วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จาก “คิงส์จูมง” ถึง “หมอโฮจุน” ชวนดูละครแล้วย้อนประวัติศาสตร์


       ในตอนนี้ผมรู้สึกว่า ตัวเองกำลังเป็นโรค “ติดละครซี่รี่ย์เกาหลี” ไปแล้วครับ ติดมาตั้งแต่เรื่อง "แดจังกึม หมอโฮจุน ซองดองโย จนมาถึงมหาบุรุษจูมง" ในวันนี้ 

.

       ตั้งใจว่าจะไม่ดูเพราะกลัวจะติด จนทำให้ทุกเย็นวันเสาร์และอาทิตย์ไม่มีเวลาไปไหน เพราะ “ติดทีวี” แต่ก็ติดจนได้ อย่างเรื่องแดจังกึม ก็ไม่ดูตอนเด็กเลย แต่พอนางเอกโตแล้วค่อยมาดู พอดูแค่สองวัน ...ก็ติดทันที ก็นางเอกเขาน่ารักจริง ๆ นี่ครับ...

.

        มาซี่รีย์ที่สองที่ชวนให้ติดตาม เป็นเรื่องของ"หมอโฮจุน" มีเนื้อหากินใจ แอบแฝงด้วยคำสอนปรัชญาให้เกิดความเพียรพยายามและอ่อนน้อมถ่อมตน ถึงนางเอกจะไม่ค่อยสวย ออกจะหมวยมากไปหน่อย ก็ติดจนจบอีกนั่นแหละ เพราะลุ้นอยากให้หมอเขียนตำราแพทย์ให้เสร็จก่อนตาย เป็นคุณูปการต่อชาวโลก สมดังที่ตั้งใจไว้

.

       มาถึงเรื่องที่สาม "ซอดองโย" ตั้งป้อมอย่างแข็งขันว่า....ไม่อยากดูแล้ว เบื่อละครเกาหลี !!!  แต่พอผ่านไปแค่สองสามเดือน ก็เริ่มติดเป็นตังเม ทั้งเรื่องราวของเหล่าสารพัดช่าง ช่างน้อย ช่างใหญ่ การแย่งชิงราชบัลลังก์ เรื่องของแคว้นชิลลาและแพคเจ กับความสวยงามของนางเอกและนางร้ายผู้น่าสงสาร สะกดวิญญาณให้ผมนั่งเฝ้าหน้าทีวีทุกเย็น เฝ้าลุ้นให้พระเอก รวบหัวรวบหางมันทั้งสองนาง(น่ารักทั้คู่)จะได้ไม่ต้องมาแย่งกัน แต่ดูพระเอกจะทันสมัยไปหน่อย รักเดียวใจเดียวเสียเหลือเกิน (ทั้ง ๆ ที่ตามจริงแล้วกษัตริย์สมัยก่อนสามารถมีเมียได้มากมาย)

.

        จนมาถึงเรื่องปัจจุบัน "จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์" ละครฟอร์มยักษ์ที่ได้ข่าวว่าทุ่มทุนสร้างกว่า 1 พันล้านบาท เป็นเรื่องราวของพระเอกหน้าตี๋ นางเอกสวยน้อย (ในสายตาของผม) กับสงครามของบ้านเมืองเกาหลีในยุคที่ยังเป็นชนเผ่ายุคโลหะ เอาละวะ...เรื่องนี้ไม่ดูแน่นอน อ้างในใจว่าไม่ชอบนางเอก ไม่ชอบหนังสงคราม และไม่ชอบโน้น ไม่ชอบนี่....ชุดเกราะก็เว่อร์ ....ชนเผ่าโบราณอะไรทำเครื่องแต่งกายอย่างกับทหารโรมัน !!!

.

        ผ่านมาได้สักสองเดือน ก็เพิ่งมารู้ตัวว่าได้มานั่งดูอยู่หน้าจออย่างอัตโนมัติ รอหมดข่าว 5 โมงเย็นอย่างใจจดใจจ่อ นั่งดูนางเอกที่เคยว่าไม่สวย ก็ดูสวยขึ้นแล้วแฮะ .....เรื่องไม่ชอบหนังสงคราม ผมคงเป็นพวกเกลียดปลาไหลกินน้ำแกงแน่ ๆ  ชอบจะตายชักกับเรื่องทะเลาะวิวาทของชาวบ้านตั้งแต่เรื่องข้างบ้านยันจนถึงระดับสงครามระหว่างผู้คนทุกยุคสมัย แหมทำเป็นไม่ชอบไปได้....แล้วไงล่ะ

        สุดท้ายถึงวันนี้ ผมก็กำลังนั่งลุ้นให้องค์ชายจูมง (Jumong) แห่งกองกำลังทาโม สถาปนาอาณาจักรโคกูรยอให้ได้ซักที แบบว่าหากไม่มีธุระจริง ๆ ก็จะไม่มีทางไปไหนแน่ ๆ แต่ก็พลาดท่าเสียทีมาหลายครั้ง อย่างเช่นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่าน ก็ตายต้องพรากจากจูมงอันเป็นที่รักไปร่วม Workshop OK Trip กับเพื่อน ๆ ชาว Blog ที่จังหวัดกาญจนบุรี  ทำให้พลาดชมจูมงไปอีกตอนหนึ่ง ....

.

        โรคติดละเม็งละคอน คงจะไวรัสชนิดหนึ่ง ที่พอเข้ามาอยู่ในใจ อยู่ในสมองแล้ว ทำให้ครุ่นคิดกระวนกระวาย หายใจเข้าเป็นแดจังกึม หายใจออกเป็นจูมง แต่ผมว่า ผมคงไม่ได้ติดเฉพาะไวรัสตัวนี้ ผมติดไวรัสอีกตัวหนึ่งด้วย มันเรียกว่า "ไวรัสประวัติศาสตร์" ครับ

        เมื่อผมติดละครซีรีย์จากแดนกิมจิหรือภาพยนตร์จากประเทศไหนก็ตาม ผมมักจะเลือกชมหนังที่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องหรือมีพื้นหลังของการสร้างมาจากเรื่องจริงหรือเรื่องราวในประวัติศาสตร์เป็นสำคัญครับ

.

