วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

**แอบมองฟ้า**


เพื่อนคนหนึ่งโทรมาขอภาพท้องฟ้า

ขณะเลือกภาพฉันก็ค้นพบว่า...

สามเดือนกว่าหลังจากกลับมาเดินคนเดียว

ภาพถ่ายท้องฟ้าของฉันคงแปรผันตามจำนวนครั้งที่เงยหน้ากระมัง

อย่า...อย่าเพิ่งแนะแหนฉันเหมือนใครบางคน

ที่หาว่าฉันพยายามทำตัวเป็นนางเอกเกาหลีแม้ฉันจะชอบกินกิมจิ (ฮา)

ฉันเพียงแต่ทำตามคำพ่อสอน

‘เงยหน้ามองฟ้าแล้วจะพบว่าปัญหาไม่มีทางใหญ่เกินใจเราไปได้

และก้มหน้ามองดินเพื่อพึงระลึกว่าอย่าเย่อหยิ่งและทะนงตน

ว่าอยู่เหนือกฎเกณฑ์ใดใดในโลกใบนี้’

เห็นไหม...คุณไม่รู้จักฉัน

แล้วคุณมาทำตัวเป็นศาลสูงพิพากษาชีวิตฉันได้ยังไงกัน!!!

ท้องฟ้าแต่ละแห่งล้วนมีความทรงจำที่แตกต่าง

ฉันสงบและพริ้วไหวเหมือนหญ้าต้นนั้นที่บุรีรัมย์

ตั้งคำถามว่าจะปีนบันไดขึ้นไปมองฟ้าในมุมที่สูงกว่าของผามออีแดงทำไม

ใจสั่นไหวขณะมองฟ้าด้วยสายตาระดับเดียวกับนก

แสงสุดท้ายปลายฟ้าเชียงคานทำให้น้ำตาปริ่มอยู่แถวขอบตา

เมื่อนึกถึงใครคนที่เคยกุมมือกันคงกำลังกุมมือใครอยู่ที่อีกเชียงทางเหนือ

ฟ้ายามค่ำคืนที่อัมพวาอบอวลไปด้วยกลิ่นมิตรภาพ

คละเคล้ากลิ่นเศร้าของคำพูดจากใครบางคนที่ครั้งหนึ่งเคยจะพามา

ฉันแอบมองฟ้าเป็นระยะขณะหลบฝน

อยู่ในร้านกาแฟพร้อมเค้กแสนอร่อยของเมืองเวียงจันทร์

น้ำตาที่กลบแสงดาวในเมืองกรุงทำให้ฉันบากบั่น

ขึ้นไปยืนมองฟ้าบนภูชี้ฟ้า

ที่นั่นฉันอธิษฐานกับทะเลดาวว่า

‘ขอให้เขามีความสุขกับทุกวันของชีวิต’

ทุกครั้งที่กดชัตเตอร์ขณะแอบมองฟ้า

ฉันพบว่าปัญหาภายในใจคลี่คลายทีละนิด...ทีละนิด

ท้องฟ้าฉันคงไม่หลากหลายหากไม่ได้รับความอนุเคราะห์จากเพื่อนและพี่

กระนั้นหลายคำชวนของบางคนก็ได้รับการปฎิเสธ

เปล่า...มิได้จองหองแต่อย่างใด

หากแต่จังหวะชีวิตเราไม่ตรงกัน

หรือไม่หัวใจฉันก็ไม่พร้อมที่จะออกเดินทาง

ข่าวร้ายที่เดินทางมาเมื่อหลายวันก่อน

ทำให้ฉันกัดฟันเงยหน้ามองฟ้า

ความตายของพี่ชายสอนฉันอีกครั้ง

ให้รู้จักอยู่อย่างเข้มแข็ง

อย่าเสียเวลาสั้นๆ บนโลกไปกับความเศร้าเยอะนัก

เพราะไม่มีใครเคยรู้เลยว่าใครบางคนจะอยู่กับเราไปได้นานขนาดไหน

และความสุขจะโอบกอดเราไปถึงเมื่อไหร่

เมื่อทำอะไรไม่ได้กับความยาวอันแสนสั้นของชีวิต

เราจึงพึงควรทำชีวิตให้ลึกและกว้างเข้าไว้บนโลกใบนี้!!!

 

 

 

 

โดย ปลายมนัส

 

กลับไปที่ www.oknation.net