วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...... ทำดีเพื่อพ่อด้วยการให้ความรู้ การทำธุรกิจให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดโดยยึดหลักการพอเพียงและคุณธรรม [1]


ทำดีเพื่อพ่อด้วยการให้ความรู้

การทำธุรกิจให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด
โดยยึดหลักการพอเพียงและคุณธรรม

           ในวงจรการทำธุรกิจ ไม่ว่าเราจะเป็นเจ้าของ หรือพนักงาน ก็ควรทำความเข้าใจในเรื่องการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดเอาไว้

          ซึ่งการลงทุนเป็นเรื่องการใช้ทรัพยากรที่มีมาหาได้ เช่น ทรัพย์สิน เงินทอง เวลา บุคคลากร เทคโนโลยี ข้อมูล โอกาส เป็นต้น และผลตอบแทนก็คือ สิ่งที่ได้รับกลับคืนมา เช่น ทรัพย์สินเงินทอง ความมั่งคั่ง เวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวและคนที่เรารัก มิตรภาพ(หรือศัตรู) ชื่อเสียง ความภาคภูมิใจ ลดความเสี่ยงในกรณีเกิดการผิดพลาดใดๆ เป็นต้น

          จะเห็นว่า ทั้งสองประการ ไม่ได้อยู่ในรูปของตัวเงินเท่านั้น ยังรวมไปถึงคุณภาพชีวิตที่เป็นนามธรรมอีกด้วย

          การที่ได้รับผลตอบแทนโดยไม่ต้องลงทุนนั้น เรียกว่า "โชค" ถ้าได้ดี ถือว่าโชคดี ถ้าได้ไม่ดี ก็ถือว่า โชคไม่ดี บางคนก็ว่า"บุญมีแต่กรรมบัง" บางคนก็ว่า"ซวย"ค่ะ


ในการทำธุรกิจทั่วๆไป ต้องใช้ 4 ก

กึ๋น
คือ มีความรอบรู้ในสิ่งที่ทำ ฉลาดโดยไม่ขาดเฉลียว

กล้า
คือ ไม่กลัวที่จะล้ม ไม่กลัวที่จะยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น (แม้สุดท้ายจะล้มเหลวก็ตาม และต้องไม่กลัวที่จะลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง แล้วก็อีกครั้ง

เก๋า
คือ มีประสบการณ์ แล้วก็นำมาใช้อย่างได้ผล

แก้ไข
คือ เมื่อผิดต้องแก้ไขไม่ใช่แก้ตัว แล้วต้องหาวิธีรองรับให้แก้ไขได้ถูกจุดในเวลาอันรวดเร็ว

          รวม 4 ก นี้กลายเป็น "เก่ง" แต่บางครั้ง เก่งไม่พอต้องเฮงด้วย และถ้าใครคิดจะเพิ่มอีก ก ก็ได้ค่ะ นั่นคือ กรรม กรรมใดใครก่อ คนนั้นก็ต้องรับและชดใช้เอง ฉะนั้นอย่าไปก่อกรรมกับใครเวลาทำธุรกิจนะคะ เพราะบาปกรรมมีจริง ทำธุรกิจมีจรรยาบรรณให้ทุกฝ่าย Win-Win-Win ให้ทั้งคนซื้อ คนขาย ลูกค้า Happy ได้กำไรด้วยกัน เป็นดีที่สุด

ปิรันย่า
www.oknation.net/blog/nanahahe
6 พฤศิจิกายน 2550

ร่วมโครงการทำดีเพื่อพ่อ

          เป็นความตั้งใจโดยส่วนตัวที่จะทำตัวให้เป็นประโยชน์กับสังคมที่เราอาศัยอยู่ตามกำลังและสติปัญญา ในโครงการทำดีเพื่อพ่อขอทำสองอย่าง อย่างแรกทำในเรื่องส่วนตัว อย่างที่สองคือให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ ในวันนี้ขอเริ่มด้วยเรื่องเกี่ยวกับCash Conversion Cycle แล้วจะทะยอยนำเรื่องที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้มาโพสเป็นระยะๆ โดยกลั่นกรองและเขียนจากประสบการณ์ที่ได้ร่ำเรียน ได้ทำงานและได้พบปะผู้คนมา หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์จากความรู้เหล่านี้นะคะ

