วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หน้าที่และความรับผิดชอบ “111 กกบ.ทรท.” อยู่ไหนกันหละ!


หน้าที่และความรับผิดชอบ “111 กกบ.ทรท.” อยู่ไหนกันหละ!

.

                                                                                   ภาพจากไทยรัฐ

ผมสนับสนุนมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  ที่วางแนวปฏิบัติห้ามไม่ให้อดีตกรรมการบริหาร พรรค ทรท. 111 คน มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองต่างๆ หลังถูกตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

เพราะแนวปฏิบัติหรือข้อห้ามที่ กกต. กำหนดออกมานั้น ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิทางการเมืองของ 111 คน แต่เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ถูกตุลาการวินิจฉัยและตัดสิทธิการเลือกตั้งไปแล้ว อันเนื่องจากมีความผิดร้ายแรงต่อระบบรัฐสภาในฐานะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ

          ฉะนั้น กกต.จึงมีความชอบธรรมที่จะห้ามบุคคลเหล่านั้น ไปยุ่งเกี่ยวหรือมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ของพรรคการเมืองไม่ว่าพรรคการเมืองใดก็ตาม แต่ทั้งนี้มติของ กกต.ไม่ได้ไปตัดสิทธิทางการเมืองของ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย

 เป็นเพียงการตัดสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งทั้ง 111 คนยังมีสิทธิเสรีภาพในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น การแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบการทำงานฝ่ายต่างๆ ได้ตามรัฐธรรมนูญเฉกเช่นประชาชนทั่วไป

          มติของ กกต.ครั้งนี้ยังทำให้เกิดหลักปฏิบัติที่ชัดเจนไม่สร้างความสับสนให้กับประชาชน โดยเฉพาะบทบาทของ 111 อดีต กกบ.พรรค ทรท. ที่เข้าไปมีบทบาทเป็นแกนนำของพรรคการเมืองต่างๆ กระทั่งบางคนยังมีอำนาจโดยพฤตินัยในการตัดสินใจในนามพรรคการเมืองบางพรรค   เช่น การคัดเลือกตัวผู้สมัคร จนทำให้บทลงโทษอันเนื่องจากคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญไม่มีความหมายใดๆ

 นอกจากนี้ยังมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ กกต.ต้องออกเป็นระเบียบรองรับให้ชัดเจน อย่าอ้างว่าเป็นเพียงการตอบคำปรึกษาหารือ เพราะเปิดช่องให้มีการนำเรื่องนี้ไปขยายความเป็นเกมการเมือง  เข้าทางอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนที่พยายามปั่นกระถูกรังแกจาก คมช.และ กกตง เพื่อขอคะแนนสงสารจากประชาชน

          กกต.ต้องหนักแน่นในมติของตนเอง  เพราะมีความชอบธรรมที่ กกต.จะออกมติดังกล่าว แต่การไม่มีระเบียบและกฎเกณฑ์รองรับเป็นเรื่องเป็นราว ถือว่าไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่ายและ กกต.ด้วย ซึ่งผู้ที่อ้างว่าได้รับผลกระทบก็จะได้ใช้สิทธิในการขอความเป็นธรรมจากศาลรัฐธรรมนูญ  เพื่อหาข้อยุติเป็นที่สิ้นสุดและผูกพันกับทุกฝ่าย 

          ข้อพิพาทเรื่องนี้ควรไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะ กกต.ทำหน้าที่สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าไปศาลปกครองจะเกิดปัญหาบานปลายเหมือนในอดีต โดยเฉพาะข้อพิพาทเรื่องขอบเขตอำนาจขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 

           ในขณะเดียวกันอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยต้องไม่บิดเบือนประเด็นข้อเท็จจริง  เพราะเป็นเพียงการตัดสิทธิเลือกตั้ง ไม่ใช่การตัดสิทธิทางการเมือง ทั้ง 111 คนยังสามารถใช้สิทธิเคลื่อนไหวทางการเมืองเหมือนประชาชนทั่วไปไม่ควรเอาเรื่องนี้ไปขยายความหวังผลทางการเมือง

             111 อดีต กกบ ทรท.ต้องไม่เอาเปรียบและอย่าอ้างอภิสิทธิ์เหนือประชาชนทั่วไป เพราะนกรณีนี้ก็ไม่ต่างกับการตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 8 ประการใน  พรบ..ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ฯ ฉบับ 2542 มาตรา 23  ในอดีตที่เคยตัดสิทธ์ประชาชนผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากถึง 8ประการ คือ

          -   สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส. สว. ผู้ริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น

          -   สิทธิร้องคัดค้านการเลือกกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

          -   สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. สว. ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น

          -  สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

          -        สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้รัฐสภาพิจารณากฎหมาย ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย

          -   สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่ออกข้อบัญญัติท้องถิ่น

          -   สิทธิเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้วุฒิสภาพิจารณาถอดถอนบุคคล ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

          -   สิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

และ พรบ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ฯ ฉบับ 2550 มาตรา 26 ก็ยังตัดสิทธิ์ประชาชนที่ไม่ไปใช้สิทธ์เลือกตั้งถึง 3 ประการ    คือ

          -     สิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส.และ สว.

          -    สิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น สส. สว. สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น

          - สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

          ประชาชนต้องถูกบังคับให้เสียสิทธิ 8 และ 3 ประการข้างต้น ในกรณีที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ ซึ่งพันธะผูกพันดังกล่าวก็ถือเป็นกติกาที่ประชาชนต้องปฏิบัติตาม

    แกนนำพรรคไทยรักไทยบางคนกับอ้างแต่สิทธิของตัวเอง แต่ไม่สนใจหน้าที่และความรับผิดชอบตามคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงด้วยซ้ำ         

ถ้าเราจำกันได้ตอนสู้คดียุบพรรค  แกนนำพรรคไทยรักไทยก็ยกประเด็นเรื่องความชอบธรรมและที่มาของตุลาการรัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหารเป็นประเด็นต่อสู้ในชั้นศาล

แต่พอแพ้คดีกลับพยายามยกเรื่องไม่มีส่วนรู้เห็นกับ กกบ.พรรคบางคนที่ไปว่าจ้างพรรคเล็ก  เพื่อขอความเห็นใจจากสังคม ทั้งที่ตอนนั้ไม่มีใครออกมาพูดเลยว่าไม่มีส่วนรู้เห็น หรือประณามการกระทำดังกล่าว

          เชื่อสิครับอีกหน่อยหลังเลือกตั้งคนเหล่านี้ก็จะออกมาเรียกร้องขอให้มีการนิรโทษกรรมพวกเขาทั้งหมด

เห็นหรือยังครับสิทธิเสรีภาพของนักการเมืองมักจะเดินสวนทางกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนเสมอ...  

 

  

โดย suriyasai

 

กลับไปที่ www.oknation.net