วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เขาจะหลอกเราอีกไหมหนอ


เขาจะหลอกเราอีกไหมหนอ

          ฤดูหนาวมาเยือนอีกแล้วพร้อมกับฤดูเก็บเกี่ยวของชาวนา  ปีนี้ฝนฟ้าดีพอสมควรแต่มาช้าไปนิดท้องทุ่งจึงมีที่ราบโล่งกระจัดกระจายอยู่บ้างเนื่องจากต้นฤดูไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับตกกล้า สลับกับท้องทุ่งที่ต้นข้าวกำลังออกรวงเหลืองอร่าม บางที่น้ำท่วมขังทิ่งร่องรอยของความสูญเสียคือซากต้นข้าวที่เน่าตาย  บางหมู่บ้านพึ่งจะทำความสะอาดบ้านเรือน เก็บข้าวของที่ขนหนีน้ำท่วมจัดเก็บให้เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม  หลังฤดูเก็บเกี่ยวก็จะย่างก้าวเข้าสู่หน้าแล้ง  ปัญหาการขาดแคลนและแย่งชิงน้ำก็จะตามมาอีกระรอก พี่ฆ่าน้อง หลานยิงน้า ผืนนาติดกันล้วนเป็นศัตรู  หนุ่มสาววัยรุ่นจะอพยพหนีความแห้งแล้งกันดารไปขายแรงงานในเมืองกรุงฯเพิ่มความแออัดยัดเยียดให้แก่เมืองหลวง  บ้างก็ไปรับจ้างตัดอ้อยเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ตามหมู่บ้านจึงจะเหลือแต่เด็กและคนชรา  ปีที่แล้วประสบปัญหาแล้งอย่างรุนแรงตอนที่ข้าวใหม่ยังไม่ออกสู่ตลาดเจ้าของโรงสีแห่งหนึ่งบอกกับผมว่าตอนนี้เขาได้สั่งข้าวเหนียวจากเวียดนามมาสีเพื่อส่งตลาด “เราผลิตข้าวเลี้ยงตัวเองไม่เพียงพอแล้วหรือ” นี่คือข้อเท็จจริงที่ชาวลุ่มน้ำซีที่จะต้องประสบพาลพบและจะต้องต่อสู้กับมันอยู่ทุกวันเมื่อเชื่อวัน ไม่รู้วันจักจบจักสิ้น ผู้เฒ่าผู้แก่รุ่นแล้วรุ่นเล่าที่ต้องล้มหายตายจากไปพร้อมๆกับความสิ้นหวังในการแก้ปัญหาความอดอยากความแห้งแล้งของพื้นดินผืนนี้ 

             “ปลายปีนี้เห็นทางการประกาศว่าจะมีการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพวกเรา  ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งพวกเขาก็บอกว่าจะหาน้ำมาให้พวกเราทำนา  ปัญหาน้ำท่วมก็จะไม่มี  เขาบอกว่าจะบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ มีคลองส่งน้ำ  มีชลประทานระบบท่อ  หน้าแล้งก็จะมีน้ำทำการเกษตรหนุ่มสาวก็จะมีงานทำไม่ต้องอพยพไปขายแรงงานที่อื่น เขาจะประกันราคาข้าวเกวียนละหมื่นสองพันบาท แต่ปีที่แล้วยายทองไสบ้านโคกกุงแกขายข้าวยังไม่พอใช้หนี้ค่าปุ๋ยร้านเจ๊กเฮงเลย  ปีนี้เขาก็มาป่าวประกาศอีกแล้วว่าจะพักหนี้เกษตรกร  ประกันราคาข้าว จัดตั้งกองทุนหมุนเวียน กองทุนหมู่บ้าน  งบพัฒนาหมู่บ้าน  สวัสดิการ  เพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา  ลูกหลานเรียนฟรีถึงขั้นปริญญา  จัดสรรที่ทำกิน  สร้างประปาหมู่บ้าน สร้างถนนคอนกรีต อะไรต่อมิอะไร มากมายเยอะแยะไปหมด เราไม่รู้หรอกว่าเขาจะเอาเงินมาจากไหน แต่ถ้าเขาทำได้ชีวิตเราคงมีอยู่มีกินดีขึ้นกว่านี้แน่”   ผู้เฒ่าคำม้วนบ้านกุงพัฒนาบ่นไปพลางควักเหรียญห้าบาทจ่ายค่าปลาล้าสำหรับตำน้ำพริกเพื่อเป็นอาหารเช้าของวันนั้น  แล้วแกก็หันหลังออกเดินงกๆเงิ่นๆก่อนที่จะพ้นชายคาร้านขายของชำแกได้บ่นเสียงดังๆเหมือนตั้งใจจะให้ทุกคนที่นั้นได้ยิน  ทิ้งไว้เป็นประโยคสุดท้ายให้เราได้คิด  “เขาสิตั๋วเฮาอีกบ่หน้อ”  (เขาจะหลอกเราอีกไหมหนอ) นั้นสิ! หรือเขาจะหลอกเราจริงๆ

โดย หนาแป้นปีก

 

กลับไปที่ www.oknation.net