วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากหัวหิน ... ถึงสุวรรณภูมิ


ผมเพิ่งกลับจากการไปทำงานต่างจังหวัดมาเมื่อวานนี้  (๒๒ พ.ย. ๕๐)  หน้าที่สุดท้ายคือส่งอาคันตุกะ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ  และเป็นการเดินทางไปทำหน้าที่พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และประจวบฯ เป็นรอบที่สอง 

เรื่องแปลกแต่จริง  ก่อนวันเดินทางกลับ ๑ วัน  ได้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงที่ผมเขียนถึงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ความปรารถนาอันแรงกล้าของผมที่อยากเห็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองช่วยกันเลี้ยงดู อบรมลูกหลาน  ให้เขาเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของประเทศนั้น  ไม่ได้มีเจตนาให้เกิดความสูญเสียใด ๆ แม้แต่นิดเดียวต่อทรัพย์สินของผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการทำลายอนาคตของเยาวชน

(หากผมตั้งจิตอันแน่วแน่  ให้นักการเมืองเลว ๆ หรือคนที่คิดร้ายต่อประเทศ  มีอันเป็นไป  คล้าย ๆ กับเรื่องที่ผมเขียนก็คงดี .... ฮึ  ฮึ)

แต่เมื่อได้ติดตามข่าวทางโทรทัศน์วันที่เกิดเหตุ  ผู้เป็นเจ้าของได้ให้สัมภาษณ์ว่าปิดทำการซ่อมแซมเป็นเวลา ๓ เดือนนั้น  อาจจะพูดไม่หมด  เพราะสถานบันเทิงดังกล่าวได้ซ่อมแซมบางส่วน บางห้อง ในขณะที่ส่วนที่เหลือก็ยังเปิดใช้งานตามปกติ  มีหลักฐานยืนยันจากผู้ที่ไปใช้บริการแน่นอน

ไม่รู้ว่าความเสียหายครั้งนี้  จะเป็นเครื่องเตือนใจใครที่เกี่ยวข้องบ้างได้หรือไม่

กลับมาเรื่องที่เข้ามาพัวพันกับการทำหน้าที่ของผมที่สนามบินสุวรรณภูมิดีกว่า

ผมจะไม่พูดถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องน้ำ หรือสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่ทุกคนพูด และรับรู้ดีอยู่แล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

แต่ผมจะพูดถึงมาตรฐานในการรักษาความปลอดภัย

ตามหน้าที่  ผมและเจ้าหน้าที่ของผมจะอำนวยความสะดวกในการเช็คกระเป๋าเดินทาง  ประสาน ตม. ในการตรวจลงตราหนังสือเดินทางในช่องทางพิเศษ  รวมถึงส่งอาคันตุกะถึงประตูทางขึ้นเครื่อง

แน่นอนว่า  การจะผ่านช่องทางออกไปส่งถึงเครื่องนั้นจะต้องขอบัตรอนุญาตจาก ทอท.  ซึ่งผมเองก็ได้รับเป็นบัตรชั่วคราวสำหรับวันที่ทำหน้าที่

แต่ปัญหามีอยู่ว่า   มีเจ้าหน้าที่ทางสถานทูตของประเทศที่ผมทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้  (ขออนุญาตไม่เปิดเผยชื่อประเทศ)  และไม่ได้ติดบัตรอนุญาต  ได้ถือโอกาสผ่านช่องทางตรวจลงตราหนังสือเดินทาง ตามไปส่งเจ้านายของเขาและคณะด้วย  โดยเจ้าที่ของทางสนามบินมิได้ท้วงติง  หรือห้ามปรามแต่ประการใด

ผมเองก็ไม่กล้าท้วงติงถึงความไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ประเทศนั้น  เพราะไม่ใช่หน้าที่หนึ่ง  และอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศย่ำแย่ลงสอง

ซึ่งปัญหาในลักษณะดังกล่าว  ผมพบตั้งแต่วันที่ผมไปรับคณะที่เดินทางมาถึงเมืองไทยตั้งแต่วันแรกแล้ว  แต่ผมขอรอเวลายืนยันให้แน่ใจว่า  เรื่องนี้มิใช่เรื่องบังเอิญ

ประสบการณ์ที่ผมเคยเดินทางในประเทศที่มีมาตรฐานทั้งหลาย  เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้  และยิ่งในสถานการณ์ของการก่อการร้ายที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกสถานที่  ทุกเวลา   มาตรการที่ประมาทและหละหลวมเช่นนี้  หากมีผู้คิดประสงค์ร้ายกระทำการใด ๆ ต่อเป้าหมายในสนามบินแห่งชาติของเราแห่งนี้  ทำได้ไม่ยากเลย

ในฐานะของนักข่าวพลเมืองที่เห็นอะไรไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น  และอาจเป็นอันตรายต่อประเทศได้ในวันหนึ่ง  จึงอยากบอกกล่าวพวกเราให้รับรู้  หรือหาทางส่งต่อไปยังผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เข้มงวดกวดขันกับมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับการเข้า-ออกสนามบินสุวรรณภูมิมากกว่านี้

ผมมองว่า  ยิ่งเจ้าหน้าที่ของเรายิ่งเข้มงวด  ตรงไปตรงมาในการทำหน้าที่ตรวจตราบุคคลทุกระดับ  ไม่ว่าจะเป็นใคร  หรือมาจากชาติใด  ยิ่งจะทำให้คุณค่าของสนามบินแห่งนั้นมีมากยิ่งขึ้นในสายตาของต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทย

ส่วนเจ้าหน้าที่การทูตของประเทศดังกล่าวที่ทำตัวไม่เคารพกฎกติกาของสนามบินแบบนี้  นอกเหนือจากไม่มีมารยาทที่เหมาะสม  จนได้รับสิทธิ์ที่ไม่สมควรจะได้รับแล้ว  (ฉวยโอกาสจากช่องว่างที่เกิดขึ้น)   เชื่อว่าลับหลัง  เขาก็ต้องเอาไปพูด และดูถูกความอ่อนด้อยในมาตรฐานของประเทศไทยและเจ้าหน้าที่คนไทยในเรื่องนี้  (เขาจะไม่มีทางทำตัวแบบนี้ในประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลายอย่างเด็ดขาด)  ซึ่งผมก็ไม่อยากโทษอะไรเขามากนักนอกจากการไม่ให้เกียรติเราผู้เป็นเจ้าของบ้าน    

แต่หันมาพิจารณาถึงความบกพร่อง  (โทษ)  พวกเรากันเองดีกว่า

การคบกับเพื่อนบ้านบางประเทศก็เหมือนกับการคบคนบางจำพวกนั่นแหละ  รู้หน้าไม่รู้ใจ

หากเราทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง  ตรงไปตรงมา  ย่อมมีคุณค่าในตัวเอง  ใครจะมาดูถูก  ดูแคลน  หรือหาช่องทางในการโจมตี  ทำลายเราไม่ง่ายดายนัก

ขอเขียนเตือนไว้โดยยึดหลัก  “กันไว้ดีกว่าแก้”  หรือ  “ไม่ประมาท”  วันนี้ยังไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ  แต่วันหน้าใครจะรู้

โดย patijjachon

 

กลับไปที่ www.oknation.net