วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อเราทะเลาะกัน


เมื่อเราทะเลาะกัน




หลังจากฉันยุ่งอยู่กับหน้าคอมพิวเตอร์ของฉัน กดโน่น ลบนี่ จนเหนื่อย ก็พอจะจัดการอะไรได้บ้างแล้วล่ะ และก็มีเพื่อนๆ เข้ามาทักทาย ให้กำลังใจอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง(ตั้งเกือบสิบคนแน่ะ) ก็ทำให้ฉันมีกำลังใจเขียนอีกเยอะเลย ที่จริงในตอนแรกที่เขียนก็ไม่คิดว่าจะมีใครมาอ่านด้วยซ้ำ แต่โลก www . ก็สร้างความประหลาดใจให้ฉันจนได้นะ

..........................

เรื่องแรกที่ฉันจะบันทึกก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นให้เราเห็นตามหน้าทีวี หนังสือพิมพ์ และวิทยุมานานนับปี เรื่องคนทำเลาะกันไง ไม่ว่า...

รุ่นเล็กอย่าง
...เด็กนักเรียนช่างตีกัน เพราะรักสถาบันของเขา...

รุ่นใหญ่ขึ้มาหน่อยก็
...คนรักประชาธิปไตยด่ากัน ฟ้องกัน ประท้วงกัน เพราะต้องการให้ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพ...

หรือแม้กระทั่ง
...ขบวนการโจรก่อการร้ายที่ใต้เผาโรงเรียน วางระเบิด ยิงผู้คน เพราะต้องการให้ชาวบ้านได้รับความเป็นอยู่ที่ดีกว่าปัจจุบัน...

ฉันได้ยินข่าวอย่างนี้ทุกวัน รู้สึกหดหู่ ไม่มีความสุข รู้สึกสงสาร แต่ก็มีความหวังว่าสักวันในเร็วไวนี้ เหตุการณ์เหล่านี้จะค่อยๆหมดไป อะไรทำให้ฉันหวังได้ขนาดนี้น่ะหรือ มันมีเหตุผลน่ะลองอ่านดูสิ...

................

ตอนฉันอายุสัก 11-14 ขวบฉันก็เคยมีเรื่องทะเลาะกับคนเหมือนกัน ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลเลย พี่ฉันเอง โบราณว่าพี่น้องทะเลาะกันมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับฉันมันออกจะไม่ธรรมดานัก นอกจากทะเลาะกันแล้ว ก็ไม่คุยกันอีก 3 ปี เป็นของแถม นี่เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอนทีเดียวล่ะ

ที่จริงก่อนหน้าที่เราจะทะเลาะจนถึงขั้นไม่พูดไม่จากันนั้น ฉันก็มีเรื่องระหองระแหงกันมาตลอด เพราะฉันมักอิจฉาที่พี่ฉันเป็นคนเก่ง แข่งอะไรกันก็มักจะชนะฉัน เวลาเถียงกันฉันก็มักแพ้ แถมพี่ชอบพูดล้อฉันให้ฉันได้อายต่อหน้าคนอื่นเป็นประจำ เวลาที่พี่ฉันแกล้งฉัน ฉันจึงมักใช้สิทธิของความเป็นน้องคือฟ้องแม่ นี่เป็นบริการที่ฉันพึ่งได้เสมอ แม่อาจตีพี่บ้าง ว่าพี่บ้าง ตามคำฟ้องของฉัน แต่วันไหนที่แม่ไม่อยู่ให้ฉันฟ้อง วันนั้นฉันต้องปกป้องศักดิ์ศรีของฉันด้วยการใช้กำลัง ผลที่ตามมาก็คือ ฉันมักเป็นฝ่ายเจ็บตัวและร้องให้

วันที่เราทะเลาะจนเกิดเหตุการณ์อย่างที่บอก วันนั้นแม่ไม่อยู่บ้าน เราเถียงกัน ฉันเถียงสู้ไม่ได้ ลงท้ายด้วยการใช้กำลัง และฉันก็เป็นฝ่ายเจ็บตัวเช่นเคย เจ็บกายก็พอสมควรแล้วแต่เจ็บใจนี่สิฉันแค้นเสียเหลือเกิน ฉันจึงตั้งใจว่าหลังจากนี้ต่อไปฉันจะไม่ยุ่งกะมันนนนน...อีก ต่อไป!!!