       แสดงว่าที่ผมติดละครเกาหลี ก็เพราะผมกำลังติดตามและสนใจเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของชนชาติเกาหลีที่แสดงผ่านออกมาในโลกดราม่า  จากเพียงแค่ความสนุกสนานในอารมณ์ของผู้คนที่โลดแล่นตามบทละคร นำพาผมไปสู่ความสนใจใคร่รู้ในประวัติศาสตร์หรือเรื่องราวที่น่าจะเกิดขึ้นจริงในอดีตของละครเรื่องนั้น ซึ่งทั้งสี่ซี่รีย์ของเกาหลีที่ถูกสร้างขึ้น ล้วนนำโครงเรื่องมาจากเรื่องจริงในทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น เรื่องราวในอดีตที่ถูกดัดแปลงมาให้เราได้ดูกันในรูปของละเม็งละคร

.

       จากซี่รี่ย์ดราม่า ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลีทั้งสี่เรื่องนี้ วันนี้ผมจึงขอนำเพื่อน ๆ ชาว OKNation ผู้ติดเชื้อไวรัส"ประวัติศาสตร์" อย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม มาร่วมสัมผัสย้อนเวลากันอีกครั้งในแดนกิมจิ จากละครสู่เรื่องราวในประวัติศาสตร์พอสังเขป ช่วยมิให้การดูละครของท่านเป็นเพียงความบันเทิงและฉาบฉวย ช่วยเพิ่มคุณค่าของเวลาในขณะที่ท่านนั่งดูทีวี กับเรื่องราวนอกกรอบ ในมุมมองประวัติศาสตร์ของเกาหลีด้วยกันครับ

. 

       เริ่มกันที่เรื่อง “จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์” กันครับ หลายครั้งในเรื่องที่จูมง พูดถูกอาณาจักร "โชซอนโบราณ" อาณาจักรเก่าแก่ ที่เป็นต้นแบบและเป้าหมายของการสร้างดินแดนหรือสถาปนาอาณาจักรใหม่ของเขา

.

. 

         โชซอนโบราณหรือ โคโชซอน (KOCHOSUN) เป็นอาณาจักรในตำนาน อายุ 3,000 ปี สถาปนาขึ้นโดย กลุ่มชาวจีนที่ถูกเนรเทศ มีผู้นำชื่อ กีเซ (Ki Tse) ชื่อโชซอนมีความหมายว่า “ ดินแดนแห่งยามเช้าที่สงบสุข” (Land of the Morning Calm)

.

        ในอีกนิทานปรัมปรา (Myth) หนึ่งก็เชื่อว่า อาณาจักรโชซอนโบราณ สถาปนาขึ้นโดยปฐกษัตริย์ “ตันกุน” (Dungun) เมื่อประมาณ 4,300 ปี ตันกุนเป็นกษัตริย์ในเทพนิยาย ปกครองแผ่นดินโคโชซอนนานกว่า 1,000 ปี จึงสวรรคต ราชโอรสปกครองต่อแต่ก็มาปราชัยให้กับกีเซ

        ในยุคต้นของประวัติศาสตร์หลายชาติ มักเป็นการผสานเรื่องราวของสองหลักฐาน ทั้งจากทางวรรณกรม ที่เป็นตำนานเรื่องเล่า นิทานหรือบันทึก กับหลักฐานทางโบราณคดีเชิงวิทยาศาสตร์ครับ

.  

        ร่องรอยทางโบราณคดีบนคาบสมุทรเกาหลีเริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 ปีมาแล้ว มีการขุดพบแหล่งฝังศพ สุสานที่มีภาชนะดินเผารูปทรงเฉพาะและเครื่องมือหินประเภทต่าง ๆ กระจัดกระจายไปทั่วภูมิภาค มีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานบริเวณริมชายฝั่งทะเลในช่วงแรก ๆ ก่อนจะขยายตัวเข้ามาในภูมิภาคเพื่อทำการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์

.

        กลุ่มคนกลุ่มแรก ๆ ของคาบสมุทรเกาหลีแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มทางเหนือ บริเวณแม่น้ำยาลู (Yalu River) และกลุ่มทางใต้คาบสมุทรครับ

.

        กลุ่มทางเหนือจะมีลักษณะแตกต่างไปจากกลุ่มทางใต้ชัดเจน ทั้งวัฒนธรรม ชาติพันธุ์และภาษา ชนเผ่าทางใต้จะมีลักษณะคล้ายกลุ่มคนทางภาคใต้ของญี่ปุ่น เกาะลูซู  ซึ่งเชื่อกันว่าคนกลุ่มนี้อพยพขึ้นมาจากมลายู ในขณะที่คนกลุ่มทางเหนือ มีลักษณะคล้ายคลึงกับคนจีน

.

         ชนเผ่าของคาบสมุทรเกาหลีในยุคประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว อาศัยอยู่ตามถ้ำเป็นส่วนใหญ่ รวมกันเป็นกลุ่มครอบครัวและรวมตัวกันเป็นโคตรตระกูลใหญ่ มีคติความเชื่อในเรื่องของอำนาจเหนือธรรมชาติ (Animism) จึงมีลัทธิพ่อมด หมอผี และผู้สื่อสารกับเทพเจ้า


         จนเมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว กีเซได้อพยพผู้คนที่ถูกเนรเทศจากราชวงศ์เจา เข้ามาในเขตลุ่มแม่น้ำเหลียว บริเวณทิศเหนือของทะเลเหลือง สถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์และรวบรวมผู้คนชนเผ่าต่าง ๆ ในคาบสมุทรสร้างขึ้นเป็นอาณาจักรโชซอนโบราณ มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองปยองอัน (Phyong An) ตั้งอยู่ในเขตภาคกลางของประเทศเกาหลีในปัจจุบันครับ

.

.