ปิรันย่า


การลงทุนกับการวางแผนก่อนดำเนินธุรกิจ
ตอน Cash Conversion

        cash converson cycle (CCC) คือระยะเวลาที่ใช้ในการแปลงหนี้สินเป็นเงินสดนั่นเอง ไม่เกี่ยวกับการกู้เงินนะคะ คนละเรื่องกัน ในที่นี้หมายถึงการใช้สร้างหนี้สิน มาลงทุนให้เกิดมูลค่าเพิ่มแล้วขายให้ได้เงินสดมาค่ะ

ยกตัวอย่าง เช่น

ตัวอย่างที่ 1
A เป็นผู้ผลิตสินค้าออกขายให้ร้านค้าปลีกตามจำนวนที่ออร์เดอร์  พ่อค้าวัตถุดิบให้เครดิต 60 วันหลังส่งสินค้าให้  A และ A ให้เครดิตลูกค้า 30 วันหลังส่งสินค้าถึงร้านค้าปลีก

CCC ของ A คือกี่วัน ?

เพราะ A ต้องจ่ายเงินให้พ่อค้าในวันที่ 60 หลังได้รับวัตถุดิบ คำถามคือ A ใช้เวลาผลิตกี่วัน?
สมมติว่าเป็น 10 วัน แล้วส่งสินค้าได้ทันที
แสดงว่า A จะได้รับเงินค่าสินค้าจากลูกค้าในวันที่ 40 หลังจากได้รับวัตถุดิบ ก่อนกำหนดจ่ายให้พ่อค้าวัตถุดิบ 20 วัน

CCC ของ A เท่ากับ -20 วัน 

ตัวอย่างที่ 2
B เป็นร้านค้าส่ง ที่สั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตมาขายให้แก่ร้านค้าปลีก พ่อค้าให้เครดิต 7 วันหลังส่งสินค้าให้  B และ B ให้เครดิตลูกค้า 30 วันหลังส่งสินค้าถึงร้านค้าปลีก

CCC ของ B เท่ากับกี่วัน ?

B ต้องจ่ายเงินให้พ่อค้าใน 7 วัน คำถามคือ B ต้องใช้เวลากี่วันกว่าลูกค้าจะสั่งของ?
สมมติว่าหลังได้รับของจากพ่อค้าแล้ว อีก 15 วันลูกค้าก็โทรมาสั่งซื้อทั้งหมด
แสดงว่า B จะได้รับเงินค่าสินค้าจากลูกค้าในวันที่ 45 หลังก่อหนี้ แต่ต้องจ่ายเงินให้พ่อค้าก่อนนั้น 38 วัน

CCC ของ B เท่ากับ 38 วัน

       จากตัวอย่างทั้งสอง ไม่ว่า A หรือ B ต่างต้องพึ่งพาอาศัยบุคคล 2 กลุ่มคือ พ่อค้าและลูกค้า ในการที่จะให้วงจรธุรกิจของตนดำเนินไปได้ ระบบเครดิตได้ถูกนำมาใช้ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงอำนาจการต่อรองของคู่สัญญาสองฝ่าย จะสังเกตุได้ว่า A มีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าสูงกว่า B มาก เพราะ A ได้เครดิตถึง 60 วัน ขณะที่ B ได้เครดิตเพียง 7 วัน ทำให้กระแสเงินสด (Cash Flow) ที่ไหลเข้า-ออกของธุรกิจเป็นบวก มีเงินทุนหมุนเวียนอกจากจะสร้างความมั่นคงทางฐานะการเงิน และช่วยเสริมความน่าเชื่อถือได้ดีกว่าการจ่ายก่อนรับทีหลัง

          

อะไรทำให้เป็นเช่นนั้น?

