วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกาหลี ลิซึ่ม


เมื่อก่อนผมเคยยกย่อง การกำเนิดใหม่ของวัฒนธรรมบันเทิงแบบเกาหลี
 
จากประเทศที่เศรษฐกิจล่มสลายเช่นเดียวกับเรา ธุรกิจทุกอย่างหยุดชะงัก
 
แต่เขาใช้ความพยายามและความสร้างสรรค์ บวกกับชาตินิยม อีกไม่นิดหน่อย พลิกฟื้นให้เกาหลีกลับมารุ่งโจน์ เหมือนช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ จริงๆแล้วอาจจะก้าวล้ำกว่าช่วงก่อนปี 2538 ก็เป็นได้
 
โดยเฉพาะในเรื่องวัฒนธรรมเกาหลีที่ดูเหมือนจะเป็นที่ยอมรับและรู้จักมากกว่าช่วงนั้น จนทำให้เราอดรู้สึกไม่ได้ว่า วัฒนธรรมเกาหลี เข้มแข็งไม่แพ้ ญี่ปุ่นทีเดียว
 
เมื่อก่อนผมก็เป็นคนคนหนึ่ง ที่ตามหนังเกาหลีอยู่บ้างด้วยความที่ชื่นชอบ วิธีการเล่าเรื่อง จังหวะของหนัง รวมไปถึงความคิดที่ว่า หนังโกอินเตอร์ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังแอ๊กชั่น ซีจี เต็มเรื่อง เหมือนที่ประเทศสารขัณฑ์คิดกัน เพราะทำอย่างไรก็สู้เงินของ มหาอำนาจมิได้ ซีจี ของประเทศสารขัณฑ์ จึงเป็นเพียงการ์ตูนห่วยๆเท่านั้น ผิดกับเกาหลี ที่ดูเหมือนจะไม่เน้นเรื่องเหล่านั้น แต่จะเน้นกลวิธี และ มุมกล้องสวยๆ
 
เวลาผ่านไป หนังเกาหลีก็เริ่มมีเพื่อนที่ชื่อว่าละครเกาหลี พาเหรด กันเข้ามายึดกุมหัวใจคนไทย โดยเฉพาะ วัยรุ่น ซึ่งหากใครไม่ดูละครเกาหลี ก็จะเรียกได้ว่าเชยสะบัด และแทบจะไปคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง
 
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมตะขิดตะขวงและรู้สึกไม่สบายใจ
 
เพราะเมื่อก่อนนี้ คนที่ติดละครมักจะเป็นสตรีวัยทำงาน 25 อัพ  หรือวัยกลางคน
 
ส่วนนักเรียนหรือนักศึกษานั้น ก็จะดูอะไรที่ต่างออกไป แต่ไม่เรียกว่าติด
 
พฤติกรรมการเสพทีวี จะหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพลง เกมโชว์ สาระ แต่จะไม่มีการหมกอยู่กับละครอย่างที่เป็นเช่นทุกวันนี้
 
แล้วยิ่งไปดูโทรทัศน์ในวันหยุด ก้จะพบว่าแต่ละช่องแย่งกันเอา ละครน้ำเน่า เกาหลี โดยเรียกใหม่ว่าซ๊รัส์ เกาหลี มาชักจูงให้คนติดแหงกอยู่หน้าจอตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น
 
ซึ่งหากดูเนื้อเรื่องก็จะพบว่า ไม่ได้มีอะไรสร้างสรรค์หรือประเทืองปัญญาเท่าใดนัก มีเพียงกลวิธีการเล่าเรื่องที่ใกล้เคียงกับการ์ตูนผู้หญิงของยี่ปุ่นเท่านั้น
 
ตอนนี้กลายเป็นว่าแทนที่เราจะเอาเวลาไปดู อะไรที่สร้างสรรค์ หรือหากทีวีไม่มีอะไรดูก็ออกไปนอกบ้านไปหาประสบการณ์จริงในชีวิต เรากลับต้องมานั่งฝ้าจอทีวี
 