       กลุ่มคนชาวจีนราชวงศ์ซาง ที่มาสร้างอาณาจักรโชซอนโบราณ ได้ผสมผสานทางชาติพันธุ์กับพวกชนเผ่าพื้นเมืองทั้งเหนือและใต้เดิม อีกทั้งยังได้นำศิลปะวิทยาการและเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ของชนพื้นเมืองเดิม จากที่เคยอยู่อาศัยในถ้ำ ก็กลายมาเป็นการสร้างบ้านเรือนด้วยไม้และระบบปล่องไฟในฤดูหนาว การเกษตรกรรมทำไร่ทำนา การเลี้ยงตัวไหม การทอผ้า การถลุงเหล็ก และประเพณีการฝังศพแบบเนินดินหรือการทำฮวงซุ้ยแบบเดียวกับชาวจีน

. 
         อาณาจักรโคโชซอนมีการจัดระบบการปกครองและสร้างระบบกฎหมายขึ้นเป็นครั้งแรก ๆ ครับ ในระหว่างความรุ่งเรืองอันยาวนานกว่า 900 ปี  ก็มีชาวจีนอพยพเข้ามาสู่ดินแดนโชซอนโบราณหลายครั้ง ทั้งในสมัยปลายราชวงศ์เจา จนถึงสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ และเมื่อราว 2,100 ปี กลุ่มผู้เดินทางเข้ามาใหม่จากราชวงศ์จิ๋น ก็ได้ก่อการรัฐประหาร ขับกษัตริย์เชื่อสายของกีเซออกจากราชบัลลังก์เมืองปยองอัน อาณาจักรโชซอนโบราณจึงเริ่มอ่อนแอลง

.

       ในเวลาเดียวกันก็มีชนเผ่าข้างเคียงที่ไม่ได้ถูกผนวกรวมอยู่ในอาณาจักรโชซอนโบราณ เช่น เผ่าพูยอ อยู่บริเวณแมนจูเรียเหนือ เผ่าโคกูรย เผ่าโอกจอ ทั้งสามเผ่าใหญ่นี้อยู่นอกประเทศเกาหลีในปัจจุบันครับ อีกทั้งยังมี เผ่าทงเย เผ่ามาฮัน ชินฮัน และพยอนฮัน ตั้งอยู่บริเวณทางภาคใต้ของคาบสมุทรเกาหลี เผ่าต่าง ๆ ก็มีแลกเปลี่ยนไปมาหาสู่และค้าขายกัน แต่หลายครั้งก็ทำสงครามระหว่างกัน

. 

      กว่า 100 ปี ของสงครามกลางเมืองโคโชซอน แต่ละฝ่ายต่างก็ไปยืมมือชนเผ่าใหญ่ข้างเคียงมาช่วยสู้รบ ฝ่ายกบฏมีชัยสามารถขับไล่ราชวงศ์เก่าให้หนีลงมาทางใต้ จนเมื่อประมาณ 2,000 ปีที่แล้ว จักรพรรดิหวู่ตี๋แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ได้ส่งกองทัพเข้าทำลายอาณาจักรโคโชซอนและได้จัดระเบียบการปกครองขึ้นใหม่เป็น 4 มณฑล คือ มณฑลนังนัง ชินบอน อิมดุน และฮยอนโท ซึ่งอยู่ในเขตประเทศจีนและเกาหลีเหนือในปัจจุบัน ชาวฮั่นปกครองมณฑลนังนังอย่างจริงจังได้เพียงมณฑลเดียว ส่วนมณฑลอื่นก็ปกครองตนเองเป็นส่วนใหญ่  อิทธิพลของราชวงศ์ฮั่นได้นำเอาวัฒนธรรมธรรมและเทคโนโลยีเข้ามาสู่ผู้คนในชนเผ่าต่าง ๆ มากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้ง ภาษา ตัวอักษร ศาสนาและการติดต่อค้าขาย

.

.

         เรื่องราวของจูมง เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ครับ ช่วงเวลาที่อาณาจักรโชซอนโบราณสูญสลายไป และอิทธิพลของราชวงศ์ฮั่นตะวันตกหรือเทียนเฉากำลังลดลง ฮั่นปกครองโชซอนโบราณได้จริง ๆ ก็แค่ประมาณ 50 ปีเท่านั้น

.

     เรื่องราวของ “จูมง” หรือพระเจ้าดงเมียงซอง (Dongmyeongseong)  ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรโคกูรยอ มีหลักฐานเป็นเพียงตำนาน (Legend)เท่านั้นครับ ส่วนในบทภาพยนตร์เป็นการสร้างเรื่องให้สมบูรณ์ตามวิถีชีวิตของมนุษย์จริง ๆ ที่เป็นไปได้ สวมทับลงไปบนตำนานอีกทีหนึ่ง

.

.

        ตำนานเล่ากันมาว่า จูมง เป็นโฮรสของ แฮโมซู (Haemosu) ซึ่งเป็นบุตรของพระอาทิตย์ กับ ยูฮวา (Yuhwa) ซึ่งเป็นธิดาของเทพแห่งแม่น้ำแห่งเมืองฮาแบ แฮโมซูรักกับยูฮวา แต่เทพแห่งแม่น้ำได้ขัดขวางความรักของพวกเขา แฮโมซูก็ต้องกลับไปยังท้องฟ้าในขณะที่ยูฮวาก็ถูกขับไล่ไปอยู่เมืองอื่น ทำให้เธอได้พบกับ อ๋องกึมวา (Geumwa) กษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งแคว้นพูยอ (Buyeo) ยูวาตั้งครรภ์จากแสงอาทิตย์และคลอดบุตรเป็นไข่ อ๋องกึมวา พยายามทำลายไข่นั้นทุกวิถีทางแต่ไม่สามารถทำได้ และไข่ใบนั้นได้กลายมาเป็นเด็กชาย ผู้ถูกตั้งชื่อว่า “จูมง” อันมีความหมาย "นักยิงธนูผู้สามารถ" (Skilled archer)

.

.

       จูมง แต่งงานกับ ยีโซยา (Ye) และมีโอรสด้วยกันหนึ่งคน นามว่า ยูริ (Yuri) ด้วยความแก่งแย่งชิงดีและความวุ่นวายในการช่วงชิงอำนาจ จูมงจึงได้ตัดสินใจหลบหนีออกจากแคว้นพูยอ และได้มาพบกับพระราชาผู้ครองแคว้นทางใต้ ซึ่งพระองค์ก็ได้ทรงยก โซซอโน (So Seo-no) พระธิดาของพระองค์ให้ เขามีบุตรกับนางถึง 2 คน คือ บิริว (Biryu) และ ออนโจ (Onjo)

.

