วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตำตา...บาดใจ...ใส้กิ่ว


                  

ก็เคยแต่ได้รับฟอร์เวิดเมล์จากเพื่อนๆ  ค่ะ  เรื่องของการให้บริการลูกค้าของร้านค้าที่ตัดสินลูกค้า  จากการดูสารรูปจากภายนอกนี่  และก็เคยได้ยินเขาเล่ามาว่า...

ตัวอย่างแรก  ฉันทนา...ที่รัก  > เรื่องที่มีคนจับคุณหนูฮายยยยโซ  แต่งเป็นฉันทนา (ที่รัก)  ไปเดินด้อมๆ  มองๆ  ในห้องเสื้อหรูๆ  ผลปรากฏว่าไม่มีพนักงานคนไหนให้ความสนใจกระตือรือร้นที่จะขายสินค้าให้เลย  แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้ความสนใจเลยซะทีเดียว  เพราะคุณเธอทั้งหลายก็เมียงๆ  มองๆ  คุณน้องฉันทนาอยู่เหมือนกัน  เพราะกลัวว่าคุณน้องจะอุ๊บอิบ  หยิบฉวยเสื้อผ้าราคาแพงระยิบ  ติดไม้ติดมือไป แถมมาด้วยสายตาและวาจากระซิบกระซาบแต่พอได้ยินให้ระคายเคืองความรู้สึก...

อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา  คุณหนูฮายยยโซเธอสลัดคราบสาวฉันทนา  กลับมาเป็นตัวของเธอเอง   เสื้อผ้า  หน้า  ผม  ยังกะเดินออกมาจากแคตตาลอก  แล้วก็ไปร้านเดิม  ...การณ์กลับเป็นเช่นไร  คิดว่าท่านผู้อ่านคงพอเดาได้นะคะ  มันช่างเหลือจะบรรยายจริงๆ  นะคนเรา...อิอิๆๆๆๆๆๆๆๆ

                                   

                                      

ตัวอย่างที่สอง  คุณตาซื้อเบนซ์  > คุณตาคนหนึ่งใส่กางเกงขาสั้นผ้าขาวม้าคาดพุงเดินเข้าไปในโชว์รูมขายรถยนต์หรูๆๆๆๆๆๆๆๆ  อีกละ...  ไม่มีใครสนใจที่จะมาเชียร์ขายของกะคุณตาหรอก  จะมีก็แต่สายตาที่มองมาอย่างระแวดระวัง  ไม่ใช่กลัวว่าคุณตาจะขโมยรถอะไรหรอก  แต่กลัวว่าคุณตาจะทำความเสียหายให้รถคันงามน่ะ  เหตุการณ์อันน่าอึดอัด  คับอกคับใจบรรดาพนักงานขายสาวสวย  หนุ่มหล่อดำเนินไปเนิ่นนาน  แต่ท่านผู้อ่านรู้ไหม  ...การณ์จบลงที่คุณตาควักเงินสดจ่ายเป็นค่ารถยนต์คันที่คุณตาพึงใจ   555+++  เบนซ์ของจริงนะคะท่าน  หาใช่เบนซ์โมเดลแต่อย่างใด

                           

เล่าตัวอย่างมาก็สองเรื่องไปละ  ไม่นึกว่าวันนี้จะมาเกิดกับตัวเองจริงๆ  อิอิ...เลิกใช้คำว่า  เขาเล่าว่าซะที  เมื่อวันอาทิตย์ที่  18  ที่ผ่านมานี้เองค่ะ  เอื้องดอยไปงานแต่งงานของเพื่อนเก่าแก่...คบกันตั้งแต่สมัยมัธยมเรื่อยมาเลยนะคะ  ยืนยันไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกันแต่อย่างใด  แต่ไม่ใช่เพื่อนเราทำกะเราหรอก...  เพื่อนเราต้องเข้าพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณี...พอเข้านั่งโต๊ะก็มีคนมาบริการอาหารสองอย่างที่ปรุงมาจากเนื้อวัว  แต่เอื้องดอย  ไม่กินเนื้อวัว  เพื่อนอีกสามคนก็กินกันไป  แต่เราก็เห็นว่าโต๊ะอื่นมีอาหารเมนูปลาด้วย  มีข้าวผัดด้วย  เลยเอ่ยปาก...ขอปลาได้ไหม...ไม่ได้   งั้นข้าวผัดจานนึงก็ได้...ไม่มี...แต่มีญาติเพื่อนสองสามี – ภรรยา  ที่เราพอรู้จัก  มาบอกว่าอาหารเมนูแบบนั้นเราสั่งมาเฉพาะแขกทางเจ้าบ่าว  มีจำนวนจำกัดและเสิร์ฟไปหมดละ...อืม  ไม่เป็นไร  ทานน้ำเปล่าไป  1  แก้ว  ดูเพื่อนๆ  กินไปแบบดูก็รู้ว่าเพื่อนๆมันก็ไม่อร่อยหรอก  เพราะเป็นห่วงเรา  ที่ขอน่ะก็เพราะเห็นว่าเป็นบ้านเพื่อนเรานะ  ปกติแล้วเวลาได้รับเชิญไปงานทั่วๆไป  ไม่เคยหวังว่าต้องไปกินข้าวในงานเลยค่ะ

เรื่องคงจบเท่านั้นถ้าไม่มีแขก  2  คนนี้มา  หลังจากญาติเพื่อนเดินลับมุมบ้านไปไม่นาน  คราวนี้เดินกลับมาพร้อมแขก  2  คน  พ่อ-ลูก  คนที่เป็นลูกสาวเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเพื่อนเราเอง  พ่อเค้าเป็นผู้มีอันจะกิน ( นิดนึง )  ของจังหวัดนี้  แต่ทำไมต้องพามานั่งที่โต๊ะนี้ด้วย  ...2  พ่อ-ลูก  นั่งไม่นาน  ข้าวปลาอาหาร  เมนูไก่  ปลา  หมู  และข้าวก็ไม่ใช่ข้าวสวย  แต่เป็นข้าวผัด...และแถมด้วยฝ่ายสามีก็มานั่งรับรองซะดิบดี...( no  comment ! )

                               

งานนี้เอื้องดอยต้องทนหิว  กลับมากินข้าว+น้ำพริกบ้านตัวเอง  ช่วยงานเพื่อนไป  หนึ่งพันบาท  แล้วร่ำลากันกลับตอนสิบโมง  กว่าจะถึงบ้านก็เกือบเที่ยงค่ะ…ไงล่ะ  เรื่องมาก  กินยาก  ดีนัก... 

ที่เอื้องดอยนำเรื่องนี้มาเล่าก็นานาจิตตังนะคะ  แต่นิดนึงฝากใครที่จะจัดงานต่างๆ  ที่จะเชิญแขกไปร่วมน่ะค่ะ  หวังว่าคงเป็นงานที่ได้รับความประทับใจและกล่าวขวัญถึงจากผู้ได้รับเชิญนะคะ...( ไม่ใช่เล่าขวัญเน้อ  )     

 

***ขอบคุณเจ้าของภาพทุกภาพนะคะ

                                                      

โดย เอื้องดอย

 

กลับไปที่ www.oknation.net