วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รำลึกการจากไป 12 ปี ของกวี ประเสริฐ จันดำ


ประมาณปี 2545 ได้มีการจัดงานอ่านบทกวีของประเสริฐ จันดำ ขึ้นที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยเพื่อนๆที่รักของพ่อ ฉันได้มีโอกาสได้แต่งบทกวีขึ้นชิ้นหนึ่งในนามของลูกสาวกวี จะว่าไปความผูกพันของฉันกับพ่อแทบไม่มี มีแต่เพียงสายเลือดในกายของฉันเท่านั้น รวมถึงความกระหายใคร่รู้ในตัวตนของพ่อ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ฉัน มีพลังในการแต่งบทกวีชิ้นนี้ขึ้นมา

จากใจลูกสาวกวี(1)**

ตั้งแต่เล็กเด็กน้อยไม่เคยรู้                 ว่าพ่อตนนั้นอยู่ ณ หนไหน

แม้บางทีอาจคิดสะกิดใจ                   ว่าทำไมสองเราต้องห่างกัน

อาจเป็นเพราะชะตาฟ้ากำหนด             ให้รู้รสของชีวิตลิขิตฝัน

พ่อกับแม่นั้นเลือกทางเดินต่างกัน         ทำให้ฉันมิอาจครบสมบูรณ์

เพียงแต่รู้ว่าพ่อเป็นนักเขียน               ได้แต่เพียรจำไว้ไม่ให้สูญ

นามประเสริฐ จันดำนั้นเทิดทูน             ใจอาดูรถึงพ่อผู้บิดา

วันเวลาผ่านมาสิบแปดปี                    ใจดวงนี้อยากรู้อยากค้นหา

แม้ว่าพ่อไม่ติดต่อไม่ถามมา               ตัวลูกยาจะค้นหาตัวพ่อเอง

ไม่ใช่เรื่องง่ายดายจะตามสืบ               แม้ในหลืบหัวใจยังว่างเหวง

ได้แต่เพียงหาผลงานไปตามเพลง        แล้วบรรเลงปะติดปะต่อด้วยมือพลัน

เพียงหนึ่งเรื่องสองเรื่องที่เคยรู้             ว่าพ่ออยู่พ่อเป็นจริงมิใช่ฝัน

พ่อต่อสู้ด้วยมือของพ่อนั้น                 ด้วยความฝันลูกชาวนาที่ยากจน

แม้จะเป็นเพียงฝอยฝนบนม่านฝุ่น        พ่อก็ลุ้นให้เป็นจริงในหลายหน                   

พ่อเพียงอยากสืบสานตำนานคน          พ่อดิ้นรนร่างจดหมายจากชาวนา

แม้มีเพียงห้าสิบฝนที่พ่อผ่าน              เกินประมาณกับชีวิตแล้วนั้นหนา

ห้าสิบปีมันเป็นเพียงแค่เวลา               ที่ผ่านมามันอยู่ที่การกระทำ

พิษสุรานั้นพาพ่อลาจาก                    มันได้พรากหัวใจลูกให้กระหน่ำ

เหลือผลงานทิ้งไว้เป็นความทรงจำ        ช่วยตอกย้ำในนามความป็นคน

แม้ชีวิตของลูกในวันนี้                       จะอยู่ดีกินดีในทุกหน

ลูกก็จะสำนึกในตัวตน                       ว่าเป็นลูกของคนเคียวเกี่ยวดาว

                                                                  

                              รำลึกครบรอบ 7 ปีการจากไปของพ่อ

                                                                            ไพรินทร์ จันดำ

                                                                          พฤศจิกายน 2545

** ตีพิมพ์ในเนชั่นสุดสัปดาห์

ขอเล่าความรู้สึกในการอ่านบทกวีของฉันในวันนั้น นับเป็นเวทีแรกของฉัน

ที่ได้รู้จักกับเพื่อนๆของพ่อ ในงานอ่านบทกวีของพ่อ เบื้องหน้าของฉันมีอาเนาวรัตน์

พงษ์ไพบูลย์,ลุงสุชาติ สวัสดิ์ศรี,อาเสรี ทัศนศิลป์,อาไพวรินทร์ ขาวงาม,อาคมทวน

คันธนู ก่อนที่ฉันจะอ่านบทกวี ฉันตื่นเต้นมาก ใบโพยที่จดบทกวีบทนี้นั้นเปียกชื้น

ด้วยเหงื่อ อาไพวรินทร์บอกว่าหนิงสู้ๆอาจะเอาใจช่วยอยู่ข้างหลัง เมื่อเริ่มอ่านบรรทัดแรกฉันรู้สึกขนลุก และวาบไปทั้งตัว มีพลังอะไรบางอย่าง บอกว่าพ่อมา ณที่แห่งนั้น

