วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้สนุก/เพลิดเพลินกับการฟังพระสวด


การได้รับการปลูกฝังเรื่องอะไรก็ตามตั้งแต่ตอนเป็นเด็กนับว่ามีผลต่อเนื่องอย่างลึกซึ้งและยาวนานต่อชีวิตของเด็กคนนั้นจริง ๆ

ชีวิตของผมเอง  พ่อเคยสอนให้หัดสวดมนต์มาตั้งแต่เด็ก  จำได้ว่า บทกรวดน้ำอิมินาใหญ่ และชัยมงคลคาถาซึ่งเป็นบทสวดสรรเสริญชัยชนะของพระพุทธเจ้า ๘ คาถา (พาหุง) นั้นพ่อให้ผมท่องตั้งแต่อยู่ชั้น ป. ๑  รวมทั้งอภิธรรม ๗ คัมภีร์ซึ่งใช้สำหรับสวดในงานศพพ่อก็ให้ผมและน้องชายหัดท่องเอาไว้ และใช้งานจริงก็ตอนบวชเณรเมื่อครั้งที่ยายเสียเมื่อตอน ป. ๔   

สมบัติติดตัวที่พ่อให้มาชิ้นนี้เอง ทำให้ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ยินเสียงพระสวดมนต์ไม่ว่าจะเป็นงานมงคล  งานศพ  หรือแม้กระทั่งตามสถานีวิทยุต่าง ๆ จนถึงทุกวันนี้

หลายคนได้กล่าวถึงประโยชน์ของการสวดมนต์ไว้มากมายหลายประการ  แต่ก็เป็นเรื่องค่อนข้างแปลกที่พ่อมิได้เคยอธิบายผลของการสวดมนต์ให้ผมฟังแม้แต่ครั้งเดียว  เหมือนจะปล่อยให้ผมคิดเอาเองเสียอย่างนั้น  และด้วยความที่ผมก็เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย (คิดเอาเอง)ในตอนเด็ก  จึงเชื่อและศรัทธาในตัวพ่อทุกอย่าง พ่อแนะนำให้ทำอะไรก็ทำตามโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก  เพราะเชื่อมั่นว่าทุกอย่างที่พ่อสอน/แนะนำนั้นเป็นประโยชน์และถูกต้องเสมอ

หลายเรื่องเริ่มมาประจักษ์เอาเองก็ต่อเมื่อโตมาก ๆ แล้ว  โดยผมมองประโยชน์ของการสวดมนต์ แบบสั้น ๆ ง่าย ๆ เพียงสองประการ คือ  หนึ่งทำให้จิตใจสงบ/มีสมาธิ  และสองเป็นการดึงตัวเราให้กลับมาอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ค่อนข้างปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิต  ซึ่งแค่เพียงเท่านี้ก็เป็นประโยชน์ที่เหลือเฟือสำหรับชีวิตผมแล้ว

ผมมิได้คาดหวังในเรื่องปาฏิหารย์อื่นใดที่จะได้จากการสวดมนต์  ดังที่หนังสือหลายเล่มได้กล่าวอ้างไว้  เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง  คงหาคนเดือดร้อนหรือทุกข์ใจได้ยากเนื่องจากคนทุกคนสามารถสวดมนต์เป็น

แต่หลังจากที่ผมได้เจอหนังสือ มนต์พิธีชาวพุทธ...แปล  ซึ่งคณะจารย์สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียงได้เรียบเรียงไว้ ผมก็เห็นประโยชน์ข้อที่สามขึ้นมาอีก ๑ ข้อ คือ  การสร้างปัญญาจากการพิจารณาธรรมหรือความหมายของบทสวดแต่ละบทไปพร้อมกัน

