกาะสี่ เกาะห้า นับร้อยล้านบาทต่อปี

กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น หรือ เพิ่มอำนาจให้เจ้าพ่อท้องถิ่น

นายโรจน์ ไกรรัตน์ นับเป็นญาติห่างๆ ของครอบครัวผม ซึ่งผมจะเรียก “น้าหลวงโรจน์” แต่ผมก็ไม่ได้สนิทมาก แกนับเป็นรุ่นแรกๆ ที่ออกจากหมู่บ้าน มาเล่าเรียน และทำงานในกรุงเทพฯ จนมีฐานะได้ดี ก่อนกลับสู่บ้านเกิด ได้สมัครเลือกตั้ง เป็นผู้ใหญ่บ้าน จนถึงกำนัน

ด้วยนิสัยที่ดี ตั้งใจทำงาน เป็นที่รักของชาวบ้าน และได้ลาออกจากกำนัน เพื่อสมัครเลือกตั้ง อบต. แต่ก็พ่ายแพ้ทั้ง 2 สมัย ด้วยสาเหตุอย่างเดียวคือ อำนาจเงิน และอิทธิพล

จนครั้งล่าสุด นายโรจน์ ไกรรัตน์ ได้รับเลือกตั้งเป็น นายก อบต.เกาะหมาก อ. ปากพะยูน เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2550 หลังจากเข้ารายงานตัวรับตำแหน่ง ก็มีฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นคู่อริกัน และแพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้ ประกาศว่าจะให้อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 5 เดือน จนมาเสียชีวิตตามข่าว (และการเสียชีวิตในครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการล้างแค้น จาก 2 กรณีที่ผ่านมา)

แม้นักการเมืองท้องถิ่น จะขัดแย้งกัน แต่วิถีชาวบ้านบนเกาะ ก็ยังคงงดงามเสมอ

ฝนตกไม่ทั่วฟ้า งบพัฒนาไม่ทั่วเกาะ

ตำบลเกาะหมาก เป็นเกาะกลางทะเลสาบพัทลุง-สงขลา ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก อยู่ในเขตการปกครองท้องที่ของ อ.ปากพะยูน จ. พัทลุง ประกอบไปด้วย10 หมู่บ้าน และมี อบต. มาแล้ว 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน ก็เสียชีวิตด้วยรูปแบบที่โหดร้ายเหมือนกัน ยังรวมถึงคนใกล้ชิด ที่เป็นกำนันในพื้นที่โดยรอบ ที่ถูกตามฆ่า ล้างแค้น กันในหมู่พี่น้อง เพียงแค่ 2-3 ตระกูล ทั้งรอดชีวิต และเสียชีวิต

แผนที่ตำบลเกาะหมาก ที่ซ่อนตัวอยู่กลาง ทะเลสาบสงขลา-พัทลุง

บนเกาะจะมีชุมชนที่หนาแน่น อยู่ที่หัวเกาะซึ่งเป็นชุมชนไทยมุสลิม และท้ายเกาะ จะเป็นชุมชนไทยพุทธ ซึ่งนายก อบต. 2 คนแรก จะอยู่ในชุมชนไทยมุสลิม ที่เป็นหัวเกาะ ซึ่งจะมีความเจริญมากกว่า ทั้งถนนหนทาง (ลาดยาง) ส่วนหนึ่งอาจเพราะอยู่ใกล้ตัว อ.ปากพะยูน แต่ส่วนหนึ่งชาวบ้านก็รู้กันอยู่ว่า มีคนในพื้นที่เป็น นายก อบต. งบพัฒนาจึงลงที่นี่มากเกินไป

จนชาวบ้านกล่าวขานกันว่า...ฝนตกไม่ทั่วฟ้า งบพัฒนาไม่ทั่วเกาะ

จนเมื่อเลือกตั้งครั้งล่าสุด นายโรจน์ ไกรรัตน์ ซึ่งถือเป็นตัวแทนของคนท้ายเกาะ ได้ลงรับสมัครอีกครั้ง จนได้รับการเลือกตั้งจากชาวบ้าน (เป็นชุมชนที่มีคนอยู่มากกว่า) ด้วยหวังว่างบพัฒนา จะถูกดึงมาถึงส่วนท้ายเกาะ บ้างก็เท่านั้น...เผื่อว่าถนนลูกรัง จะได้ลาดยาง ให้ถึงหมู่บ้านซะที!!!


แล้วความฝันของคนท้ายเกาะ...ก็ไม่เป็นจริง

แหล่งขุมทรัพย์ รังนกนางแอ่น และเสียงปืน บน เกาะสี่ เกาะห้า

ที่มา ภาษีรังนก ภาษีแห่งความตาย

ไม่น่าเชื่อว่า ประวัติศาสตร์การเก็บภาษีรังนกอีแอ่น ที่เกาะสี่ เกาะห้า มีมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยขึ้นอยู่กับหัวเมืองสงขลา โดยในสมัยนั้น เก็บภาษีในรูปแบบของการส่งส่วย

ในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มีพ่อค้าชาวจีนขอพระราชานุญาติ เป็นนายหน้าเก็บอากรรังนก และผูกขาดการเป็นเจ้าภาษีนายอากร รังนกอีแอ่น บน เกาะสี่  เกาะห้า มาตั้งแต่นั้น

จนถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงจัดระบบระเบียบใหม่ โดยมีหนังสือตราตั้งให้ข้าหลวง หรือเจ้าเมืองสงขลา เป็นนายอากรเก็บภาษีรังนกแทน (นิตยสาร สารคดี ฉ. 83 ม.ค. 35)

ภาพรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาส จ.พัทลุง ทรงประทับแรมที่ เกาะสี่ เกาะห้า (ร.ศ. 108 พ.ศ. 2432)

กระทั่งปี พ.ศ.2482 ได้ออกกฎหมาย “พระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น” ขึ้น มีการสัมปทานเข้าเก็บรังนก โดยคนไทยเชื้อสายจีน อยู่เพียงไม่กี่ตระกูล โดยภาษีรังนกก็ยังส่งตรงไป จ.สงขลา อยู่เหมือนเดิม

จนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีการออก “พ.ร.บ. อากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540” ขึ้นใหม่ พร้อมกับการให้ เกาะสี่ เกาะห้า มาขึ้นตรงกับ จ.พัทลุง ตามความเหมาะสมของที่ตั้งเกาะ เพื่อให้ราชการส่วนท้องถิ่น (อบจ.) ได้เข้ามามีส่วนดูแล และจัดการ การเก็บรังนกอีแอ่น อันเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีอยู่ในท้องที่ของตน และให้เงินอากรรังนกอีแอ่น ตกเป็นรายได้สู่ประชาชนในท้องถิ่นของจังหวัดอย่างทั่วถึง

สำหรับ อบต.เกาะหมาก ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของ เกาะสี่ เกาะห้า จึงได้รับภาษีจำนวนมากที่สุด คือ ปีละ 40 % จาก 75 ล้านบาท ที่บริษัทรับสัมปทานจ่าย หรือ ประมาณ 30 ล้านบาทต่อปี โดยจะได้รับเป็นงวดๆ แบ่งเป็นสามงวด ส่วนที่เหลือให้กับ อบจ. และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อื่นๆ ในจังหวัดพัทลุง

อาชีพหลักของชาวบ้าน ทำนา ทำสวนยางพารา และ ออกหาปลากลางทะเล

จากเกาะที่ห่างไกลความเจริญ งบพัฒนาจากส่วนกลางเข้าไม่ถึง คนภายนอกแทบไม่รู้จักชื่อ ชาวบ้านไม่มีรายได้อะไรนอกจาก ทำประมงหาปลา ปลูกข้าวไว้กิน ทำสวนยางพารา พอมีรายได้ ก็กลับร่ำรวยขึ้นด้วยอานิสงค์จากภาษีรังนก มาช่วยพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญ (ไปพอสมควร) พร้อมๆ กับการก่อตัวขึ้น จากความขัดแย้งของนักการเมืองท้องถิ่น และอาจพัวพันไปถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ทั้งเจ้าหน้าที่จัดเก็บอากรรังนก

ข่าวการลักลอบเข้าไปเก็บรังนกบนเกาะสี่ เกาะห้า ของชาวบ้านเริ่มหายไป เพราะรู้ดีว่าไม่คุ้มกับชีวิตหากโดนฆ่าทิ้ง

แต่ความหวานหอมของเงิน กลับมีผู้สนใจ เตรียมตัวเป็นเจ้าพ่อการเมืองท้องถิ่นรุ่นใหม่ เพื่อหวังจะได้เชยชมเงินก้อนนี้บ้าง แม้จะรู้ว่ามันต้องแลกกับชีวิตก็ตาม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง ตำรวจในท้องที่ไม่สามารถจับผู้กระทำผิดได้ ด้วยข้ออ้างว่าขาดพยานและหลักฐาน ทั้งที่ชาวบ้านในพื้นที่ ต่างรู้อยู่ว่า ปัญหาความรุนแรงนี้ มาจากนักการเมืองท้องถิ่น 2 กลุ่ม ที่แย่งชิงความเป็นใหญ่ เพื่อกุมอำนาจใน อบต.เกาะหมาก กับผลประโยชน์มหาศาลจากเงินภาษีรังนกนางแอ่น

จนชาวบ้านต้องตั้งคำถามแบบเดิมๆ ว่า “ผู้ร้าย กับตำรวจ ใครเป็นพวกใคร?”

ชาวบ้านเชื่อว่า หากตำรวจยังไม่สามารถจับกุมกวาดล้างซุ้มมือปืนรับจ้าง หรือสาวถึงตัวผู้บงการสั่งฆ่า นายก อบต.ได้ เชื่อแน่ว่า นายก อบต.เกาะหมาก คนที่ 4 ก็จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นาน

ในเมื่อตำรวจในพื้นที่แก้ปัญหาไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จากส่วนกลาง ต้องไปสะสางคดีช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ เหมือนกับคดีฆ่านักการเมืองในท้องถิ่นอื่นๆ ไม่ต้องเกรงผู้กระทำผิดว่าเป็นลูกน้องของใคร หรือมีนายใหญ่คุ้มหัวอยู่ จนทำผิดแล้วไม่เคยรับโทษ ให้ชาวบ้านต้องอยู่อย่างไม่สงบสุข คนรุ่นใหม่ไม่กล้าออกมาลงสมัคร เพราะกลัวอิทธิพลมืดในพื้นที่

ไม่ใช่อย่างที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ไปบอกชาวบ้านว่า ต.เกาะหมาก มีปัญหามาก "เป็นบ้านป่า...เมืองเถื่อน" จะไม่ให้เลือก อบต.กันแล้ว ให้อยู่กันอย่างนี้แหละ...


แหม!!! มันแก้ปัญหากันง่ายๆ จังนะคุณเจ้าหน้าที่


เพียงแค่อยากบอกเล่า ให้คนภายนอกได้เข้าใจปัญหาที่แท้จริง "ในความขัดแย้ง ก็ยังมีความงดงาม"

โดย อะหนึ่ง

 

กลับไปที่ www.oknation.net