ลำนำเสียงของฉันที่ขับผ่านบทกวีสั่นเครือ และมีพลังถ่ายทอดความหมายออกมา

จนสามารถสั่นสะเทือนใจของคนบางคนได้ อาไพวรินทร์บอกว่า หนิงทำได้ดีมาก

เสียงของหนิงทำให้อาอินจนแทบน้ำตาร่วง หนิงก็รู้สึกว่ามีพลังมาจากไหนก้อไม่รู้เหมือนกันวันนั้นบทกวีนี้ได้ถูกอาเสรีทัศนศิลป์ หรือเคี่ยว โคมคำ แห่งเนชั่นสุด นำไปลงคอลัมน์

กวีทรรศน์ ทำให้หนิงมีผลงานตีพิมพ์เป็นเรื่องเป็นราวในนิตยสารสุดสัปดาห์เล่มดังของเมืองไทยรวมถึงหลังจากนั้น ก็มีคนรู้จักหนิงผ่านบทกวีบทนี้ และได้บอกเล่าถึงความรู้สึกเมื่ออ่านว่า มันได้สะเทือนจิตใจ และสะเทือนโลกแห่งบทกวีในใจเขา ว่าบทกวีต้องสะท้อนอารมณ์และความรู้สึกได้แจ่มชัดขนาดที่สั่นไหวใจของใครบางคนได้ วันนั้นหนิงอายุ 18 ปี และก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งปีนี้ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2550 จะครบการจากไป 12 ปีของพ่อ หนิงจึงได้แต่งบทกวีขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่ง

จากใจลูกสาวกวี(2)

1.

สิบสองปีที่พ่อจากไป                       ไม่มีอะไรให้ฉันได้แจ่มชัด

เคยโทษดาวโทษเดือนที่พรากพลัด      พ่อซวนซัดซวนเซพเนจร

สุราน้ำเมาที่พ่อร่ำ                           เหลืองอำพันตอกย้ำช้ำครั้งก่อน

แม่เจ็บปวดเพราะรักพ่อสุดจะถอน         ลูกยังอ่อนเกินรับรู้แม่สู้ฝืนทน

หากแต่การตัดพ้อในวันนี้                   มิได้เป็นเรื่องดีมิมีผล

ลูกอยากกล่าวความดีให้ทุกคน            รู้ว่าพ่อนั้นเป็นคนคนที่จริง

2.

นามกวี “ประเสริฐ จันดำ”                   ต่อสู้ขจัดอธรรมแทบทุกสิ่ง

ไม่มีดาบมีปืนลูกซองยิง                    มีเพียงมือหลังพิงจับปากกา

พ่อต่อสู้เพื่อชาวนาผ่านงานเขียน          จากซับแดงพากเพียรเขียนหนักหนา

เขียนร้อยกรองฝากถึงคนธรรมดา          ที่อยู่ดีกินดีกว่าชาวนาจน

ชื่อกวีเดือนตุลาถูกกล่าวถึง                 ให้ลูกซาบซึ้งในทุกหน

ลูกกวีชาวอีสานที่ยากจน                    ดิ้นรนร่าง “จดหมายจากชาวนา”

นามกวีพิมพยอมไม่เคยร่วง                ขุดตอบ่วงความรักตำตอหนา

เลือดที่คาวคละคลุ้งฟุ้งพนา                พ่ออยู่เดี่ยวเปลี่ยวเอกาจนวางวาย

เป็นกวีแร้นแค้นแปนเอิดเติด               เมื่อระเหิด ระเหย ระหาย

มิอาจเอาอะไรไปได้                        ทิ้งไว้เพียงลมหายใจสุดท้ายที่แผ่วเบา

3.

นามประเสริฐ จันดำของพ่อนี้               แผ่ความดีความกรุณาผ่านความเขลา

ด้วยลูกนั้นยังโง่และยังเยาว์                มิตรของพ่อมิได้เอาแต่ดูดาย

ลูกต้องขอขอบคุณ ณที่นี้                  แม้พ่อมิได้มีชีวาดังหมาย

มิตรของพ่อเมตตาลูกมากมาย             ทั้งรักและได้ส่งเสริมกัน

สิบสองปีที่พ่อจากไป                       แม้ลูกไม่มีอะไรได้แจ่มจำนรรจ์

แต่เลือดของพ่อในกายของลูกนั้น        แจ่มจำนรรจ์กว่าอะไรทั้งปวง

                                                                   ไพรินทร์ จันดำ 

                                                                   พฤศจิกายน 2550

รำลึกการจากไปครบ 12 ปีของประเสริฐ จันดำ

เมื่อ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2538

 

 

 

โดย nuning

 

กลับไปที่ www.oknation.net