.

        ในปีที่ 37 ก่อนคริสตศักราช จูมงได้ทำสงครามเอาชนะมณฑลนังนัง จึงสถาปนาแคว้นโกคูรยอ (Goguryeo) ขึ้น  การกำเนิดของอาณาจักรโคกรูยอมีลักษณะคล้ายกันกับการรวมตัวของชนเผ่าโคโชซอน คือรวมตัวกันในสายตระกูลหลายตระกูล มีการจัดระเบียบการปกครองที่มีประสิทธิภาพและมีสภาพสังคมที่ดี  ผู้คนที่มารวมตัวกันในอาณาจักรโคกูรยอเป็นพวกนักรบที่มีความสามารถและเข้มแข็ง เป็นปัจจัยสำคัญที่ให้อาณาจักรโคกูรยอสามารถขยายอิทธิพลออกไปได้อย่างกว้างขวาง สามารถครอบครองดินแดนเดิมของอาณาจักรโชซอนโบราณ อีกทั้งยังสามารถผนวกแคว้นพูยอและโอกจอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรได้เป็นผลสำเร็จ

.

.

         การปกครองอันทรงประสิทธิภาพของอาณาจักรโคกูรยอ เกิดขึ้นจากระบบ "การกระจายอำนาจ" ไปยังกลุ่มโคตรตระกูลต่าง ๆ ที่ร่วมกันก่อตั้งอาณาจักร กษัตริย์จะทรงแต่งตั้งเสนาบดีผู้มีความสามารถขึ้นมาช่วยบริหารราชกิจ โดยแบ่งเสนาบดีออกเป็น 16 ระดับและแยกไปตามกระทรวง แบ่งเขตการปกครองอาณาจักรออกเป็น 5 มณฑลใหญ่ โดยแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการไปปกครองเป็นเจ้าเมืองในแต่ละเขต มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารท้องถิ่น บัญชาการทหาร และการจัดเก็บภาษี ได้อย่างเต็มที่

.

.

        ในเวลาต่อมา ยีโซยา พระชายาองค์แรกของคิงส์จูมงพร้อมด้วยบุตรชาย ก็ได้หนีออกจากแคว้นพูยอเพื่อมาตามจูมง ยีโซยาได้รับการแต่งตั้งให้เป็น พระมเหสีเอก ซึ่งก็ทำให้โซซอโนเป็นทุกข์มากและตัดสินใจออกจากแคว้นโกคูรยอไปพร้อมกับบุตรชายทั้งสองในเวลาต่อมา

.

.

        จูมงแต่งตั้งให้ยูริเป็นองค์รัชทายาท ปกครองอาณาจักรโคกูรยอสืบต่อจากพระองค์ กษัตริย์จูมงสวรรคตลงด้วยวัยเพียง 40 พรรษา องค์รัชทายาทได้ถวายพระนาม “พระเจ้าดงเมียงซอง” ให้กับพระราชบิดา

.

       อาณาจักรโกคูรยออันยิ่งใหญ่ที่คิงส์จูมงได้สถาปนาขึ้นไว้ มีกษัตริย์สืบทอดมาถึง 28 พระองค์ ในระยะเวลายาวนานถึง 700 กว่าปี จนในปีพ.ศ. 1070 แคว้นซิลลา (Silla) มหาอำนาจทางตอนใต้ของคาบสมุทร ก็สามารถยึดครองดินแดนภาคใต้ของโคกรูยอไว้ได้

.

       ถึงปี พ.ศ.1210 อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่จูมงได้สร้างไว้ก็ถึงแก่กาลอวสาน ในรัชสมัยของกษัตริย์โบจัง (Bojang) เมื่อถูกแคว้นซิลลาร่วมมือกับราชวงศ์ถัง ยกกองทัพเข้าบดขยี้ !!! 

.

        จากเรื่องราวอาณาจักรโคกูรยอของจูมง ก็จะต่อด้วยเรื่องของ "ซอดองโย สายใยรักสองแผ่นดิน" ครับ

.

        ซอดองโย (Seo Dong Yo) เป็นประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวในยุคสมัยของ King Mu กับนายช่างประดิษฐ์คิดค้นของแคว้นแพคเจ ในช่วงปลายยุคสามก๊กของคาบสมุทรเกาหลี ที่มีอาณาจักรโคกูรยอ แค้วนชิลลา และแพ๊คเจ เป็นอาณาจักรใหญ่ โดยมีแคว้นคายา (Kaya) เป็นแคว้นเล็ก ๆ แทรกตัวอยู่ทางตอนใต้สุด แคว้นนี้เป็นที่รวมของกลุ่มชนเผ่าต่าง ๆ รวมตัวกันอย่างหลวม ๆ โดยมีสายสัมพันธ์อันดีกับเกาะญี่ปุ่นครับ

.

.

        อาณาจักรชิลลา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลี พัฒนาขึ้นมาจากเผ่าซาโร แต่อาณาจักรนี้ไม่เข้มแข็งมากนักในช่วงแรก ดำเนินนโยบายเป็นมิตรกับอาณาจักรโคกูรยอมาโดยตลอด จนกระทั่งหลังสงครามระหว่างอาณาจักรโคกูรยอกับอาณาจักรแพกเจ อาณาจักรชิลลาจึงเริ่มเข้มแข็งมากขึ้น จนสามารถยึดครองลุ่มแม่น้ำฮันและลุ่มแม่น้ำนักดงจากอาณาจักรแพกเจ ซึ่งมาจากชนเผ่าพูยอกลุ่มหนึ่งได้

.

