วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

111 ไทยรักไทยดู "เสธ.หนั่น" เป็นตัวอย่าง


พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์

               หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศห้ามอดีตผู้บริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

               แต่อดีตกรรมการพรรคไทยรักไทยในส่วนที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชน อันมีจาตุรนต์-ปองพล-ลดาวัลลิ์-สุธรรม-อดิศร เป็นแกนนำดูจะเป็นกลุ่มเดียวที่ไม่ยอมรับกับคำประกาศของกกต. โดยได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือแม้กระทั่งจะมีการปราศรัยใหญ่

               พฤติกรรมของอดีตกรรมการพรรคไทยรักไทยทำให้หลายคนแสดงอาการไม่พอใจ ซึ่งคนกลุ่มนี้ควรดู พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ในฐานะอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวอย่าง เพราะเคยถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีมาก่อน ซึ่งมีความผิดมาจากฐานจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

               ถ้าคุณอดิศร เพียงเกษ อดีตผู้บริหารพรรคไทยรักไทยยังจำได้ เมื่อปี 2543 คุณอดิศรเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคความหวังใหม่ คุณอดิศรได้อภิปรายกลางสภาว่า พล.ต.สนั่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยระบุในแบบฟอร์มบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่ามีการกู้ยืมเงิน จำนวน 45 ล้านบาท จากบริษัทเอเอเอส ออโต้เซอร์วิส ทั้งๆที่ไม่ได้มีการกู้ยืมจริง

                ขณะนั้น พล.ต.สนั่น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสธ.หนั่นก็ประกาศลาออกจากทุกตำแหน่ง จากนั้นไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย และใช้เวลาที่มีอยู่ไปเรียนหนังสือจนจบปริญญาโท ก่อนจะกลับมาเล่นการเมืองหลังจากพ้นเวลา 5 ปีไปแล้ว

               ที่ผ่านมา พล.ต.สนั่น ไม่เคยไปโวยวาย ไปยื่นเรื่องต่อกรรมการสิทธิมนุษชน ไปยื่นเรื่องต่อยูเอ็น หรือเคลื่อนไหวก่อกวนใดๆ เพราะเสธ.เป็นนักการเมืองที่รู้จักคำว่า “กติกา”

               เขียนมาถึงตรงนี้เลยคิดได้ว่า ระบอบประชาธิปไตยจะพัฒนา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญ แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของนักการเมือง

               นักการเมืองเป็นผู้เขียนกฎหมาย เป็นผู้บริหารประเทศ ฉะนั้นนักการเมืองจะต้องเคารพกติกาอย่างเคร่งครัด และมีจริยธรรม คุณธรรม ยิ่งกว่าประชาชนคนธรรมดา

               นักการเมืองจึงต่างจาก “นักเลือกตั้ง” เพราะนักเลือกตั้งจิตใจต่ำ คิดแต่เรื่องอำนาจ ผลประโยชน์ คิดแต่ว่าสมัยนี้กูจะได้เป็นส.ส.หรือไม่เท่านั้น และไม่คำนึงถึงกติกาหรือแม้กระทั่งชาติบ้านเมือง

               การเลือกตั้งครั้งนี้นักการเมืองควรจะแสดงจุดยืน แสดงวิสัยทัศน์ มุมมองในการบริหารประเทศชาติ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเลื่อมใสศรัทธา

               และหากเล่นการเมืองอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ปัญหาก็จะไม่จบไม่สิ้น.

โดย คนไทรักแผ่นดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net