.....จากนั้นมาเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเป็นเวลาถึง 3 ปี อันที่จริงแล้วหลังจากที่เราทะเลาะกันไม่นาน พอฉันอารมณ์เย็นขึ้น ฉันก็อยากเข้าไปคุยกับพี่อีกเหมือนกัน เพราะชีวิตฉันมันขาดอะไรไปหลายอย่าง เช่น เมื่อก่อนถึงจะทะเลาะกันยังไงพอเราดีกัน ก็จะชวนกันไปเที่ยวยิงนก ตกปลาด้วยกัน ไปว่ายน้ำด้วยกัน หรือบางเวลาฉันก็จะเอาเรื่องที่ไม่กล้าพูดกับคนอื่นมาเล่าให้เขาฟัง

แต่เหตุที่ยอมเอ่ยปากพูดไปสักทีก็เพราะมันมีอยู่ว่า ไหนๆ ฉันก็ออกบอกพูดว่าจะไม่ยุ่งไปแล้วนี่ แล้วทำไมเราต้องเป็นฝ่ายพูดก่อน อีกทั้งพอคิดถึงเรื่องเก่าๆ ที่พี่ทำให้ฉันต้องแค้นเสียเหลือเกิน ไม่ว่าเรื่องที่เขาชอบล้อให้อายชาวบ้าน เรื่องที่เขาชกฉันเจ็บ เรื่องที่เขาปั่นจักรยานชนะฉัน ฯลฯ เหล่านี้ทำให้ฉันดำรงตนเป็นคนรักษาสัจจะถึง 3 ปี .....

.....ในวันที่เรามาคุยกันอีกครั้ง จำได้ว่าเราไม่มานั่งคุยกันว่าใครเป็นคนผิด ใครเป็นคนถูกกันเลย สำหรับฉันมองว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่น่าขำ ...แปลกจริง...เรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่โตเสียเหลือเกินในตอนนั้นกลับเป็นเรื่องที่เล็กน้อย ไร้สาระในวันนี้ของฉันเสัยแล้ว... และที่น่าแปลกใจอีกเรื่องก็คือ ยิ่งโตขึ้นเราก็มักจะเข้าใจอะไรด้วยความรู้สึกกันมากขึ้น หลายครั้งการพูดจาทำความเข้าใจไม่มีความหมายเลย (อย่างที่เรียกกันว่ามองตาก็เข้าใจยังไงยังงั้น) ...คนเรายิ่งโตก็ยิ่งเข้าใจกันยากเสียจริง....

ฉันคิดว่าอาจเป็นเพราะเวลาที่ผ่านไป ทำให้ฉันได้มีเวลาในการคิด ได้ผ่านประสบการณ์มากขึ้น จนทำให้ฉันสามารถลดทิฐิ มานะ และความรู้สึกส่วนตัวออกไปได้ อย่างที่หลายคนมักพูดว่า เป็นผู้ใหญ่ขึ้น นั่นเอง ทุกวันนี้ฉันรู้สึกว่าฉันผูกพันและสนิทกับพี่มากกว่าเดิมเสียอีก ฉันยังคิดเสียดายเวลาที่ว่างเปล่าระหว่างเราสองคนในสามปีนั้น แต่ก็ยังดีใจว่าผลของเหตุการณ์ที่เราผ่านมาด้วยกันครั้งนั้น ทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้นในวันนี้ และรู้จักคำว่ารักและผูกพันยิ่งขึ้น.... ฉันยังเล่าเรื่องที่ไม่กล้าพูดกับคนอื่นให้เขาฟัง พี่ก็ยังเป็นผู้ฟังที่ดี แนะนำและช่วยเหลือฉันเสมอมาในทุกๆเรื่อง นี่อาจเป็นดั่งคำที่พ่อแม่ของเราได้กล่าวเสมอว่า อย่างไรเสียก็พี่น้องกัน ใช่ไหม.....

......................................

ฉันอยากให้เหตุการณ์วุนวายที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มีจุดจบเช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดกับฉัน เพราะมันไม่ต่างกันเลย เพราะ "ทุกคนก็ล้วนแต่เป็นพี่น้องไทยด้วยกันทั้งนั้น" ทุกคนมีพ่อแม่เป็นผืนแผ่นดินเกิด

ความขัดแย้ง วุ่นวายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกิดจากเด็กตัวโตที่ยังไม่ยอมเป็นผู้ใหญ่เพียงไม่กี่คนแค่นั้นเอง อีกไม่นานเมื่อเด็กๆ เหล่านี้มีประสบการณ์มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เขาก็จะเป็นผู้ใหญ่ และเขาจะมองการกระทำของเขาว่าช่างไร้เดียงสาเสียจริง และเขาจะรู้สึกว่าเราไม่น่าทำมัน เ ล้ ย ย ย ย ย ย ย......!!!!


ฉันหวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นเราจะผูกพันกันด้วยความรัก และความรู้สึกที่เราเป็นพี่น้อง ...พี่น้องที่ผ่านสิ่งเลวร้ายมาด้วยกัน และให้อภัยกัน...


" พี่น้องทะเลาะกันมันเป็นเรื่องธรรมดา เดี๋ยวมันก็ดีกัน อย่างไรมันก็พี่น้องกัน "


......................................

โดย downrai

 

กลับไปที่ www.oknation.net