      ซอดองโย เป็นเรื่องราวความรักระหว่าง King Mu กับ เจ้าหญิง Sun Hwa แห่งแคว้นชิลลา Silla ชื่อเดิมของ King Mu ก่อนครองแคว้นแพคเจคือ Seo Dong หรือจาง (Jo Hyun Jae) มีชาติกำเนิดเป็นพระโอรสของกษัตริย์ แต่โชคชะตาผลิกผันทำให้เขาเติบโตมาอย่างยากลำบากในกลุ่มชนชั้นต่ำในเมือง Iksan Namji แต่เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดี เฉลียวฉลาดและเป็นตัวของตัวเอง เขาเป็นนักคิดชั้นเยี่ยมและรักความยุติธรรม

.

.

       ด้วยซอดอง (Seodong) เป็นเด็กซุกซนเพราะความเฉลียวฉลาด มารดาของเขาจึงตัดสินใจส่งเขาไปอยู่กับนายช่างใหญ่โมราซู (Mokrasu) เพื่อให้ได้รับการอบรมวินัยและการศึกษาศิลปะวิทยาการ อย่างไรก็ตามโซดองมักจะก่อความวุ่นวายในสำนักช่างอยู่เป็นประจำ

.

       ซอดองได้มีโอกาสมาพบกับเจ้าหญิงซันวาผู้เลอโฉม ราชธิดาแห่งกษัตริย์อาณาจักรชิลลา ศัตรูบนคาบสมุทรเกาหลี ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงตนเอง ความใฝ่ฝันของซอดอง คือการเป็นช่างนักประดิษฐ์ หลังจากผ่านอุปสรรคนานัปการ เขาจะเป็นผู้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ขึ้น ภายหลังซอดองเดินทางกลับมายังราชสำนักแพคเจอีกครั้ง แล้วพบว่าตนเองเป็นเจ้าชาย ทำให้เขาต้องลำบากใจกับบทบาทใหม่ไม่น้อย

.

        ซอดองเริ่มเติบโต มีความเข้าใจโลกมากขึ้น เป็นผู้ใหญ่ที่สุขุมรอบคอบ เขาได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหญิงซันวาและซาเต็คคิรู (Sataekgiru) จนได้ครองราชย์ในที่สุด เขาเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่รักของประชาชน มีความเป็นผู้นำสูง และนำพาอาณาจักรแพคเจสู่ความรุ่งเรือง

.

.

       เจ้าหญิงซันวา เป็นธิดาองค์ที่ 3 ของกษัตริย์จินปูรยอง (Jinpyeong) แห่งอาณาจักรชิลลา ความงามของเจ้าหญิงเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว นางได้มีโอกาสรู้จักซอดองมาตั้งแต่เด็ก และตกหลุมรักกันและกันนับแต่นั้นมา เจ้าหญิงเป็นคนเฉลียวฉลาด และชอบกลั่นแกล้งซอดองเมื่อครั้งเยาว์วัย นางรู้สึกผิดต่อซอดองไม่น้อยที่พลาดพลั้งทำให้เขาต้องหนีไป นางเป็นผู้สอนหลักคำสอนขงจื้อแก่ซอดอง

.

.

        ภายหลังเจ้าหญิงซันวามีบทบาทสำคัญในการช่วยซอดองให้ก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์ อย่างไรก็ตามหลังจากการที่นางได้ช่วยเหลือเจ้าชายแห่งแคว้นศัตรูได้ถูกเปิดเผย นางจึงถูกตราหน้าเป็นผู้ทรยศและโดนไล่ออกจากแคว้นชิลลา เจ้าหญิงต้องทนทรมานกับการจากบ้านเกิด แต่นางก็เลือกความรักแท้ที่มีต่อซอดอง

.

          ในที่สุดเจ้าหญิงซันวาก็ได้เป็นราชินีของ King Mu และสามารถสานสัมพันธ์ระหว่างแคว้นทั้งสองได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

.

.

         เมื่ออาณาจักรชิลลาเข้มแข็งขึ้น อาณาจักรแพกเจจึงหันไปผูกมิตรกับอาณาจักรโคกูรยอ ส่วนอาณาจักรชิลลาหันไปผูกมิตรกับราชวงศ์สุ่ยและราชวงศ์ถัง กองกำลังผสมระหว่างจีนและชิลลาสามารถเข้ายึดครองแคว้นแพกเจได้เมื่อ พ.ศ. 1203 และสามารถทำลายอาณาจักรโคกูรยอได้ในพ.ศ. 1211 โดยจีนเข้ามาปกครองอาณาจักโคกูรยอในช่วงแรก ต่อมาอาณาจักรชิลลากับราชวงศ์ถังเกิดขัดแย้งกัน อาณาจักรชิลลาจึงเข้ายึดอาณาจักรโคกูรยอจากจีนและเข้าปกครองคาบสมุทรเกาหลีอย่างเด็ดขาดเมื่อ พ.ศ. 1278  สถาปนาขึ้นเป็น สหอาณาจักรซิลลา (Unified Silla)            

.

         ส่วนทางตอนเหนือที่เป็นเขตของอาณาจักรโคกูรยอเดิมในแมนจูเรียของประเทศจีนในปัจจุบัน ก็ได้สถาปนาตนเองเป็น อาณาจักรปัลเฮ (ยุคอาณาจักร เหนือ-ใต้)
.

       จากเรื่องของ ซอดองโย ก็มาถึงเรื่องของจอมนางแห่งวังหลวง “แดจังกึม” และ "หมอโฮจุน" ครับ ทั้งสองเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงหลังจากการล่มสลายของสหอาณาจักรซิลลาประมาณ เกือบ 700 ปี

.

       หลังจากยุคสหอาณาจักรชิลลา ที่สามารถครอบครองคาบสมุทรเกาหลีได้อย่างสมบูรณ์ประมาณ 300 ปี ราชสำนักถังก็เสื่อมอำนาจ การควบคุมของจีนที่มีต่ออาณาจักรโคกูรยอเก่าได้ยุติลง ในขณะที่สหอาณาจักรชิลลาก็เกิดการจลาจลและความวุ่นวาย จนถึงปี พ.ศ. 1478 ขุนพลวังเกียน (Wang Kien) แห่งชิลลา ได้ก่อการปฏิวัติโค่นล้มกษัตริย์พระองค์สุดท้าย และประกาศนโยบายที่จะนำดินแดนโคกูรยอในแมจูเรียที่เสียไปคืนให้กับราชวงศ์ถังคืนกลับมา

.

       วังเกียนสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แทโจแห่งอาณาจักรโคเรีย "KOREA" อันเป็นที่มาของชื่อประเทศเกาหลีในปัจจุบัน เมื่อ พ.ศ. 1486 ครับ

.

        อาณาจักรโคเรียมีอายุกว่า 450 ปี เจริญรุ่งเรืองสูงสุดในรัชสมัยของพระเจ้ามุนจง เป็นยุคสมัยที่พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองอย่างกว้างขวาง มีการทำสงครามกับชาวยิปึ้น(ญี่ปุ่น)และราชวงศ์หงวนของชาวมองโกล  ถูกจีนควบคุมในสมัยราชวงศ์หงวน จนเมื่อราชวงศ์หงวนอ่อนแอลง อาณาจักรโคเรียก็ต้องพบกับปัญหาโจรสลัดญี่ปุ่นและการรุกรานของราชวงศ์หมิง และในที่สุดก็ถูกแม่ทัพใหญ่ ลี ซองเก เข้าปฏิวัติล้มล้างราชวงศ์โคเรียและสถาปนาราชวงศ์ใหม่ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1935 ครับ

.

         แม่ทัพ ลี ซองเก ได้ใช้อิทธิพลของบรรดานักปราชญ์ที่นับถือลัทธิขงจื๊อ ล้มล้างราชวงศ์โคเรียวที่นับถือศาสนาพุทธ และสถาปนาตนเองขึ้นเป็นพระเจ้าแทโจ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โชซอน ในยุคสมัยนี้จึงมีการส่งเสริมลัทธิขงจื้อเป็นลัทธิประจำอาณาจักรแทนการส่งเสริมพระพุทธศาสนา

. 

        พระเจ้าแทจงได้โปรดให้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองแกซองซึ่งยังคงมีกลิ่นอายและอิทธิพลของพุทธศาสนาอยู่อย่างมากมาย  ไปยังเมืองฮันยางหรือกรุงโซล ในปี พ.ศ.1937 (ร่วมสมัยกับกรุงศรีอยุธยา)

. 
         ในราชวงศ์นี้มีการประดิษฐ์อักษรฮันกึล ขึ้นใช้แทนอักษรจีนเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 1986 กษัตริย์ราชวงศ์โชซอนพระองค์ต่อมาปกครองอาณาจักรด้วยความเป็นธรรม ด้วยระบบการปกครองที่มีหลักการตามลัทธิขงจื๊อ การที่จะได้เป็นข้าราชการพลเรือน จำเป็นต้องสอบกวากอ โดยจะต้องสอบความรู้ด้านวรรณกรรมจีนด้วย

.
         ลัทธิขงจื๊อได้กำหนดโครงสร้างของสังคมไว้อย่างชัดเจน ค่านิยมในสังคมทั่วไปคือให้เกียรติผู้มีการศึกษาสูง ดูถูกพ่อค้าและช่างอุตสาหกรรม ชนชั้นสูงของสังคมคือ ยังบันหรือขุนนางนักปราชญ์ ผู้มีอำนาจด้านการปกครองทั้งทางทหารและสังคม ชนชั้นถัดมาคือ ชุงอินหรือชนชั้นกลาง ประกอบด้วยผู้มีอาชีพด้านต่างๆ เช่น ข้าราชการตำแหน่งต่างๆ แพทย์ นักกฎหมาย และศิลปิน ชนชั้นล่างคือ ซังมินหรือสามัญชน ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นพวกชาวนาที่ได้รับที่ดินให้ทำไร่ไถนา พ่อค้าและช่างฝีมือก็อยู่ในชนชั้นนี้ด้วย ชนชั้นล่างสุดคือชอนมิน ได้แก่ ข้าติดที่ดิน คนรับใช้ หรือทาสผู้ซึ่งเกิดในวรรณะต่ำ

.

.
        เรื่องราวของ แดจังกึม เกิดขึ้นในราชวงศ์โชซอนนี้เองครับ ซอจังกึม (서장금) (น้อง ลี ยอง เอสุดสวย) เป็นหมอหลวงคนแรกที่เป็นผู้หญิงในราชวงศ์โชซอน ในปีที่ 18 แห่งรัชสมัยของพระเจ้าจุงจง ที่ครองราชย์ในปี พ.ศ. 2049 – 2087 กษัตริย์องค์ที่ 11 แห่งราชวงศ์โชซอน เธอเป็นบุคคลที่เชื่อว่ามีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ที่มีการบันทึกเอาไว้ในจดหมายเหตุของราชวงศ์ถึง 7 ครั้ง ระหว่างปี พ.ศ. 2058 – 2087 และเอกสารทางการแพทย์ "บันทึกของข้าราชการแพทย์แห่งโชซอนเกาหลี" ไว้อย่างชัดเจน แต่ก็มีเนื้อหาและหลักฐานอ้างอิงเพียงสั้น ๆ เท่านั้นครับ

.

.

        ถึงหลักฐานจะยืนยัน ว่า แด จัง กึม เป็นหมอประจำพระองค์คนแรกที่เป็นผู้หญิงของกษัตริย์แห่งโชซอน แต่ก็ยังมีหลักฐานบางชิ้นระบุคำว่า “จัง กึม” อาจเป็นชื่อของ"ตำแหน่ง"หมอหญิง บันทึกราชวงศ์จึงอาจจะบันทึกมาจากเรื่องราวของหมอหญิงตำแหน่ง “จังกึม” หลาย ๆ คนในอดีต ไม่ใช่จังกึมเพียงคนเดียว ซึ่งก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่จนถึงทุกวันนี้

.

.

        คำว่า "แดจังกึม" มาจากคำว่า "แด" () แปลว่า ใหญ่, ยิ่งใหญ่ เป็นบรรดาศักดิ์พระราชทานจากกษัตริย์ และ "แดจังกึม" (장금) คือชื่อตัวเอกของเรื่อง ซึ่งมีชื่อเต็มว่าซอ จัง กึม (서장금) รวมแปลว่า “จังกึมผู้ยิ่งใหญ่”

.

