วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระราชมนู นายกองเลือดเดือดแห่งทัพพระนเรศวร


พระราชมนู  ทหารเอกของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้ร่วมกอบกู้เอกราชของกรุงศรีอยุธยากลับคืนมาเป็นคนของคนไทย   ทำการรบอย่างห้าวหาญ ไม่กลัวตายสู้อย่างไม่ยอมถอยแต่ยอมเอาชีวิตเข้าแลก  จนเกือบต้องต้องโทษประหาญชีวิต ด้วยความดีความชอบทำให้ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็น     เจ้าพระยามหาเสนาบดีศรีสมุหพระกลาโหม     กรุงศรีอยุธยาถูกตีแตก ในครั้งแรกโดยพม่าสมัยของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง   อยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า            สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ทรงขึ้นครองราชย์กรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ.2112  พระนเรศวรดำรงพระอิสริยศเป็นพระมหาอุปราชขึ้นเมืองพิษณุโลกเมื่ออายุ 16 ปี   พระเจ้าบุเรงนองสวรรคต พระนเรศวรประกาศอิสรภาพ  ณ  เมืองแครง   สมเด็จพระนเรศวรมีรับสั่งให้    พระราชมนู  คุมกองทัพไปตรวจดูข้าศึกและได้ปะทะกับกองทัพของเชียงใหม่ สมเด็จพระนเรศวรวางกลศึกเพื่อรับกองทัพของเชียงใหม่และรับสั่งให้พระราชมนูถอยทัพ แต่พระราชมนู    เห็นว่ากองกำลังมีใกล้เคียงกับเชียงใหม่จึงยังไม่ถอยทัพแต่สุดท้ายเมื่อรู้ว่าสมเด็จพระนเรศวรทรงวางกลจึงยอมถอยทัพ     พระราชมนูเป็นทหารเอกของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชด้วยบุคลิกที่มีความกล้าหาญ มีจิตใจมุ่งมั่นกับการทำศึกโดยไม่หวั่นเกรงข้าศึก  แม้ว่าประวัติชีวิตในช่วยต้นของพระราชมนูจะไม่ปรากฏ แต่เนื่องจากเป็นแม่ทัพที่คุมกำลังพลออกต่อสู้ศึกกับหงสาวดีและขอมดังนั้น  เมื่อเสร็จจากศึกเมือง  ขอม  (ละแวก)  แล้วสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ก็มีการปูนบำเหน็จรางวัลแก่เหล่าอำมาตย์นายกองที่โดยเสด็จไปราชสงครามในครั้งนั้นโดยถ้วนหน้าลดหลั่นกันไปตามความดีความชอบมากน้อย        สำหรับพระราชมนูนั้นมีผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  จึงโปรดเกล้า ฯ  แต่งตั้ให้เป็น  เจ้าพระยาอัครมหาเสนาบดีสมุหรพะกลาโหม   พระราชทานพานทอง  น้ำเต้าทอง เจียดทองซ้ายขาว กระบี่ ฝวักทองและเครื่องอุปโภคต่าง ๆ   สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จสวรรคต  ที่เมืองหางอยู่ริมแม่น้ำสาละวินข้างเหนือเมืองเชียงใหม่   พระชันษา 50 พรรษา เสด็จอยู่ในราชสมบัติ 15 พรรษาโดยสมเด็จพระเอกาทศรถทรงขึ้นครองราชย์สืบต่อ

โดย nona

 

กลับไปที่ www.oknation.net