วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นโยบายแก้ไฟใต้ ควรเป็น 'วาระแห่งชาติ'


สวนทางปืน (ฉ.806)

ที่สำคัญ การตัดสินใจของกลุ่มการเมืองจากจังหวัดชายแดนกลุ่มเก่าแก่ของพื้นที่ คือกลุ่มวาดะห์ที่ตัดสินใจครั้งสุดท้ายโดยยกทีมกันผละจากพรรคมัชฌิมาประชาธิปไตย กลับบ้านเก่าพรรคพลังประชาชน หรือไทยรักไทยเก่านั่นเอง

การตัดสินใจของวาดะห์ในครั้งนี้ บรรดานักวิจารณ์การเมืองในพื้นที่ หรือที่เรียกให้เข้ากับบรรยากาศการเมืองว่า ท่านผู้ทรงเกียรติแห่งสภาร้านน้ำชา ต่างชมเชยการตัดสินใจของกลุ่มวาดะห์ครั้งนี้ว่า เก๋าเกมการเมือง ไม่เสียชื่อกลุ่มการเมืองเก่าแก่ หากไม่ตัดสินใจอย่างทันเวลา ก็คงเฉาตายตามประชัยไปด้วยเป็นแน่ และที่สำคัญ ยังส่งผลให้การเมืองเรื่องผลประโยชน์ที่ฟาดฟันกันอยู่ท่ามกลาง 'การเมืองที่หลั่งเลือด' เรื่องประวัติศาสตร์เชื้อชาติ ศาสนา ในพื้นที่พลอย 'นิ่ง' และชัดเจนไปด้วย

อันที่จริงกรณีการ 'ขยับ' ของวาดะห์ในครั้งนี้ หากตอนก่อนๆ ไม่ได้พูดถึงสภาพการณ์ของการเมืองไว้ค่อนข้างมากแล้ว ครั้งนี้ก็มีข้อมูลทางการเมือง มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่เล็ดลอดมาเข้าหูผู้เขียนให้ตั้งข้อสังเกตวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้างพอสมควร

อย่างน้อยก็เบื้องหน้าเบื้องหลังว่า ทำไม? คุณเด่น โต๊ะมีนา ถึงหวนกลับสู่วาดะห์อีกรอบ เป็นการหวนกลับรังเดิมในวัยอันร่วงโรย ที่ในวงการต่างคิดว่า คงไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่คิดว่าน่าจะมีประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกตยิ่งกว่าประเด็นนั้น ซึ่งมีเนื้อหาสาระที่ควรกล่าวถึงขณะนี้มากกว่า วันข้างหน้าหากมีโอกาส ก็อาจจะกลับมานำเสนออีกสักครั้ง

ผู้เขียนอยากฟื้นบรรยากาศก่อนที่จะมีการรณรงค์หาเสียงไปไกลสัก 1 ปี ก่อนหน้านี้ ซึ่งหลายท่านน่าจะจำกันได้ว่า เหตุผลที่ คมช.เข้ายึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เรื่องปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นข้ออ้างที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่ง ประชาชนหลายส่วนถึงแม้จะไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับการยึดอำนาจโดยการรัฐประหารนัก แต่ระยะแรกของการยึดอำนาจ คมช.และรัฐบาลได้แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังเพื่อแก้ไขปัญหาให้สำเร็จ นำความสงบกลับคืนมาให้ได้ ด้วยหวังว่าอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างมีเอกภาพ จะดลบรรดาลให้ไฟใต้มอดดับลงได้

แต่เมื่อปีเศษผ่านไป แม้อำนาจของ คมช. และรัฐบาลจะคลายตัวลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพ อันเป็นปมเงื่อนสำคัญของการแก้ไขปัญหาในระดับที่เพียงพอต่อการรับมือกับสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่หลังจากนี้ ซึ่งคงไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2551 คมช.และรัฐบาลนี้ ต้องส่งมอบอำนาจให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งต่างก็รู้ๆ กันว่า น่าจะเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค เพราะรัฐธรรมนูญออกแบบล็อกสเปกกันไว้อย่างนั้น เอกภาพเพื่อการบริหารจัดการประเทศในทุกๆ เรื่องที่รัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลพรรคเดียวของไทยรักไทยเคยมี ก็จะหายไปอย่างอัตโนมัติ และก็คงไม่เว้นแม้แต่เอกภาพของการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

เว้นแต่รัฐบาลสมัยหน้าจะมอบหมายการแก้ปัญหาให้กับกองทัพอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งน่าจะมีโอกาสเป็นอย่างที่ผู้เขียนคาดหมายค่อนข้างมาก และหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ สิ่งที่พรรคการเมืองนำเสนอนโยบาย ที่ผู้เขียนวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหมือนโฆษณาหนังขายยา หรือเป็นนโยบายประชานิยมฉบับไฟใต้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เขียนกล่าวหาอย่างเกินเลยแต่อย่างใด

ถ้าหากแนวโน้มลักษณะของรัฐบาลชุดต่อไป เป็นอย่างผู้เขียนคาดหมาย ซึ่งหมายถึงพรรคการเมืองจะมีบทบาทไม่มากนักในการแก้ปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าอย่างนั้นพรรคการเมืองควรนำเสนอนโยบายอย่างไร ไม่ให้เกินข้อจำกัดของข้อเท็จจริงที่ดำรงอยู่ ผู้เขียนคิดว่า