        เรื่องราวสุดท้ายเกิดขึ้นหลังจาก แดจังกึมเสียชีวิตไปประมาณ 50 ปี ก็จะเป็นเรื่องราวของ “คนดีที่โลกรอ หมอโฮจุน” ที่สร้างจากเรื่องจริงของ หมอชาย "Heo Jun" ที่มีชีวิตอยู่ในช่วง  พ.ศ.2089 -2158 ในสามรัชสมัย เริ่มจากพระเจ้าเมียงจง กษัตริย์องค์ที่ 13 พระเจ้าซองโจ กษัตริย์องค์ที่ 14และองค์ชายกวางแฮกุน กษัตริย์องค์ที่ 15 แห่งราชวงศ์โชซอน

.

        “โฮจุน” เป็นบุตรของเจ้าเมืองยองชอน แต่เขามีมารดาอยู่ในฐานะไพร่ ซึ่งในสมัยนั้นจัดเป็นพวกชั้น"ชอนมิน" หรือชนชั้นต่ำ ตามความเชื่อในคติของลัทธิขงจื้อที่มีอิทธิพลต่อชาวโชซอนในยุคนั้นเป็นอย่างมาก จึงทำให้เขามีฐานะต่ำต้อยไม่ต่างไปจากมารดา เขาต้องอดทนต่อการปฏิบัติที่ถูกดูถูกเหยียดหยามและการกีดกันชนชั้นวรรณะ จากความกดดันนี้เอง ทำให้เค้าปฏิบัติตัวเป็นนักเลงหัวไม้ ชอบต่อยตี เรื่อยไปจนกระทั่งถึงการค้าของเถื่อน ถูกจับเป็นนักโทษและหนีออกมาได้

.

        จากพ่อค้าของเถื่อน จนมาพบกับ “ยูอึยเท” หมอเทวดาชื่อดังแห่งเมืองซันยอง โฮจุนเกิดความเลื่อมใสในตัวหมอจึงขอฝากตัวเองเป็นศิษย์  ด้วยความขยัน ฉลาดและอดทนต่อสภาพแวดล้อมทั้งผู้คนและวรรณะ เขาจึงสามารถเรียนรู้วิชาแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว และก้าวหน้ามากกว่าคนอื่น ๆ จนเป็นที่อิจฉาและคอยกลั่นแกล้ง

.

        หลังจากผ่านความยากลำบากทั้งทางร่างกายและจิตใจมาหลายต่อหลายครั้ง หมอโฮจุนก็สามารถสอบเข้าเป็นหมอหลวงได้สำเร็จ

. 
        แต่ภายในสำนักหมอหลวงนี้ โฮจุนได้พบกับการขัดขวาง กีดกันและถูกกลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากศัตรูเก่าและใหม่ที่เกิดขึ้นจากความอิจฉาริษยา จนกระทั่งโฮจุนได้พิสูจน์ฝีมือโดยการรักษาผู้ป่วยซึ่งเป็นโรคปากบูดเบี้ยวในเชื้อพระวงศ์ได้เป็นผลสำเร็จ จึงสามารถเอาชนะต่อศัตรูมากมายที่คอยมุ่งร้ายเขาทุกวิถีทาง โฮจุนได้รับการเลื่อนขั้นเป็นหมอหลวงขั้น

. 
         ต่อมาเรื่องในอดีตที่โฮจุนเคยเป็นนักโทษค้าของเถื่อนถูกเปิดเผย ทำให้เขาได้กลั่นแกล้งให้รับโทษประหารชีวิต แต่ด้วยผลงานทางการแพทย์ ที่สามารถรักษาพระอาการของพระมเหสีและโอรสทั้งสองได้ ทำให้พระราชาได้พระราชทานอภัยโทษให้แก่โฮจุนท่ามกลางการคัดค้านของขุนนางทั้งหลาย 

.
        ต่อมาไม่นานนัก เกิดสงครามระหว่างโชซอนและญี่ปุ่นขึ้น เพื่อความปลอดภัยของพระราชา จึงได้มีการอพยพผู้คนหนีออกจากวัง ส่วนโฮจุนกลับเป็นห่วงตำราแพทย์จึงตัดสินใจกลับไปนำตำราแพทย์ที่วังหลวงออกมาด้วย ซึ่งทำให้เขาพลัดพรากกับครอบครัว เมื่อตามไปถึงพระราชากลับทรงไม่เข้าใจ ด้วยความเกรงพระอาญาโฮจุนจึงหนีไปและได้ออกตามหาครอบครัวที่พลัดพรากจากกันในช่วงอพยพ

.
         ในระหว่างนี้เองศัตรูของหมอโฮจุนได้กลับมาอยู่กับสำนักหมอหลวงแทนเขา และได้ถวายการรักษาองค์ชาย แต่ไม่สามารถรักษาได้จริงเพราะความรู้ไม่ถึงขั้น จึงถูกลงอาญาให้จำคุก ภายหลังพระราชาประชวร จึงจำต้องเรียกตัวหมอโฮจุนกลับมาถวายการรักษา โฮจุนแสร้งทำเป็นแขนเจ็บไม่สามารถฝังเข็มได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ศัตรูของเขาฝังเข็มแทน จนกระทั่งสามารถรักษาพระราชาได้สำเร็จ ทำให้ศัตรูพ้นโทษและกลับกลายมาเป็นกัลยาณมิตร ส่วนหมอโฮจุนก็ได้รับความดีความชอบมากมาย และได้เลื่อนขั้นเป็นหมอหลวงขั้นที่หนึ่ง

. 
         แต่ด้วยความวุ่นวายในการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก ทำให้เขาต้องถูกเนรเทศไปแดนใต้ ระหว่างที่โฮจุนถูกเนรเทศนั้น มีชาวบ้านผู้ที่ได้ยินกิตติศัพท์โฮจุนเข้ามาขอรับการรักษา โฮจุนทนคำรบเร้าของชาวบ้านไม่ได้ จึงออกรักษาชาวบ้านอีกครั้ง โดยขอให้ชาวบ้านปิดเรื่องนี้เป็นความลับพร้อมกันนี้ ศัตรูผู้กลับมาเป็นมิตรก็ได้แอบส่งตำราแพทย์และข้อมูลต่าง ๆ มาให้แก่โฮจุน จนกระทั่งโฮจุนสามารถเขียนตำราแพทย์แผนใหม่ได้เป็นผลสำเร็จ
.

