วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิเคราะห์: เจาะสนามเลือกตั้ง กรุงเทพฯ “ปชป.” VS “พปช.”


วิเคราะห์: เจาะสนามเลือกตั้ง กรุงเทพฯ “ปชป.” VS “พปช.”

      

กทม.เป็นสนามเลือกตั้งที่น่าจับตาสุดๆ เพราะเป็นพื้นที่ชี้ชะตาอนาคต ของผู้นำประเทศว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะหากไม่ต้องชะตาคนเมืองหลวง โอกาสที่เก้าอี้จะสั่นคลอนก็มีสูง

 

ดังนั้นทุกพรรคจึงต่างเฟ้นหาผู้สมัครมาขับเคี้ยวกันแบบมันหยดติ๋ง โดยเฉพาะพรรคการเมือง 2 ขั้วใหญ่พลังประชาชน หรือ พปช.  ที่แปลงสภาพมาจากอดีตพรรคไทยรักไทย กับ พรรคประชาธิปัตย์ หรือ ปชป. 

 

ไล่เลียงตั้งแต่เขตเลือกตั้งที่ 1  ดุสิต พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ บางรัก ปทุมวัน ราชเทวี เขตนี้แข่งระหว่าง ม.ล.อภิมงคล โสณกุล  อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ และเจิมมาศ จึงเลิศศิริ จากพรรคประชาธิปัตย์ ชนกับ ลีลาวดี วัชโรบล กมล บันไดเพชร ยุวลักษณ์ อภิธนาคุณ จากพรรคพลังประชาชน

 

แต่เขตนี้เป็นฐานที่มั่นของพรรคประชาธิปัตย์ จึงนอนมาแบบสบายๆ ทั้ง 3 คน เพราะเลือกตั้งที่ผ่านมา ปชป.สามารถปักธงได้เกือบทุกเขตในย่านนี้  

 

     

เขตเลือกตั้งที่ 2 สาทร บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย วัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ นอนมาทั้ง 2 เบอร์คือ กรณ์ จาติกวณิช  สมเกียรติ ฉันทวานิช  ส่วน อนุชา บูรพชัยศรี แม้จะเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีฐานเสียงเดียวกับ ปชป.แต่ต้องไปเบียดกับ  พ.ต.อ.พณาเจือเพ็ชร์ กฤษณะราช จากพรรคพลังประชาชน ที่ได้ฐานคะแนนเสียงจากเดิมย่านคลองเตยของ “ผู้พันปุ่น”  น.ต.ศิธา ทิวารี 

      

เขตเลือกตั้งที่ 3 ดินแดง ห้วยขวาง วังทองหลาง ลาดพร้าว พรรคประชาธิปัตย์ ต้องสู้แบบหืดจับระหว่าง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ธนา ชีรวินิจ และ สรรเสริญ สมะลาภา เพราะต้องสู้ศึกหนักกับพลังประชาชนที่มีฐานเสียงแน่นปึ้ก

 

ซึ่งเขตเลือกตั้งนี้พลังประชาชนนอนมา 2 เบอร์คือ ภูวนิดา คุนผลิน กับ ยุรนันท์ ภมรมนตรี ดังนั้น พปช.จึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะอุ้ม เฉลิมชัย มหากิจศิริ ลูกชายสุดที่รักเสี่ยเนสกาแฟ นายทุนพรรคให้ตีตื้นขึ้นมาเบียดแซง พีระพันธุ์ ให้ได้  

 

เขตเลือกตั้งที่ 4 บางซื่อ,หลักสี่,จตุจักร,พญาไท เขตนี้ก็ห้ามกระพริบตาเป็นอันขาด เพราะเป็นฐานเสียงเดิมของพรรคไทยรักไทย แต่เที่ยวนี้พลังประชาชนนอนมาถึง 2 คนคือ เฉลิมชัย จีนะวิจารณะ เด็กเจ๊หน่อย กับ ศุภมาศ อิศรภักดี ส.ส.เจ้าถิ่น  

 

ดังนั้นประชาธิปัตย์ต้องทำคะแนนเบียดขึ้นมาให้ได้อย่างน้อย 2 คน เพื่อคนไดคนหนึ่งจะได้ลอยลำเข้าวิน ระหว่าง บุญยอด สุขถิ่นไทย กับ สกลธี ภัททิยกุล ว่ากันว่า โอกาสที่ สกลธี จะเบียดเข้าวิน ได้มา 1 คนของประชาธิปัตย์ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงเพราะเป็นพื้นที่เขตทหาร

 

เขตเลือกตั้งที่ 5 บางเขน สายไหม ดอนเมือง เขตนี้โพลล์หลายสำนักออกมาฟันธงว่าประชาธิปัตย์มีสิทธิ์สอบตกทั้ง 3 เบอร์ เพราะเป็นฐานทัพหลักของพรรคปลาไหลชาติไทย ที่นอนมาถึง 2 คน คือ จณิสตา ลิ่วเฉลมวงศ์ ฉมาดล หงสกุล น้องชายสุดที่รัก “เจ๊ปิ๊ก” ปวิณา หงสกุล  ส่วนอีก 1 คนที่จะเข้าวินคือ การุณ โหสกุล จากพรรคพลังประชาชน

 