  • สภาพแวดล้อมของตลาดในอุตสาหกรรมนั้นๆ เช่นตลาดที่มี supply มากกว่า demand
  • การต่อรองเงื่อนไขทางการค้า
  • การกำหนดราคาสินค้า รวมถึงการให้ส่วนลด
  • คุณภาพสินค้าหรือบริการ
  • การบริการหลังการขาย
  • ทำเลและระบวนการจัดส่ง
  • ความต้องการของตลาด เช่น คุณสมบัติ รูปลักษณ์ของสินค้า ราคา การใช้งาน เป็นต้น
  • ฯลฯ


วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

          รู้เช่นนี้แล้ว ก็ควรวางแผนในการทำธุรกิจเสียแต่เนิ่นๆ โดยวางระบบการซื้อ-ขาย-จ่าย-รับ ให้รัดกุม มีแผนสำรอง สำหรับกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด "วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ้ง"

          เจ้านายเก่าของผู้เขียนสอนไว้ว่า "ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร Business Model นั้นสำคัญมากโดยเฉพาะ Revenue Model ต้องคิดไว้ก่อนว่าจะสร้างรายได้กับใคร จากอะไร อย่างไร เมื่อไหร่" คนที่เริ่มธุรกิจด้วยการค้นพบสินค้าบริการใหม่ๆ มักจะล้มเหลวในเวลาอันสั้น เพราะ

  • ไม่รู้หรือไม่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย (Customer Needs)
  • ไม่เลือกทำเลที่สะดวกกับผู้ซื้อ (Location and Access)
  • ไม่มีระบบบริหารจัดการที่ดีพอ (Business Process)
  • ไม่มีระบบดำเนินงานที่ดีพอ (Operations)
  • ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ (Working Capital)
  • ไม่มีความสามารถในการแข่งขันพอที่จะสู้กับคู่แข่งได้ (Competitive Advantage)
  • ฯลฯ


  

        ในเรื่อง Cash Conversion ถ้าเราสามารถต่อรองเครดิตได้ดีกว่าคู่แข่ง มีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดี เชื่อถือได้ทั้งในเรื่องคุณภาพสินค้า ระยะเวลาในการผลิตและการจัดส่ง และอีกหลายๆอย่างที่ตรงข่มกับสิ่งพวกที่ล้มเหลวข้างต้นขาด ก็น่าจะช่วยให้เวลาที่ต้องใช้ในการแปลงหนี้เป็นผลตอบแทนที่ดีย่อมจะสั้นกว่าคู่แข่ง ดังเช่น

ตัวอย่างที่ 3
D รับออเดอร์และรับชำระเงินล่วงหน้าจากลูกค้าที่สั่งสินค้าออนไลน์เข้าบัญขีธนาคาร แล้วจึงส่งคำสั่งซื้อออนไลน์ไปซื้อวัตถุดิบจาก โดยได้รับเครดิต 30 วัน หลังผลิตสินค้าเสร็จแล้วจึงนำส่งให้ลูกค้าตามที่นัดไว้

CCC ของ D เท่ากับ -30 วัน

ในกรณีนี้ D ไม่ต้องลงทุนด้วยการก่อหนี้เลย เพราะได้รับเงินล่วงหน้าจากลูกค้า จึงสามารถนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการผลิต การบริหารต่างๆได้อย่างสบายๆ

D จะทำได้ดีกว่านี้ได้อีกไหม?

          ได้ ยกตัวอย่าง เช่น

ฝ่ายจัดซื้อ
         ฝ่ายจัดซื้อต้องรู้ว่าตลาดวัตถุดิบเป็นอย่างไร รู้ว่าคู่แข่งซื้อของจากไหน ราคาที่ควรซื้อควรจะเป็นเท่าใด จะสั่งซื้อคราวละเท่าไหร่ บ่อยแค่ไหน จะสามารถกำหนดให้พ่อค้าทะยอยส่งวัตถุดิบได้หรือไม่ พ่อค้ามีศักยภาพแค่ไหน ฐานะการเงินมั่นคงหรือไม่ จะร่วมธุรกิจกันได้ตลอดหรือเปล่า ต้องต่อรองเรื่องราคา ระยะเวลาชำระเงิน ส่วนลด ค่าปรับกรณีส่งของล่าช้า ไม่ได้คุณภาพ เป็นต้น