ซึ่งพฤติกรรมนี้ในอดีตควรเป็นของ คนอายุมาก  และพฤติกรรมเช่นนี้เป็นการปิดกั้นโอกาสการเรียนรู้และรับรู้ ซ้ำยังล่อลวงให้ผู้ชม จมปลักอยู่กับความเพ้อฝันและวิธีคิดแบบละครน้ำเน่า
 
หากจำกันได้ เราเคยมีผลการวิจัยว่า การที่ประเทศเรามีแต่ละครน้ำเน่าขาดรายการเด็ก และรายการเพื่อการศึกษาทำให้สังคมเราไม่พัฒนา  เพราะเรามัวแต่จับตลาดผู้ใหญ่ชาวบ้านและดึงเรตติ้งกันเพียงเท่านั้น
 
แต่ถึงปัจจุบันกลายเป็นว่า ละครเยี่ยงนี้กลับมีเต็มจอทีวีและก้าวข้ามช่วงหลังข่าว และมาอยู่เปรอะบนผังราบยการไปหมด
 
ไม่ต้องห่วงว่า รายการเด็ก รายการการศึกษา หรือรายการดีๆจะถูกเบียดบังเวลาไปให้ ลูกกวาดสีสวยจากต่างแดนเช่นนี้
 
และกลายเป็นว่า เยาวชนอนาคตของชาติกลับตกเป็นทาสของปัญหานี้และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น 
 
--------
 
จริงๆแล้วเราไม่สามารถไปโทษวัฒนธรรมเกาหลี หรือ วัฒนธรรมญี่ปุ่นได้เลย
 
ที่เราต้องโทษคือวัฒนธรรมแบบไทยๆ ที่ไม่เคยสร้างความเข้มแข็งทางภูมิปัญญาและจริยธรรม
 
เยาวชนของเราจึงพร้อมที่จะเปิดรับทุกสิ่งที่เข้ามา โดยไม่เลือกที่จะกลั่นกรอง แสวงหาความรู้และประสบการณ์ หรือแค่เพียงการเสพแต่พอประมาณก็ยังเป็นสิ่งที่ดูยากเกินไปกับเยาวชนของเรา
 
ที่สำคัญคือผู้ใหญ่ของบ้านเรา เลือกเงิน และโอกาสทางการตลาด มากกว่า สร้างอนาคต ทั้งๆที่จริงๆแล้วก็เป็นอนาคตของครอบครัวเขา
 
ผู้ใหญ่บ้านเราไม่เคย กลั่นกรองหรือพยายามเลือกสิ่งที่ดีให้กับอนาคต สิ่งที่เขาทำมีเพียงการรับคำสั่ง และหาลูกกวาดมาเคลือบยาพิษ
 
ส่วนอะไรที่ดีๆแต่ไม่ทำเงินก็จะถูกดองเอาไว้อยู่อย่างนั้น
 
เช่นหนังเกาหลีดี ที่ท้ายที่สุดก็แทบจะไม่มีพื้นที่เบียดแทรกเข้าไปฉายแข่งกับหนังฟอร์มยักษ์ หรือกระทั่งหนัง "หนีผี"
 
รายการทีวีดีๆ จากเกาหลีกก็คงยากที่จะแทรกผังเข้าไปแทนละครน้ำเน่า
 
เพลงอินดี้ หรือเพลงเยี่ยมจากเกาหลี ก็คงไม่สามารถเข้าไปแทน เพลงจากบอยแบนด์ ห่วยๆได้
 
สุดท้ายสังคมเราก็จะกลายเป็นเพียงถังขยะทางวัฒธรรม เท่านั้น
 
และเด็กของเราก็จะถูกปิดโอกาสการเรียนรู้โดยความเต็มใจของตัวเขาเอง
 
//////////

โดย NongUm

 

กลับไปที่ www.oknation.net