วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สังคมญี่ปุ่นปี 2050 (พ.ศ. 2593) จะเป็นเช่นไร


 

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีคนอายุยืนมากที่สุด โดยมีอายุเฉลี่ย 82 ปี และมีคนสูงอายุคิดเป็นสัดส่วนประชากรสูงที่สุดในโลก

อาจารย์ฟิลลิปปา โฟการ์ที ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว BBC รายงานข่าวว่า ประชากรญี่ปุ่นลดลงเรื่อยๆ มากเกือบ 50 ปีแล้ว

...

ภาพที่ 1: ปีรามิดประชากรญี่ปุ่นจากสำนักข่าว BBC ไม่ใช่ผลงานของผู้เขียน

...

ภาพปีรามิดประชากรญี่ปุ่นจากสำนักข่าว BBC > [ Click ]

  • โปรดสังเกตแถบสีฟ้าอ่อนแสดงช่วงอายุ 0-15 ปี หรือ "วัยเด็ก" ซึ่งน้อยลงเรื่อยๆ นับจากปี 1950, 2006, 2050 หรือ พ.ศ. 2493, 2549, 2593 ตามลำดับ
  • ช่วงอายุ 15-64 ปี หรือ "วัยผู้ใหญ่ (วัยทำงาน)" ซึ่งเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2006 หรือ พ.ศ. 2549 และลดลงไปเรื่อยๆ
  • ช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือ "คนสูงอายุ" ซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 1950 หรือ พ.ศ. 2493
  • ช่วงคนสูงอายุเป็นช่วงที่ประชากรผู้หญิงมีสัดส่วนสูงกว่าผู้ชายชัดเจนมาก เนื่องจากผู้หญิงส่วนใหญ่อายุยืนกว่าผู้ชาย

...

ช่วงปี พ.ศ. 2513-2517 (early 1970s) เป็นช่วงแรกที่ประชากรญี่ปุ่นเริ่มลดลง ช่วงนั้นผู้หญิง 1 คนมีลูกเฉลี่ย 2.1 คน และลดลงมาจนในปี 2548 ผู้หญิง 1 คนมีลูกเฉลี่ย 1.26 คน

ตามทฤษฎีแล้ว... ผู้หญิง 1 คนจะต้องมีลูกเฉลี่ยเกิน 2 คนจึงจะรักษาประชากรให้คงที่ได้ โดยคิดจากคู่สมรสที่มีผู้ชายและผู้หญิงฝ่ายละ 1 คน นอกจากนั้นต้องเผื่อให้เกิน 2 คนไว้บ้าง เนื่องจากคนส่วนหนึ่งจะตายไปในวัยเด็กและวัยรุ่น อีกส่วนหนึ่งก็ไม่โอกาสที่จะมีลูกตลอดชีวิต

...

ทุกวันนี้ประชากรญี่ปุ่นสูงอายุ (มากกว่า 65 ปี)มีมากกว่า 20% และคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 40% ในปี 2050 (พ.ศ. 2593) ดังภาพ

ภาพที่ 2: ภาพปีรามิดประชากรญี่ปุ่นในปี 2050 หรือ พ.ศ. 2593 จากสำนักข่าว BBC ไม่ใช่ผลงานของผู้เขียน

...

ภาพปีรามิดประชากรสูงอายุญี่ปุ่นในปี 2050 (พ.ศ. 2593) > [ Click ]

  • โปรดสังเกตว่า สัดส่วนวัยเด็กลดลงเหลือเพียง 8.6% วัยทำงานลดลงเหลือเพียง 51.8% วัยสูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 39.6%

...

อาจารย์โฟการ์ทีกล่าวว่า ประเทศที่มีโครงสร้างประชากรแบบนี้ไม่ได้มีเพียงญี่ปุ่นเพียงชาติเดียว

ทว่า... ยังมีอีกหลายชาติที่กำลังตามมาติดๆ ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน อิตาลี กรีซ เยอรมนี และอีกหลายประเทศในยุโรปตะวันออก

...

