วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อยากได้กับเสียดาย...สุดท้ายก็ต้องเลือก...ของคนต้นน้ำพอง


อยากได้กับเสียดาย…สุดท้ายก็ต้องเลือก…ของคนต้นน้ำพอง

          เป็นเรื่องปกติทั่วไปที่คนต้นน้ำมักจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากสายน้ำนั้น  ลุ่มน้ำพองตอนบนก็เช่นเดียวกันกับลุ่มน้ำอื่นๆ สายน้ำพองมีต้นกำเนิดที่อำเภอภูกระดึง แล้วไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ที่จังหวัดขอนแก่น  คนต้นลุ่มน้ำพองไม่ใช่แค่ไม่ได้ใช้เท่านั้นคนต้นน้ำยังได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลากอีกด้วย ดังนั้นคนต้นน้ำพองจึงมีความคิดที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร อุปโภคบริโภครวมทั้งช่วยลดปัญหาน้ำท่วมอำเภอภูกระดึงอีกด้วย ชาวบ้านละแวกนั้นจึงมีการเข้าชื่อร้องขอความต้องการไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี  สำนักนายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง

                                                        แอ๊คท่าซะหน่อย

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปกับคณะชาวบ้านตำบลศรีฐานอำเภอภูกระดึงจังหวัดเลยประมาณหกเจ็ดคน  พร้อมกับอนุกรรมการลุ่มน้ำชีตอนบนอีกสองท่าน เพื่อดูสภาพพื้นที่  บริเวณผาเค้าเฮ้า  ติดกับภูกระดึง  บริเวณที่ชาวบ้านต้องการให้สร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่  เราออกเดินทางด้วยเท้าจากด่านป่าไม้บ้านนาน้อยมุ่งหน้าสู่ผาเค้าเฮ้าระหว่างทางต้องขึ้นเขาลงเนินปีนป่ายกันเป็นระยะๆ ระยะทางประมาณสองกิโลเมตรใช้เวลาเดินประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็ถึงผาเค้าเฮ้า  ชาวบ้านชี้ให้ดูบริเวณที่ต้องการอยากให้ทางการสร้างอ่างเก็บน้ำ  บริเวณดังกล่าวเป็นหุบเหวขนาดลึก  ที่มีสายน้ำพองไหลผ่าน มีชาวบ้านบุกรุกแผ่วถางเป็นที่ทำกินอยู่บ้าง  กรมชลประทานเคยสำรวจเบื้องต้นจากแผนที่ หนึ่งต่อห้าหมื่นแล้วว่า หากสร้างอ่างตรงนี้โดยสร้างสันเขื่อนกั้นแม่น้ำพองระหว่างหุบเขาจะสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 90 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ป่าที่จะโดนน้ำท่วมประมาณ สองพันไร่ ซึ่งผืนป่าตรงนั้นอุดมสมบูรณ์มากพอสมควรหากจะสร้างกันจริงๆจะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเสียก่อน นี่คือสิ่งที่จะต้องไตร่ตรองกันอย่างหนักระหว่างสิ่งที่อยากได้กับสิ่งที่สูญเสีย แต่สุดท้ายเราก็ต้องเลือกไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง

คณะผู้เดินทาง : เสื่อสีน้ำเงินคนยืนหน้าสุดดือพี่ใหญ่ สมคิด สิงสง อนุกรรมการลุ่มน้ำชีตอนบน เจ้าของกระท่อมลายสือ หมู่บ้านเคียวเกี่ยวดาว และผู้สร้างตำนานบทเพลงคนกับควาย  ด้านหลังคือผาคะเฮ้าที่ชาวบ้านอยากให้สร้างอ่างเก็บน้ำ