ฝ่ายผลิต
          ต้องรู้ว่ามีออร์เดอร์อะไรเข้าบ้าง มีกำหนดส่งสินค้าเมื่อไหร่ จะจัดตารางการผลิตอย่างไร จัดกะคนงานแบบไหน ให้ประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ได้ประสิทธิผลสูงสุด มีการปรับเปลี่ยนแผนการผลิตตามความเหมาะสมอยู่ตลอดเวลา งานส่วนไหนที่จะใช้แรงงานชั่วคราวจากข้างนอกได้ ซึ่งอาจเป็นคนงานค่าแรงต่ำมาทำงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะมากนัก หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในงานที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถสูง มีการจัดตารางการใช้เครื่องจักรที่เหมาะสม เพื่อหลีดเลี่ยงการเสียค่าใช้จ่ายในการเปิดปิดเครื่องจักรบ่อยๆ จัดให้มีการดูแลซ่อมแซมเครื่องจักรอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ มีการจัดกะพนักงานให้มีการทำล่วงเวลาน้อยที่สุด โดยจ่ายค่าแรงที่ยุติธรรม เมื่อมีงานเข้าเยอะก็จัดให้ทำงานเป็นกะ หรือหาแรงงานจากข้างนอกมาเสริม เป็นต้น

ฝ่ายขายและการตลาด
          ต้องรู้ความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ต้องทำงานกับฝ่ายวิจัยผลิตภัณฑ์เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับที่ตลาดต้องการ  ด้วยต้นทุนที่ต่ำและมีกำไร และคืนทุนได้เร็ว ตัวอย่างการประหยัดต้นทุนการผลิตก็เช่น ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันให้สามารถใช้ชิ้นงานร่วมกันได้ มีการติดต่อ update กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และรับฟังคำติชมมาใช้ปรับปรุงแก้ไขให้พนักงานและฝ่ายบริหารทุกคนทำตัวเป็นคู่คิดของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเห็น D เป็น First Choice ในการสั่งซื้อครั้งต่อๆไปและต่อๆไป ทำให้  D ยังคงความเป็นผู้นำในตลาดอยู่ เป็นต้น

ฝ่ายจัดส่ง
         ต้องเคร่งครัดเรื่องการรับ-ส่งสินค้าให้ถึงมือผู้รับตามกำหนดและระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ให้มีเกิดกรณีลูกค้าขอคืนสินค้าที่ชำรุดเนื่องจากการขนส่ง รวมถึงไม่ทำให้ฝ่ายบัญชีการเงินมีปัญหาในการเก็บหนี้ ทั้งนี้อาจให้บริษัทข้างนอกเข้ามาประมูลงานจัดส่งสินค้า โดยมีการทบทวนสัญญาเป็นระยะก็ได้ เป็นต้น

          ส่วนปัจจัยอื่นๆที่เสริมให้บริษัทประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจได้ จะนำมาพูดถึงในตอนต่อๆไปค่ะ

ปิรันย่า
www.oknation.net/blog/nanahahe
6 พฤศิจิกายน 2550

พบกับนักคิดนักเขียน
ใน ชุมชน oknation
ได้ที่นี่
(คลิกข้อความข้างบนค่ะ)

Hot News Update

 
 
คลิกหัวข้อข่าว
เพื่ออ่านรายละเอียด

Pocket Book
"นักข่าวพันธุ์ใหม่
Citizen Reporter
"
คู่มือการทำบล็อก โดยปิรันย่า
และ CD คู่มือ โดยSuki

หาซื้อได้ตามร้านหนังสือ
ในเครือเนชั่น
และที่
www.nationbook.com

เชิญอ่านเรื่องย้อนหลัง 


คู่มือบล็อกเกอร์ OKnation
 
 
 ติดต่อสั่งซื้อได้ที่ร้าน Se-Ed
และที่ www.nationbook.com    

อย่าลืมแวะแผงหนังสือใกล้บ้าน  ถามหา หนังสือ
Citizen Reporter นะคะ

โดย ปิรันญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net