วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

::ของขวัญจากพ่อส่งต่อรวมร้อยใจ::


       วันที่ใจล้า เปลือกตามิอาจปิด ความคิดวนเวียนติดกับความเจ็บปวดที่ถั่งโถม ก่อเกิดจินตภาพพร่าวิ่งไหวรายรอบตัว ภาพที่มโนสำนึกใดใดมิอาจขจัด มิตรผู้อารีย์และมิอาจดูดายอาการตรอมใจของฉัน ส่งจดหมายอิเล็คทรอนิคส์ฉบับหนึ่งมาให้

From : มิตรภาพไม่มีวันหมดอายุ

Sent : Wednesday, February 21,2007

To : มิตรผู้ไร้แรง

Subject : ของขวัญจากในหลวง  

                ประสบการณ์ดีๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงรับสั่งให้กำลังใจในการทำงาน

                องคมนตรีสเมธ ท่านได้เล่าให้ฟังว่า “ตอนนั้นผมกำลังทำงานอยู่ในสภาพจิตใจที่แย่มาก มันไม่มีกำลังใจจะทำอะไร ท้อแท้กับงานมาก ไม่มีใครเข้าใจ เหมือนทำดีแต่ไม่ได้ดี” 

                ในหลวงท่านทรงเสด็จมาพอดี และท่านได้เห็นสีหน้าผมไม่สู้จะดี ท่านได้สอบถามจนได้ความว่าผมกำลังท้อแท้กับงาน ท่านจึงตั้งคำถามและรับสั่งว่า “ท่านสุเมธเคยขายเศษเหล็กไหม เศษเหล็กเหล่านั้น เวลาขาย คุณค่ามันต่ำมาก คงได้เงินมาไม่กี่บาท แล้วถ้าเราเอาเศษเหล็กเหล่านั้นมาหลอมรวมกันเป็นแท่ง เวลาหลอมนี่ เหล็กมันคงรู้สึกร้อนมาก พอหลอมเสร็จเรานำมาทำเป็นดาบ คงต้องนำมาตีให้แบนอีก เวลาตีก็ต้องคอยเอาไปเผาด้วย ต้องตีไป เผาไป อยู่หลายรอบกว่าจะเป็นรูปร่างอย่างที่เราต้องการ ต้องผ่านความเจ็บปวด ความร้อนอยู่นาน แถมเมื่อเสร็จแล้ว ถ้าจะให้สวยงามดังใจก็ต้องนำไปแกะสลักลวดลาย เวลาที่แกะลวดลายก็คงต้องใช้ของแข็ง ของมีคมมาตีให้เป็นลวดลาย แต่เมื่อเสร็จเป็นดาบที่งดงามก็จะมีคุณค่าที่สูงมาก เทียบกับเศษเหล็กคงจะต่างกันลิบลับ จะเห็นได้ว่ากว่าที่เศษเหล็กไม่มีคุณค่ามากนักจะกลายเป็นดาบอันงดงามนั้น ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย ทั้งความเจ็บปวดต่างๆ กว่าจะประสบความสำเร็จ ดังนั้น ขอให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า ใครไม่เคยถูกตี ถูกทุบ เจอเรื่องเลวร้ายในชีวิตมาเลยนั้น จงอย่าได้หาญคิดทำการใหญ่”

ฉันอ่านจดหมายอิเล็คทรอนิคส์ซ้ำไปซ้ำมา ดวงตาที่เคยฉายแววเจ็บปวดกับชีวิตกลายเป็นสีแดงระเรื่อ น้ำตาเอ่อท้นออกมาจากสองขอบตา หลั่งรินด้วยความปิติจากของขวัญในหลวงฉบับนี้ ฉันดีใจที่ชีวิตนี้ได้เกิดใต้ร่มศิระและพระบริบาลของพระองค์ท่าน

ทุกวันนี้ ไม่ว่ายามใดหากเข้าสู่ภาวะท้อแท้ทางจิตใจ ฉันเปิดของขวัญจากในหลวงออกอ่านให้กำลังใจตนเสมอ

คุณNaizanแห่งhttp://www.oknation.net/blog/radish/2007/11/10/entry-1 ผู้ส่ง Tag ‘ทำดีเพื่อพ่อ’ ให้กับฉัน บอกไว้ในบล็อกของเขาว่า... ‘เราทุกคนคือส่วนหนึ่งของสังคม คือส่วนหนึ่งที่จะกำหนดความเป็นไปของสังคม ว่าจะน่าอยู่เพียงใด และจะสามารถเป็นสังคมที่มีคุณภาพได้เพียงไหน เหล่านี้มิใช่หน้าที่ของหน่วยงาน หรืองค์กรใดๆ เพราะต้องเกิดจากคนทุกคนร่วมมือกัน เริ่มจากคนหนึ่งคน ส่งผ่านไปอีกคน และอีกคน คนแล้วคนเล่า ที่จะช่วยกันสร้างมันขึ้นมา จนกลายเป็นสังคมที่น่าอยู่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่น่าอยู่’

ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ดิฉันพสกนิกรคนหนึ่งของผืนแผ่นดินไทย

ขอร่วมแสดงความตั้งใจถวายแด่พระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ด้วยการเดินตามรอยพระราชจริยวัตร

‘ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่’

‘ในการปฎิบัติราชการนั้น ขอให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่

อย่านึกถึงบำเน็จรางวัลหรือผลประโยชน์ให้มาก

ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์

เป็นทั้งรางวัลและประโยชน์อย่างประเสิรฐ

จะทำให้บ้านเมืองไทยของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง’

(พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนปี ๒๕๓๓)

เมื่อทำงาน ต้องมุ่งถึงจุดหมายที่แท้ของงาน

‘ถ้าทำงานเพื่อจุดมุ่งหมายอื่นๆ เช่นเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

แม้จะได้ผลมากมายเพียงใด งานก็ไม่สำเร็จ

แต่ทำให้เสียทั้งงานเสียทั้งคน’

   Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร?

เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา

๘๐ชันษา

ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ พวกเราในฐานะคนเขียนบล็อก/เว็บไดอารี่

ขอถวายพระพรให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยที่แข็งแรง

และพวกเราปรารถนาดีที่จะทำความดีคนละหนึ่งอย่าง

เพื่อพ่อหลวงของพวกเรา

Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อ

คือการเขียนลงในบล็อกว่าตั้งใจจะทำความดีอะไรหนึ่งอย่างเพื่อพ่อ

แล้วส่งต่อไปให้คนอื่นอีก ๕ คน เพื่อให้เขียนบล็อกแบบเดียวกัน

กติกา 

*ให้ copy เนื้อหาในหัวข้อ Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร?

(ที่อยู่ด้านบน) และหัวข้อกติกานี้ นำไป paste ลงในบล็อกของคุณ

*เขียนบอกว่าใครที่ tag มาหาคุณ

โดยทำลิงคก์ไปยังบทความที่ tag มาหาคุณด้วย

เพื่อที่คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณ

จะได้ตามไปอ่านบทความของคนที่ tag หาคุณได้

*เขียนความดีหนึ่งอย่างที่คุณตั้งใจจะทำเพื่อพ่อ ถ้านึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร

ให้เข้าไปดูในเว็บ http://www.dogood.or.th

*ให้ tag ไปหาคนอื่นอีก ๕ คน เพื่อให้เขาทำเช่นเดียวกับคุณ

โดยทำลิงก์ไปยังบล็อกของทั้ง ๕ คนด้วย

และถ้าเจ้าของบล็อกเข้ามาเขียนบทความแล้ว ก็ให้ทำลิงก์ไปที่ตัวบทความเลย

คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณแล้วจะตามอ่านของคนที่ tag ไปหา

จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาว่าบทความอยู่ที่ไหนในบล็อก

*เข้าไปขอแบนเนอร์โครงการทำดีเพื่อพ่อจากเว็บ http://www.dogood.or.th/banner_exchange

แล้วนำมาติดในบทความที่คุณเขียน

*เข้าไปแจ้งที่ http://blog.macroart.net/dogood

ว่าคุณได้เขียนบทความทำดีเพื่อพ่อแล้ว

*ข้อนี้สำคัญที่สุด เมื่อเขียนว่าจะทำดีอะไรแล้ว

ขอให้ตั้งใจมั่นและลงมือทำความดีที่เขียนไว้ให้สำเร็จ

สังคมเราจะดีขึ้นเพียงแค่ทุกคนช่วยกันทำ

สารภาพตามตรงว่าฉันลังเลในการส่งเทียบเชิญให้ใครมาเขียนต่อ

ด้วยครั้งหนึ่งเคยมีความคิดว่า Tag นั้น ดูไปก็คล้าย ‘จดหมายลูกโซ่’ มิใช่น้อย

ฉันเคยได้รับจดหมายลูกโซ่อิเล็กทรอนิคส์บ่อยครั้ง

เป็นพวกฟอร์เวิร์ดเมล์ต่างๆ ที่มักลงท้ายว่า หากส่งต่อคุณจะโชคดี

และตรงข้ามหากได้รับแล้วเพิกเฉยจะมีอันเป็นไปในสามวันเจ็ดวัน

ฉันเรียกจดหมายเหล่านี้ว่า จดหมายขยะ และเลือกลบทิ้งอย่างไม่ลังเล

ทว่าวันนี้ฉันเกิดความคิดบางอย่าง

หากการส่งต่อ Tag ชวนให้ใครมาทำความดีเทียบเท่ากับการต่อข้อโซ่เส้นนั้นแล้ว

ฉันก็อยากเห็นโซ่ที่เรียกว่า ‘ทำดีเพื่อพ่อ’ ยาวมากพอที่จะรวมร้อยมาลัยถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง

เพื่อนบ้าน ๕ คนที่อยากชวนมาร่วมร้อยมาลัยด้วยกันคือ

๑.พี่สัญญา แห่งบ้านยโสธรโพนทัน   

http://www.oknation.net/blog/sanya

๒.พี่ชมพู จากหมูบ้านฝนป๊อกแป๊ก   

http://www.oknation.net/blog/uruda

๓.พี่โต้ ผู้ปันใจให้สนามสีเขียวมากกว่าบ้านที่เนชั่น   

http://www.oknation.net/blog/rtoto

๔.คุณDinคนช่างวูบไหวในกรอบใสบาง  http://www.oknation.net/blog/372smallroom

๕.คุณmadman ที่มาหายใจเล่นๆ อยู่ที่     

http://www.oknation.net/blog/madman

 

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.thaimonarchy.com/

โดย ปลายมนัส

 

กลับไปที่ www.oknation.net