วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปลาบึก ปลาแห่งลุ่มน้ำโขง ถูกจับที่โตนเลสาป หนัก 204 กก. ยาว 2.4 เมตร


        

         

 

  นักวิจัยชาวอเมริกันกับชาวประมงพื้นบ้านจับปลาบึกขนาดใหญ่ได้ 1 ตัว ในแม่น้ำโตนเลสาป (Tonle Sap) ของกัมพูชา เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ
       

ปลาบึกตัวนี้มีความยาวตลอดลำตัว 8 ฟุต หรือ 2.40 เมตร น้ำหนัก 204 กิโลกรัม ไม่ใช่ตัวที่ใหญ่ที่สุดที่เคยจับได้ แต่หากเป็นเพียงตัวเดียวที่จับได้ในแม่น้ำโตนเลสาปปีนี้ ท่ามกลางความวิตกกังวลของนักอนุรักษ์


     "นี่เป็นเพียงปลาบึกตัวเดียวที่จับได้ในปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่แย่ที่สุดเท่าที่มีมาสำหรับสัตว์ยักษ์ชนิดนี้” เซ็ป โอแกน (Zep Hogan) แห่งมหาวิทยาลัยรีโน อริโซนา สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้จดบันทึกรายละเอียดต่างๆ ก่อนจะปล่อยเจ้าบึกตัวล่าสุดลงน้ำไป โดยไม่มีอันตรายใดๆ   

  นักวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ในครั้งหนึ่งปลาบึก (Pangasianodon hypophthalmus) หาพบได้ทั่วไปในแม่น้ำโตนเลสาปกับลำน้ำโขง รวมทั้งในบริเวณใกล้กับกรุงพนมเปญด้วย แต่ในศตวรรษที่ผ่านมา ประชากรปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกพันธุ์นี้ลดลง 95-99% ปัจจุบันเชื่อว่ามีปลาบึกที่โตแล้วเหลืออยู่ไม่กี่ร้อยตัว
       

      นับตั้งแต่ปี 2543 ทั่วทั้งย่านแม่น้ำโขงเคยมีการจับปลาบึกได้ปีละ 5-10 ตัว ตัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเคยจับได้ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ความยาวถึง 2.7 เมตร หรือเกือบ 9 ฟุต น้ำหนัก 293 กก.


      นายโฮแกน ได้เริ่มโครงการที่เรียกว่า MegaFishes Project เมื่อต้นปีนี้ เพื่อเริ่มทำบันทึกต่างๆ เกี่ยวกับปลาบึก โดยได้รับการสนับสนุนจาก National Geographic Conservation Trust and Expeditions Council
       

  ปลาบึกก็เช่นเดียวกันกับปลาอีกหลายชนิดในลำน้ำโขง ใช้ทะเลสาบโตนเลสาปในกัมพูชาเป็นที่วางไข่ ก่อนจะว่ายทวนน้ำขึ้นไปหากินตามลำน้ำโขงในลาวและประเทศไทย“

    

 องค์การพัฒนาภาคเอกชนอนุรักษ์สภาพแวดล้อม โครงการ TERRA กับโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิตได้ออกแถลงการณ์สัปดาห์ที่แล้ว แสดงความห่วงใยต่อการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขง 6-7 แห่ง ทั้งในกัมพูชา ลาว และไทย
       

องค์การอนุรักษ์เหล่านี้ได้เน้นให้เห็นอันตรายต่อสภาพนิเวศจากการสร้างเขื่อนดอนสะฮองในภาคใต้ของลาวซึ่งจะปิดกั้นทางผ่านเข้าสู่แม่น้ำโขงของฝูงปลานานาพันธุ์จากโตนเลสาปโดยตรง
       

      แถลงการณ์ได้เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) ซึ่งประชุมร่วมกับประเทศผู้บริจาคในเมืองเสียมราฐ วันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ให้เอาใจใส่ต่อสภาพนิเวศน์ในลำน้ำโขงที่กำลังถูกบั่นทอนจากการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่กั้นลำน้ำ
       

      เดือน ต.ค.-ธ.ค.ทุกปี เป็นเดือนที่ปลาบึกกับปลาอีกหลากชนิด จะอพยพจากโตนเลสาป จ.เสียมราฐ ไปตามลำน้ำตอนโลสาป และเข้าสู่ลำน้ำโขงใกล้กับกรุงพนมเปญ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นกระสวนการดำรงชีวิตของชีวะนานาพันธุ์แถบนี้มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล
       

      สหภาพเพื่อการอนุรักษ์ (World Conservation Union) หรือ IUCN ที่มีสำนักงานใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ได้ออกรายงาน “บัญชีแดง” (Red List) รายชื่อสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ครั้งเมื่อปี 2546 จัดให้ปลาบึกเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง

 
     

      

  “ปลาบึก หนังสือกินเนสส์บุ๊กออฟเร็คคอร์ด บันทึกให้เป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น ในปัจจุบันหายากยิ่งในภาคเหนือของไทย ภาคใต้ลาว และเวียดนาม” IUCN กล่าว
      

      “มีการจับปลาบึกได้เพียง 11 และ 8 ตัว ในปี 2544 และ ปี 2545 ในปี 2546 ชาวประมงจับปลาบึกได้ 6 ตัวในกัมพูชา ทั้งหมดถูกปล่อยในเวลาต่อมาตามโครงการอนุรักษ์ปลาแม่น้ำโขง” IUCN กล่าว
       

      ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้ติดแผ่นรหัสปลาไปประมาณ 2,000 ตัว ส่วนใหญ่เป็นปลาบึกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโตนเลสาปและในแม่น้ำโตนเลสาปกัมพูชา
   

      ที่นี่ดูจะเป็นปราการสุดท้ายสำหรับปลายักษ์ที่เคยอยู่คู่อนุภูมิภาคแม่น้ำโขงมาแต่ครั้งโบราณ

 

 

ข่าวโดย ผู้จัดการออนไลท์ ภาพ: National Geographic Society

โดย virayuthniyomchat

 

กลับไปที่ www.oknation.net