ประการแรก พรรคการเมืองควรเลิกนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ในลักษณะประชานิยม ที่สร้างความคาดหวังให้กับประชาชนเกินจริง เพราะต้องสังวรไว้เสมอว่า แม้รัฐที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จและมีเอกภาพในระดับสูง ก็ยังยากที่จะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้ดั่งใจนึก

ประการที่สอง หากพรรคการเมืองจริงใจต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริงควรมีความกล้าหาญที่จะเสียสละ โดยประกาศงดเว้นที่จะนำเอาการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาแสวงประโยชน์ สร้างความนิยมทางการเมือง และ

ประการที่สาม หากพรรคการเมืองทั้งหลายมีดวงตาที่เห็นธรรมและมีความจริงใจ มองเห็นความสำคัญทั้งสองประการข้างต้น ก็ควรเป็นผู้นำในการประกาศจุดยืนทางการเมือง ให้การแก้ปัญหาภาคใต้ เป็น 'วาระแห่งชาติ' และมีข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรมของกระบวนการในการดำเนินการให้เป็น 'วาระแห่งชาติ' อย่างชัดเจน ผู้เขียนคิดว่า น่าจะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับสถานะของรัฐบาลสมัยหน้ามากที่สุด

และผู้เขียนเข้าใจว่า คำว่า 'วาระแห่งชาติ' นั้น คงไม่ใช่ 'รัฐบาลแห่งชาติ' อย่างที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ทางการเมืองนำเสนอมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ปฏิบัติได้ค่อนข้างยากกับวัฒนธรรมการปกครองในระบอบรัฐสภาแบบไทยๆ ที่มักจะโต้แย้งว่า ระบอบรัฐสภาจะต้องมีทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายตรวจสอบ หรือฝ่ายค้าน นั่นเป็นความเห็นสามประการของผู้เขียน ต่อพรรคการเมืองในเรื่องการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

และประการสุดท้าย ผู้เขียนขอเสนอความเห็นนี้ต่อนักการเมืองบ้านของผู้เขียนทุกพรรคทุกคนโดยเฉพาะนักการเมืองที่เป็นมลายูมุสลิม และโดยเฉพาะนักการเมืองผู้แก่พรรษาทั้งหลาย ผู้เขียนคิดว่า หากไม่คิดถึงเมื่อหลาย 100 ปีก่อน คิดกันเฉพาะ 100 ปีมานี้ บ้านเราไม่เคยต้องเผชิญปัญหาที่ทำให้เกิดความบอบช้ำทุกๆ ด้านอย่างนี้มาก่อน ความรู้สึกอย่างนี้ ผู้เขียนคิดว่าท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านต่างซาบซึ้งใจดี ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ที่เราจะต้องพูดความในใจกันอย่างแท้จริงเสียที ว่าปัญหาบ้านเราในวันนี้ ไฟสงครามมาจากไหน? อะไรเป็นเหตุกันแน่? ไม่ใช่อมพะนำต่างคนต่างเอาตัวรอดกันไปวันๆ ทิ้งให้คนส่วนมากที่ด้อยโอกาสที่จะได้ใช้เวทีอันมีเกียรติอย่างพวกท่าน ต้องบาดเจ็บล้มตายพลัดที่นาคาที่อยู่มีชีวิตที่ไร้ความหวังเช่นวันนี้

ผู้เขียนคิดว่า สถานการณ์ที่ได้พัฒนามาถึงวันนี้ มันได้พิสูจน์แล้วว่า มันแก้ไม่ได้ด้วยคำโฆษณาทางการเมืองที่มีแต่ความฉาบฉวย แต่มันถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องเอา 'ความจริง' มาพูดกัน และผู้เขียนไม่ได้เรียกร้องจะให้ 'ความจริง' เหล่านั้นต้องนำมาตีแผ่ต่อสาธารณะในเวทีหาเสียงให้ต้องขัดใจพรรคพวกเรากันเองหรอก ซึ่งนักการเมืองระดับชาติอย่างพวกท่านทั้งหลายก็น่าจะรู้ด้วยตัวเองว่า ความเป็นจริง ซึ่งเป็นความในใจเหล่านั้น แต่ละเรื่อง แต่ละประเด็นควรจะนำเสนอกับใครถึงจะมีผลในทางปฏิบัติ และหากไม่กล้าจะพูดโดยลำพัง โดยบุคคลหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ก็ลองรวมตัวกันทุกพรรคทุกคนแล้วไปพูดพร้อมๆ กัน สถานการณ์บ้านเราก็คงจะเบาบางให้เห็นได้ในไม่ช้า

ท่านศาสดาอิสลาม ได้มีวจนะว่า 'อันการใดๆ นั้น อยู่ที่เจตนา' หมายถึงว่า คำพูดคำอ้างนั้นหรือแม้แต่การกระทำทั้งหลายก็ยังไม่ใช่สิ่งจริงแท้ แต่เจตนาของเขาต่างหากคือสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าจะพิจารณาว่าทั้งคำพูด ทั้งการกระทำ ของเขานั้น คืออะไร?

สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนยังคงวนเวียนอยู่กับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กับสถานการการการเมือง (การเมืองของพรรคการเมือง) ซึ่งส่วนใหญ่ก็ว่ากันเป็นรายบุคคล รายกลุ่มกระทั่งรายพรรค และคิดว่าสัปดาห์นี้จะข้ามไปพูดคุยเรื่องอื่นๆ บ้าง แต่ก็เห็นว่า การเมืองใหญ่ระดับประเทศมีการปรับตัวไปสู่สถานการณ์ที่ภาษาการเมืองเรียกว่า 'นิ่ง' มากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น

โดย บะห์รูน

 

กลับไปที่ www.oknation.net