ต้นแม่น้ำพองที่แม่น้ำใสไหลเย็นปลาชุกชุม

ปลากด : ฝีมือบ่อ้าย

                  จากนั้นเราได้เดินทางกันต่อสู่หุบเหวเป้าหมายคือสายน้ำพองที่ทอดตัวยาวอยู่เบื้องล่าง ระยะทางประมาณกิโลเมตรกว่า แต่ต้องเดินผ่าป่าและหุบเขาอีกประมาณห้าชั้น ผมเองกับพี่สมคิดไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อนจึงไม่ได้เตรียมพร้อมเท่าที่ควรต้องเดินไปพักไปตอนเราออกเดินทางเป็นเวลาก่อนเที่ยงและยังไม่ได้ทานอาหารเที่ยงกันสักคนผมนึกในใจว่า ”แล้วเราจะเอาแรงที่ไหนเดินกลับดูแต่ละคนเห็นมีแต่ย่ามคนละใบแล้วก็ไมรู้ว่าในย่ามนั้นมีอะไรอยู่ข้างใน” พอคณะเราถึงจุดหมายและหาทำเลที่พักได้เหมาะแล้ว แต่ละคนควักของในย่ามออกมามีกระติบข้าวเหนียวพริกน้ำปลาแจ่วปลาร้านอกนั้นก็เป็นช้อนถ้วยจานอีกสี่ห้าใบ ทำให้ผมใจชื่นขึ้นมาหน่อย  และในย่ามยังมีแหอีกสองปาก ผมจึงถึงบางอ้อ “ยังดีวะ! ข้าเหนียวปลาปิ้งกับแจ่วปลาร้าก็คงไม่เลวหรอกในสภาพอย่างนี้” แล้วจากนั้นชาวบ้านก็แยกย้ายกันออกหาปลาพวกที่ไม่ลงน้ำก็ก่อกองไฟ ผมเห็นลุงคนหนึ่งแกตัดไม้ไผ่ที่เกิดอยู่เต็มบริเวณนั้นมาสี่ห้าปล้อง  ผมถามแกว่าลุงจะเอามาทำอะไร แกบอกว่า “เดี๋ยวจะต้มปลาให้กิน” ผมถามต่อว่าต้มแบบไหนไม่เห็นมีใครเอาหม้อมาด้วยสักคน ลุงแกก็ยกไม้ไผ่ขึ้นแล้วบอกว่า”ก็ไอ้นี้ไง” ผมเคยเห็นแต่เขาหลามปลาไหลคือเอาปลาไหลคลุกเครื่องปรุงแล้วยัดใส่กระบอกไม้ไผ่  ไม่นึกว่ามันจะใช้ต้มปลาได้ด้วย  ในน้ำมีปลาในนามีข้าวยังพอมีให้เห็นอยู่มากในพื้นที่ลุ่มน้ำซี  สิ่งที่บอกได้ว่าสายน้ำเส้นนี้ยังอุดมสมบูรณ์ก็คือ ชาวบ้านสามารถมุดน้ำจับปลาด้วยมือเปล่า ได้มาย่างเป็นกับแกล้มก่อนตั้งสามหีบปิ้ง  เขาบอกว่าปลาจะอาศัยอยู่ตามรากไม้และซอกหิน ผมเองนะเรอะนอนแอ้งแม้งอยู่ในครุถังยังจับมันลำบากเลย

กระบอกสองสามกระบอกที่มองเห็นในกองไฟคือเมนูเด็ด มีทั้งกระบอกต้มปลาและต้มหน่อไม้

ต้มปลาสุกแล้วครับ: เมนูเด็ดซึ่งไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้กินอีกหรือเปล่า รสชาดยกให้เลยห้าดาว

ขากลับ: ที่มองเห็นตะหง่านอยู่ข้างหน้าคือภูกระดึง

หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วเราก็พาสังขารอันร่วงโรยตะเกียกตะกายกลับยังด่านป่าไม้ที่จอดรถ กว่าจะถึงผมกับพี่สมคิดแทบลมจับปีนได้แต่ละชั้นก็ต้องนั้งพักเพราะขามันไม่ยอมก้าวเดินทั้งที่ใจอยากจะไป “โอ้! สงสัยกูจะแก่แล้วจริงๆ”  ผมถึงกับนอนแผ่ หายใจหอบแฮกๆ แต่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบกับภูผาป่าไม้ธรรมชาติที่สวยสดงดงามที่สวยงาม ขอบคุณธรรมชาติที่ได้ให้สิ่งดีๆกับชีวิต  แล้วผมจะกลับมาอีก “หากจำเป็นจริงๆ”

โดย หนาแป้นปีก

 

กลับไปที่ www.oknation.net