         เมื่อองค์ชายกวางแฮกุน พระราชองค์ใหม่ได้ทอดพระเนตรเห็นตำราแพทย์ฉบับนี้ จึงมีพระบรมราชโองการอภัยโทษแก่โฮจุน และมีคำสั่งให้เรียกตัวหมอโฮจุนกลับคืนมาสู่วังหลวง แต่หมอโฮจุนกลับทูลปฏิเสธพระราชา และเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อรักษาชาวบ้านต่อไป

. 

.
          ภายหลังเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ขึ้น หมอโฮจุนตรวจรักษาคนไข้โดยไม่คำนึงถึงชีวิตตัวเอง จนกระทั่งตนเองติดโรคระบาดนั้น แต่เขากลับนำยาทั้งหมดมารักษาคนไข้ จนในที่สุดร่างกายที่อ่อนล้าไม่สามารถทนไหว ในที่สุดหมอโฮจุนก็จบชีวิตลง

.

        ราชวงศ์โชซอนในยุค"หมอโฮจุน" ถูกรุกรานโดยกองทัพญี่ปุ่นซึ่งนำโดยขุนศึกโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ บ้านเมืองบนคาบสมุทรเกาลีส่วนใหญ่ถูกปล้นสะดมและทำลาย รวมทั้งผู้คนและช่างฝีมือก็ถูกถูกบังคับ กวาดต้อนกลับไปเป็นทาสที่เกาะญี่ปุ่น 

.
       ญี่ปุ่นที่เริ่มถอนทัพเนื่องจากการเสียชีวิตของฮิเดโยชิ สงครามบนคาบสมุทรจึงสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2141 ภายหลังจากที่สร้างความหายนะให้กับอาณาจักรโชซอนไว้อย่างมากมาย

.

        อาณาจักรโชซอนถูกรุกรานอีกครั้งในปี พ.ศ. 2170 และปี พ.ศ. 2179 โดยชาวแมนจูเรีย ซึ่งสามารถเข้ายึดครองภาคกลางของราชวงศ์หมิงและสถาปนาราชวงศ์ชิงขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2187 

.

       จนถึงปี 2437 รัชสมัยของพระเจ้าโกจง กษัตริย์องค์ 26 พระองค์ทรงหันไปฝักใฝ่รัสเซียเพื่อใช้คานอำนาจญี่ปุ่นที่สามารถเอาชนะราชสำนักชิงและครอบครองคาบสมุทรเหลียวตงไว้ได้ แต่แล้วในปี 2447 ญี่ปุ่นก็ได้ประกาศสงครามกับรัสเซียและได้เข้าโจมตีขับไล่ทหารรัสเซียออกไปจากดินแดนเกาหลี ในปี 2448 เกาหลีจึงจำต้องกลายมาเป็นประเทศในอารักขาของญี่ปุ่น จนถึงปี 2453  ญี่ปุ่นจึงได้ทำการล้มล้างราชวงศ์โชซอนลงอย่างถาวร โดยควบคุมเชื้อสายราชวงศ์โชซอนทั้งหมดไปไว้ที่ญี่ปุ่น เพื่อเป็นตัวประกันไม่ให้สามารถคืนสู่อำนาจได้อีก และได้ผนวกดินแดนของอาณาจักรโชซอนทั้งหมดเข้าเป็นมณฑลหนึ่งของประเทศ

.

       ประวัติศาสตร์ 4 ยุคสมัยจากละครซี่รีย์เกาหลี ที่เริ่มมาตั้งแต่ในสมัยยุคเหล็ก 2,000 ปี ยุคที่ชนเผ่าแห่งอาณาจักรโคกูรยอได้สร้างตำนานของจูมงขึ้น ห่างจากยุคราชวงศ์โชซอนในสมัยหลังของหมอโฮจุนนานกว่า 2,000 ปี เรื่องราวยาวนานนี้ต้องมีมากกว่าความสนุกสนานและตัวละครทั้งตัวดี ตัวร้าย พระเอก และตัวอิจฉา ที่มาประชันบทบาทกันเป็นแน่

.

        เรื่องราวนั้น ส่วนหนึ่งก็คือ"ประวัติศาสตร์"ของคาบสมุทรเกาหลี ที่ผมได้นำมาให้ท่านได้ร่วมสัมผัสย้อนอดีตนี่ไงล่ะครับ อีกส่วนหนึ่งก็คงเป็นเรื่องเครื่องแต่งกาย อาหาร ภาษา วัฒนธรรมและเรื่องราวอินเทรนด์ของเกาหลีอีกมากมาย ที่กำลังกลายมาเป็นจุดขายทางการตลาดเพื่อดึงดูดส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศเกาหลี เห็นผลประสบความสำเร็จได้อย่างสวยงามในปัจจุบัน โดยดูจากยอดนักท่องเที่ยว และความคลั่งใคร้เกาหลีที่เพิ่มขึ้นมากมาย

.

        หากทนอ่านจนจบแล้ว ผมก็ขอชวนกันไปติดละครเกาหลีเป็นเพื่อนอีกคนด้วยละกัน .......มุมมองของผมแค่ประวัติศาสตร์คาบสมุทรเกาหลี ก็ปาเข้าไปยาวยืด....ทั้ง ๆ ที่ “หลอก” ว่าโดยสังเขปแล้ว ส่วนในมุมนักร้องดัง สถานที่ท่องเที่ยว และดารา เห็น Citizen Reporters หลายคนใน Blog OK นี้ รายงานข่าวกันได้อย่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ

.

        หากสนใจ ก็ลองแวะเวียนไปหาอ่านดูกันเอานะครับ........ Blogger หนุ่มสาวของ OK เก่ง ๆ กันทั้งนั้น !!!

.

โดย ศุภศรุต

 

กลับไปที่ www.oknation.net