วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ควันหลง! รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ VS ชมรมตำรวย หัวขวด !?


http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/531/2531/images/PIC00044.jpeg

สนับสนุนโดยโรงงานผ้าซิ่นไหมคนทอยตราหมีเล่นหวย (ฮา)

Anti-Corruption Center : สายสืบภาคประชาชน ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้เมื่อ 2 วันก่อน แต่บังเอิญไม่มีเวลา เมื่อตั้งใจจะเขียนแล้ว ยังไงๆ ก็ต้องเขียนถึงกรณีอื้อฉาวเรื่องการเผยแพร่หนังสือ "รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ" แก่บรรดาผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน หรือ "สาวกพลังแม้ว" ที่เขียนโดย "วาทตะวัน สุพรรณเภสัช" ชื่อจริงคือ พ.ต.อ.ประจักษ์ศิลป์ สุพรรณเภสัช พี่ชายแท้ๆ ของ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และอดีตโฆษก สตช.

เหตุที่ต้องเขียนถึงเพราะมีประเด็นคาใจ 2 เรื่อง คือ ชื่อหนังสือและบุคคลที่เกี่ยวข้องในการจัดพิมพ์และเผยแพร่หนังสือเล่มนี้

ประเด็นแรก ขอฟันธงว่าการใช้คำผวนตั้งชื่อหนังสือเยี่ยงนี้ถือว่าบัดซบจริงๆ และมองมุมใดก็ไม่เห็นด้วยว่าเป็นการ "เขียนด้วยอารมณ์ขันในยามที่บ้านเมืองแบ่งฝักแบ่งฝ่าย" ตามคำแก้ต่างของ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช น้องชายผู้เขียน รวมทั้งฟังไม่ขึ้นว่าไม่มีเจตนาบ่งบอกความถ่อยทรามในการสื่อสะท้อน "คำผวน" อุบาทว์ !!

เป็นความถ่อยทรามของ "คำผวน" อุบาทว์ที่ย่ำยีกฎหมายสูงสุดของชาติ !!

เนื่องจากต้องไม่ลืมว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยคือกฎหมายสูงสุดของรัฐไทย จะมีข้อเสียหรือชั่วร้ายในมาตราใดบ้าง ก็พึงเป็นข้ออ้างหรือข้อโต้เถียงในการแก้ไขปรับปรุงตามความต้องการของคนส่วนใหญ่ต่อไป โดยต้องไม่ลืมว่าอย่างไรเสียรัฐธรรมนูญปี 50 ก็ผ่านการลงประชามติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 14 ต่อ 10 ล้านเสียงเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2550

ประการสำคัญต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงลงพระปรมาภิไธยให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550

จึงต้องขอย้ำอีกครั้งว่าแนวคิดในการตั้งชื่อและเผยแพร่หนังสือเล่มนี้...บัดซบจริงๆ

ประเด็นต่อมา เป็นเรื่องแทบไม่น่าเชื่อว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องและสมควรต้องได้รับการประณามในความบัดซบจริงๆ ในการผลิตและเผยแพร่หนังสือเล่มนี้ล้วนแต่เคยเป็นข้าราชการตำรวจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทั้งสิ้นรวม 3 คน

หนึ่ง-คือ พ.ต.อ.ประจักษ์ศิลป์ สุพรรณเภสัช ผู้เขียน

สอง-คือ พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก ผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 (กทม. นนทบุรี สมุทร ปราการ) พรรคพลังประชาชน ผู้ซื้อหนังสือดังกล่าวไปแจกจ่ายบรรดาผู้สมัคร ส.ส.ร่วมพรรค

สาม-คือ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ประธานชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญ ผู้จัดพิมพ์และจำหน่าย 

พล.ต.อ.สล้าง บุนนาคเป็น พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค คนเดียวกับที่เป็นอดีต รอง ผบ.ตร.