เขตเลือกตั้งที่ 6  หนองจอก คลองสามวา คันนายาว บึงกุ่ม เขตนี้นับว่าสูสีสุดๆ ระหว่าง ทิวา เงินยวง สมัย เจริญช่าง เกรียงยศ สุดลาภา จากค่ายประชาธิปัตย์ กับ นลินี ทวีสิน ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ จากพรรคพลังประชาชน เพราะทั่ง 2 พรรคต่างเป็นส.ส.เจ้าเก่าประจำถิ่น ดังนั้นจึงต้องวัดกระแสในช่วงโค้งสุดท้ายอีกครั้ง แต่นาทีนี้พรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นมวยรอง 

 

เขตเลือกตั้งที่ 7 บางกะปิ สะพานสูง มีนบุรี ลาดกระบัง เขตนี้ก็ร้อนไม่แพ้กันเพราะเป็นศึกชิงดำสองขั้ว ระหว่างกลุ่มอำนาจเก่าระบอบทักษิณ ที่ส่ง วิชาญ มีนชัยนันท์ ดนุพร ปุณณกันต์ มงคล กิมสูนจันทร์ จากพรรคพลังประชาชน ขับเคี่ยวกับฐานกำลังของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประพันธ์ คูณมี นาถยา เบญจศิริวรรณ  สำราญ รอดเพชร จากค่ายประชาธิปัตย์ สุดท้ายต้องจับตาว่าขั้นไหนแรงกว่ากัน

 

แต่ที่ไม่อาจไว้ใจได้คือต้องระวัง “ตาอยู่” อย่าง ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ จากพรรคเพื่อแผ่นดิน อดีต ส.ว.กทม.ที่คะแนนเป็นอันดับ 1 ของประเทศ                                    

 

เขตเลือกตั้งที่ 8 สวนหลวง ประเวศ บางนา พระโขนง เขตนี้เป็นฐานคะแนนเสียงเดิมของพรรคไทยรักไทยที่ผูกขาดมาตลอด ดังนั้นก็ต้อง “ฟัด” กันอย่างหนักระหว่าง  คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สามารถ มะลุลีม กับ สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ กับ วัฒนา เซ่งไพเราะ น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ จากพรรคพลังประชาชน     

 

ซึ่งกระแสในช่วงนี้มีแนวโน้มเป็นไปได้สูงที่ประชาธิปัตย์จะ “ตีตื้น” ทำคะแนนขึ้นมาได้ 2 ที่นั่ง ดังนั้น พลังประชาชนต้องทำคะแนนนำขึ้นมาให้ได้ ระหว่าง “วัฒนา”  กับ “ศุภรัตน์”  

      

เขตเลือกตั้งที่ 9 เขตธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ จอมทอง เขตนี้พรรคพลังประชาชนนอนมา 2 คนคือ   ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ กับ สุวัฒน์ ม่วงศิริ เพราะเป็นส.ส.เจ้าถิ่น ส่วนค่ายประชาธิปัตย์มีฐานคะแนนเสียงเฉพาะในย่านคลองสาน งานนี้หืดขึ้นคอ เพราะต้องทำคะแนนขึ้นมาให้ได้ 1 คน ระหว่างสองพี่น้อง สุรันต์ จันทร์พิทักษ์ กับ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ 

 

เขตเลือกตั้งที่ 10 เขตราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ บางขุนเทียน บางบอน เขตนี้เป็นพื้นที่ของพรรคไทยรักไทยเก่า กับ ฐานเสียงของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เมื่อนำมาผนวกกัน ยิ่งเป็นการเสริมทัพให้พลังประชาชน “แข็งแกร่ง” ขึ้น

 

นาทีนี้พลังประชาชนจึงนอนมาทั้ง 3 เบอร์  สุวัฒน์ วรรณศิริกุล จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ สากล ม่วงศิริ แต่กระแสการเมืองอาจพลิกผันในช่วงโค้งสุดท้ายทำให้ ถวิล ไพรสณฑ์ จากค่ายพรรคประชาธิปัตย์ เบียดเข้ามา 1 เก้าอี้ ก็เป็นไปได้ 

 

เขตเลือกตั้งที่ 11 ภาษีเจริญ บางแค หนองแขม เป็นพื้นที่รอบนอก กทม.ซึ่งเป็นฐานคะแนนของอดีตพรรคไทยรักไทย ดังนั้นเที่ยวนี้มีการประเมินกันว่าเขตนี้ พปช.นอนมา 2 เก้าอี้คือ  สุธา ชันแสง กับ มานะ คงวุฒิปัญญา ส่วนอีก 1 เก้าอี้เป็นของ “เฮียโก” โกวิทย์ ธารณา จากพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้คะแนนในย่านบางแค

 

เขตเลือกตั้งที่ 12 บางพลัด บางกอกน้อย ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา เขตนี้พรรคประชาธิปัตย์นอนมาทั้ง 3 เบอร์ ไม่ว่าจะเป็น องอาจ คล้ามไพบูลย์ รัชดา ธนาดิเรก และ ชนินทร์ รุ่งแสง แม้ว่าสองคนหลังจะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่แต่อาศัยใบบุญ “พี่โย่ง” องอาจ หาบเข้าสภาได้ทั้งคู่ ทิ้งคู่แข่งแบบไร้ฝุ่น

 

ณ นาทีนี้ข้อมูลเป็นอย่างนี้... อีกสองสัปดาห์ก่อนเลือกตั้งค่อยมาว่ากันใหม่ เพราะกระแสใน กทม.อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น!!!  

------------------------------//---------------------

โดย นายตะเกียง

 

กลับไปที่ www.oknation.net