ผลกระทบที่น่าจะตามมาจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปได้แก่

  1. ขาดคนวัยทำงาน > ทางออกที่เป็นไปได้คือ พัฒนางานให้คนที่เกษียณแล้วกลับมาทำงานใหม่ได้ ซึ่งข้อนี้ต้องอาศัยการดูแลสุขภาพที่ดีล่วงหน้าหลายสิบปี เนื่องจากต้องการคนสูงอายุที่แข็งแรง มีความรู้ และเรียนรู้งานใหม่ๆ ไม่ใช่คนสูงอายุที่เสื่อมสภาพ ป้ำๆ เป๋อๆ หรือโรคมากจนไม่มีใครกล้าจ้างงาน
  2. ขาดคนวัยทำงาน > นำคนต่างชาติเข้ามาทำงานคล้ายๆ กับเมืองไทยทุกวันนี้
  3. กระตุ้นให้คนมีลูกกันมากขึ้น
  4. ขาดคนเสียภาษี > ทำให้รายรับของรัฐบาลลดลง ซึ่งอาจทำให้โครงการประกันสังคม หรือรัฐสวัสดิการ โดยเฉพาะประเทศที่เน้นนโยบาย "ประชานิยม" ล่มสลาย หรือเป็นหนี้มหาศาลได้
  5. ความต้องการระบบสุขภาพ โดยเฉพาะพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล นักกายภาพบำบัด หมอนวดจะเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
  6. ความต้องการพี่เลี้ยงเด็กจะลดลง ความต้องการผู้ดูแลคนสูงอายุจะมากขึ้นเรื่อยๆ
  7. คนรุ่นใหม่จะอพยพเข้าเมือง (urbanization) มากขึ้นเรื่อยๆ > ทำให้ต้องปรับระบบขนส่งมวลชน สาธารณูปโภคในเมืองครั้งใหญ่
  8. บ้านนอกจะมีสัดส่วนคนสูงอายุมากขึ้น มีความต้องการบ้านพักคนสูงอายุมากขึ้น และอาจต้องมีสนาม "เด็กเล่น" หรือสโมสรสุขภาพสำหรับคนสูงอายุ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ
  9. โรงเรียนจำนวนมากจะมีเด็กนักเรียนน้อยลงไปเรื่อยๆ จนต้องปิด และนำนักเรียนไปเรียนรวมกัน หรือเรียนทางไกลแทน
  10. รูปแบบการเดินทางของคนสูงอายุจะเปลี่ยนไป เช่น การเดินทางจะมีความถี่น้อยลง ความต้องการรถระหว่างเมืองน้อยลง ทัวร์ประเภทผู้สูงอายุที่สมบุกสมบันน้อยหน่อย เน้นศิลปวัฒนธรรมมากขึ้นจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ฯลฯ

...

เมืองไทยเราเองก็มีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ... เราจำเป็นต้องเตรียมการดูแลคนสูงอายุให้มากขึ้น เช่น กลุ่มคนสูงอายุที่ต้องการเข้ามาพักผ่อน ท่องเที่ยว หรือทำงานหลังเกษียณในไทย ฯลฯ

เมืองไทยควรรีบพัฒนาองค์ความรู้ด้านผู้สูงอายุ และพัฒนาบุคลากรที่คาดว่า จะมีความต้องการสูงขึ้น เช่น พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน โดยเฉพาะการฝังเข็ม ฯลฯ

...

นอกจากนั้นควรมีการเตรียมการด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแบบพ่วงบริการสุขภาพ ซึ่งน่าจะเป็นแหล่งทำรายได้สำคัญ

ถึงตรงนี้... ขอเรียนเชิญพวกเราหันมาใส่ใจสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสของการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ไม่อายุยืนแบบป้ำๆ เป๋อๆ เลอะๆ เลือนๆ ไปนานๆ ครับ

ที่มา                                                                              

  • Thank BBC > Phillipa Fogarty > Japan eyes demographic time bomb > [ Click ] > November 19, 2007.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 19 พฤศจิกายน 2550.

โดย wullopp

 

กลับไปที่ www.oknation.net