เป็น พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค คนเดียวกับที่เคยนำทีมวิสามัญฆาตกรรม "โจ ด่านช้าง" นักค้ายาเสพติดตัวยงกับพวกรวม 6 ศพเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

เป็น พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค คนเดียวกับที่เป็นข่าวอื้อฉาวหลังเหตุการณ์ "ฆ่าหมู่ 6 ตุลา 2519" ขณะครองยศ พันตำรวจโท โดยการแสดงพฤติการณ์ถ่อยทรามต่อ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ขณะนั้น) ที่สนามบินดอนเมือง

ข่าวส่วนใหญ่มักระบุว่า พ.ต.ท.สล้าง บุนนาค "ตบหน้าอาจารย์ป๋วย" อดีตเสรีไทยผู้กอปรด้วยคุณงามความดีต่อบ้านเมือง 

"อาจารย์ป๋วย" ได้บันทึกข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ในวันนั้นไว้ในข้อเขียนเรื่อง "ความรุนแรงและรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519" (เขียนเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2519) ความตอนหนึ่ง ดังนี้

"...ในตอนบ่าย (วันที่ 6 ตุลาคม 2519) มีเพื่อนฝูง อาจารย์หลายคน แนะนำผู้เขียนเดินทางออกไปจากประเทศไทยเสีย เหล่ายานเกราะก็ดี ใบปลิวก็ดี ได้ยุยงให้มีการลงประชาทัณฑ์อธิการบดีธรรมศาสตร์ ในฐานที่เป็นผู้ยุยงส่งเสริมนักศึกษาให้ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้เขียนเห็นว่าอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ระวังกระสุน จึงตัดสินใจว่าจะไปอยู่กัวลาลัมเปอร์ ดูเหตุการณ์สักพักหนึ่ง เพราะขณะนั้นยังไม่มีการรัฐประหาร"

"...เครื่องบินไปกัวลาลัมเปอร์จะออกเวลา 18.15 น.ผู้เขียนได้ไปที่ดอนเมืองก่อนเล็กน้อย ปรากฏว่าเครื่องบินเสีย ต้องเลื่อนเวลาไป 1 ชั่วโมง จึงนั่งคอยในห้องผู้โดยสารขาออก

ต่อมาปรากฏว่ามีผู้เห็นผู้เขียนนำความไปบอกยานเกราะ (รายการปลุกระดมทางสถานีวิทยุยานเกราะ) ยานเกราะจึงประกาศให้มีการจับกุมผู้เขียน และยุให้ลูกเสือชาวบ้านไปชุมนุมที่ดอนเมือง ขัดขวางมิให้ผู้เขียนออกไป

ศ.ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ - ภาจากอินเทอร์เน็ตเวลาประมาณ 18.15 น.ได้มีตำรวจชั้นนายพันโท (สล้าง บุนนาค) ตรงเข้ามาจับผู้เขียน โดยที่กำลังพูดโทรศัพท์อยู่ ได้ใช้กริยาหยาบคายตบหูโทรศัพท์ร่วงไปแล้วบริภาษผู้เขียนต่าง ๆ นานา บอกว่าจะจับไปหาอธิบดีกรมตำรวจ ผู้เขียนก็ไม่ได้ตอบโต้ประการใด

บรรดา สห.ทหารอากาศและตำรวจกองตรวจคนเข้าเมืองได้ออกความเห็นว่า ไม่ควรนำตัวผู้เขียนออกไปทางด้านห้องผู้โดยสารขาออก เพราะมีลูกเสือชาวบ้านอยู่เป็นจำนวนมาก เกรงว่าจะมีการทำร้ายขึ้น จึงขออนุญาตทางกองทัพอากาศ จะขอนำออกทางสนามกอล์ฟกองทัพอากาศ

ระหว่างที่รอคอยคำสั่งนั้น ตำรวจทั้งหลายได้คุมตัวผู้เขียนไปกักอยู่ในห้องกองตรวจคนเข้าเมืองทางด้านผู้โดยสารขาเข้า..."

