วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ข้าวกล้องลดเสี่ยง+โดนัทเพิ่มเสี่ยง มะเร็งตับอ่อน


พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังคุณค่าของธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ และโทษของอาหารจานด่วน(ฟาสต์ฟูด)มาแล้วไม่มากก็น้อย ผลการศึกษาวิจัยเร็วๆ นี้พบว่า อาหารเหล่านี้มีผลต่อความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับอ่อนครับ

ตับอ่อนเป็นอวัยวะพิเศษคือ เป็นทั้งต่อมไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมน เช่น อินซูลิน ฯลฯ และผลิตน้ำย่อย(เอนไซม์)ไว้ย่อยอาหาร

...

ตัวตับอ่อนเองอยู่ด้านหลังช่องท้อง (retroperitoneum) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเส้นประสาทไปเลี้ยง หรือรับความรู้สึกน้อย เวลาเป็นมะเร็งมักจะมีอาการช้า และไม่ชัดเจน กว่าจะวินิจฉัยได้ก็มักจะ "เกือบสาย" หรือ "บ่ายๆ ไปแล้ว" เป็นส่วนใหญ่

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์จูน เอ็ม. ชาน และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซาน ฟรานซิสโก สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่เป็นมะเร็งตับอ่อน 532 คน และไม่เป็นตับอ่อน 1,701 คน ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

...

ผลการศึกษาพบว่า

  • คนที่กินธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ ตั้งแต่ 2 ส่วนบริโภค หรือประมาณ 2 ทัพพีขึ้นไปต่อวันมีความเสี่ยงลดลง 40%
  • คนที่กินเส้นใย(ไฟเบอร์)ตั้งแต่ 26.5 กรัมขึ้นไปต่อวัน มีความเสี่ยงลดลง 35% เมื่อเทียบกับคนที่กินเส้นใย(ไฟเบอร์)เท่ากับ 15.6 กรัมต่อวัน หรือน้อยกว่านั้น
  • คนที่กินโดนัทตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไปต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงมะเร็งตับอ่อนเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับคนที่กินโดนนัทน้อยกว่า 1 ชิ้นต่อเดือน

...

อาจารย์ชานกล่าวว่า การกินธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ฯลฯ เป็นประจำมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บต่อไปนี้คือ

  1. เบาหวาน
  2. โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน
  3. มะเร็งตับอ่อน

...

วิธีกินธัญพืชและเส้นใย(ไฟเบอร์)ให้เพียงพอทุกวันคือ เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง เปลี่ยนขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท(ข้าวสาลีไม่ขัดสี) กินถั่ว ผัก และผลไม้ที่ไม่หวานจัด (ผลไม้ทั้งผล ไม่ใช่น้ำผลไม้) ให้มากขึ้น

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                        

  • Thank Reuters > Joene Hendry > Fiber, whole grains may cut pancreatic cancer risk > [ Click ] > November 23, 2007. / AJ Epidemiology. November 15, 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 24 พฤศจิกายน 2550.

โดย wullopp

 

กลับไปที่ www.oknation.net