"...นั่งคอยคำสั่งให้เอาตัวไปคุมขังอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นได้ทราบแล้วว่ามีการปฏิวัติรัฐประหารขึ้น ก็นึกกังวลใจว่าเพื่อนฝูงจะถูกใส่ความได้รับอันตรายหลายคน ส่วนตัวของตัวเองนั้นก็ปลงตกว่า แม้ชีวิตจะรอดไปได้ก็คงต้องเจ็บตัว

ประมาณ 20.00 น.ตำรวจมาแจ้งว่ามีคำสั่งจากเบื้องบนให้ปล่อยตัวได้ และให้เจ้าหน้าที่จัดหาเครื่องบินให้ออกเดินทางไปต่างประเทศ

ขณะนั้นเครื่องบินที่จะไปกัวลาลัมเปอร์หรือสิงคโปร์ออกไปเสียแล้ว มีแต่เครื่องบินไปยุโรปหรือญี่ปุ่น จึงตัดสินใจไปยุโรป..."  

(อ่านชีวประวัติ "อาจารย์ป๋วย" โปรดคลิ๊ก !) 

http://www.polsci.tu.ac.th/pr_edu/puay.htm

นี่คือเสี้ยววีรกรรมเถื่อนของ พ.ต.ท.สล้าง บุนนาค หรือ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ประธานชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญ ผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือ "รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ" โดยไม่กริ่งเกรงว่าชมรมของท่านจะถูก 1 ใน 14 ล้านเสียงที่โหวตเห็นชอบรัฐธรรมนูญปี 50 เรียกขานว่า "ชมรมตำรวย หัวขวด"

ว่าที่จริง "ตำรวย หัวขวด" ไม่ได้หยาบคาย แต่โปรดอย่าผวนคำ !!

เนื่องเพราะ "ตำรวย" คือคำแสลงของตำรวจที่ขยันพิมพ์หนังสือขายจนรวย ส่วน "หัวขวด" หมายถึงชมรมที่มีผู้นำสมองน้อยเพราะ "หัวเล็ก" เหมือน "หัวขวด" !!

สายสืบภาคประชาชน (19 พฤศจิกายน 2550)

คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550

http://www.parliament.go.th/parcy/sapa_db/sapa13-upload/13-20070827163114_1.pdf

--------------------------------

ข่าวเกี่ยวเนื่อง...

เบื้องหลัง รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ

เป็นที่ฮือฮา...เมื่อการประชุมสัมมนาปฐมนิเทศน์ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน ที่อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี เมื่อ 14 พฤศจิกา ยนที่ผ่านมา..ดั๊น..มีการนำหนังสือ รัดทำ มะนวย ฉบับหัวคูณ ให้กับผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทุกคน

หนังสือที่ห้ามเล่น 'คำผวน' เล่มนี้ เขียน โดยผู้ใช้นามปากกาว่า วาทตะวัน สุพรรณเภษัช นักเขียนมิลเลี่ยนคลิก ซึ่งรวบรวมบท ความในคอลัมน์ต่างๆ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ช่วง 1 ปี ตั้งแต่มีการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

สืบเสาะหาที่มาที่ไป พบว่า....คนเขียนชื่อจริงคือ พ.ต.อ.ประจักษ์ศิลป์ สุพรรณเภสัช ขณะที่ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีต รอง ผบ.ตร. เป็นคนจัดพิมพ์ออกจำหน่ายเล่มละ 100 บาท ส่วนคนที่ซื้อมาเพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับผู้สมัครพรรคพลังประชาชนคือ พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก ผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 (กทม. นนทบุรี สมุทร ปราการ)

พ.ต.อ.ประจักษ์ศิลป์ สุพรรณเภสัช เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของ 'รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ' ให้ฟังว่า

'ผมไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์รัฐประหาร เพราะไม่เชื่อว่าคนที่ทำลายประชาธิปไตย ฉีกรัฐธรรมนูญ จะเข้าใจ ประชาธิปไตย และเชื่อเสมอว่า ตำรวจเข้าใจประชาธิป ไตยมากที่สุด และเมื่อรัฐประหารเสร็จเรียบ ร้อย ก็มีข่าวเรื่องการทุจริตต่างๆ นานา อย่างรถหุ้มเกราะล้อยาง ซึ่งผมไม่พอใจมาก เพราะในอดีตมีทหารกี่คนที่ทุจริตและถูกดำเนินคดีไม่รู้จัก กี่คน...'

พอดีกับชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญ มาขอรวมเล่มบทความของเขา ซึ่งก็ได้รับอนุญาต พร้อมกับอธิบายความหมายของคำว่า 'รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ' แบบมีอารมณ์ขันว่า

'มันไม่ได้เป็นคำหยาบคายอะไร หากอ่านหนังสือผมให้หมดก็จะรู้ว่า คำว่ารัดทำมะนวย เป็นคำที่ยืมมาจาก สุจิตต์ วงศ์เทศ ที่เขียนเอาไว้ในหนังสือพิมพ์ มติชนว่า รัดทำมะนวยปล้นอำนาจประชาชน

ส่วน ฉบับหัวคูณ ผมเอามาจากคำของซือแป๋ ราชดำเนิน (พล.ต.หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช) ที่เขียนเอา ไว้ว่า ไอ้พวกทุจริตมันเป็นพวกหัวคูณ คือคิดอะไรแต่เรื่องผลประโยชน์ของตัวเอง โดยการคูณ คูณ คูณ คูณ ว่าเป็นเงินเท่าไร ผมก็ยืมเอาคำมาผสมกันเป็น รัดทำ มะนวย ฉบับหัวคูณ'

อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบในหนังสือเล่มดังกล่าวหน้า 129 ผู้เขียนระบุคำว่า รัดทำมะนวย มาจากบทกวีของ คุณชนะ คำมงคล ซึ่งร้องกรองเอาไว้ว่า 'เจ้าขุนทองยังไม่มา เห็นแต่หน้าเจ้าขุนทวย กำลังร่างรัดทำมะนวย ฉวยอำนาจประชาชน'

ส่วนผู้จัดพิมพ์อย่าง พล.ต.อ.สล้างในฐานะประธานชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญบอกว่า เป็นผลพวงมาจากหนังสือ 'ทำลายรัฐตำรวจ สร้างรัฐทหาร' ของชมรมข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นหนังสือ ที่ชมรมทำออกจำหน่ายให้กับข้าราชการตำรวจ ช่วงต้นปี 2550 เพื่อชี้แจงถึงรายละเอียดร่าง พ.ร.บ. ข้าราชการตำรวจ ที่จะมีผลกระทบกับตำรวจทุกคนในอนาคต

'...เพราะคนนอกที่ไม่ใช่ตำรวจ กำลังจะเข้ามามีอำนาจเหนือตำรวจทั้งประเทศ ต่อมารัฐบาล พล.อ. สุรยุทธ์ (จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี) เริ่มพูดถึง นโยบายการปราบยาเสพติดของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และการฆ่าตัดตอน 2,000 ศพ ชมรมเห็น ว่าเป็นการสร้างเรื่องเพื่อทำลายข้าราชการตำรวจ และผลักให้ตำรวจทั้งประเทศเป็นผู้ร่วมกระทำผิด และผลักให้ไปเป็นพวก พ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่ตั้งใจ'

'...ทำให้ตำรวจที่เป็นผู้ปฏิบัติเสียกำลังใจอย่างมาก จึงรวมตัวกันออกหนังสืออีกเล่ม เพื่อบอกความจริงกับสังคมชื่อ 'ฆ่าตัดตอน โกหกบันลือโลก' ซึ่งเป็นเป็นหนังสือคู่แฝดที่จัดทำมาพร้อมกับ 'รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ'

นั่นคือ..เบื้องหลังและที่มาที่ไปของ...หนังสือ 'รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ'...!

ที่มา : http://webboard.mthai.com/16/2007-11-16/355681.html

แหล่งที่มา : Forward Mail

โดย สายสืบภาคประชาชน

 

กลับไปที่ www.oknation.net