จากประสบการณ์ตรงในชีวิตที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับบทสวดมนต์พบว่า  มีบทสวดมนต์ที่ใช้อยู่บ่อย ๆ อยู่ ๓ งาน คือ
บทสวดถวายพรพระที่ในการทำบุญทั่วไป,  บทสวดมนต์เจ็ดตำนาน-สิบสองตำนานสำหรับงานมงคล  และบทสวดอภิธรรม ๗ คัมภีร์ที่ใช้ในงานสวดศพ  ซึ่งผมเองยังคงพอจำบทสวดสำหรับงานทำบุญ และงานศพได้  ส่วนบทสวดมนต์เจ็ดตำนานซึ่งเคยท่องได้ตอนที่บวชเป็นพระแทนคุณตามประเพณ๊อยู่ ๒๑ วัน ตอนเรียนอยู่ ปี ๔ นั้น  ยังพอจำได้แค่บางบท 

ดังนั้น เวลาที่ผมเดินทางไปร่วมงานต่าง ๆ ดังกล่าว  จึงเป็นโอกาสอันดีในการทำสมาธิ ทำใจให้สงบนิ่งระหว่างที่ฟังพระสวด โดยหลับตาสวดมนต์ในใจไปพร้อม ๆ กับพระ  สร้างความเพลิดเพลิน เจริญใจในการร่วมพิธีได้อย่างยอดเยี่ยม  ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่ว่าพระจะสวดนานเพียงใด หรือจะสวดกี่จบ (เช่นงานศพ) ก็ตามที

ใครที่อาจเคยรู้สึกไม่สนุกในการฟังพระสวด  จะลองเอาเทคนิคที่ผมทำอยู่ไปใช้ก็ได้นะครับ

หากเราเป็นพุทธศาสนิกชน ก็เชื่อว่ายังคงมีความจำเป็นต้องเข้าร่วมงานตามวิถีของชาวพุทธกันเรื่อยไป 

พูดง่าย ๆ ว่า  จะต้องไปตักบาตร ทำบุญ  หรือไปงานสวดศพเพื่อนฝูงญาติมิตร  จนกว่าเราจะตาย  หากไม่เปลี่ยนศาสนาหรือวิถีชีวิตเสียก่อน  การหาหนทางที่ช่วยทำให้การร่วมงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีความสุข สดชื่น เบิกบานมากยิ่งขึ้น  ก็นับว่าเป็นการใช้เวลาที่เหลือน้อยลงไปทุกวัน  ให้คุ้มค่าและเป็นประโยชน์มากที่สุดประการหนึ่ง

หนังสือมนต์พิธีชาวพุทธ ... แปล  ที่ผมซื้อมาในราคา ๘๐ บาท เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจากหัวหินนั้น  ต้องบอกว่าคุ้มค่ามาก ๆ

ผมขอคัดลอก อนุโมทนาวิธี ซึ่งเริ่มต้นด้วยอนุโมทนารัมภคาถา และสามัญญานุโมทนาคาถา ซึ่งเป็นการสวดอนุโมทนาในการทำบุญทั่วไป หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าให้พร มาเป็นตัวอย่างให้อ่านกันเล่น ๆ ใครสนใจก็ลองไปซื้อหาเก็บเอาไว้เป็นสมบัติส่วนตัวก็แล้วกันครับ

อนุโมทนารัมภคาถา

ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง
ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ฉันใด

เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ
ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วแต่โลกนี้  ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้วได้ ฉันใด

อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง
ขออิฏฐิผลที่ท่านปรารถนาแล้ว ตั้งใจแล้ว

ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ
จงสำเร็จโดยฉับพลัน

สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา
ขอความดำริทั้งปวงจงเต็มบริบูรณ์

จันโท ปัณณะระโส ยะถา
เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ

มะณิ โชติระโส ยะถา
เหมือนแก้วมณีอันสว่างไสวควรยินดี

สามัญญานุโมทนาคาถา

สัพพีติโย วิวัชชันตุ
ขอความจัญไรทั้งปวง จงบำราศไป

สัพพะโรโค วินัสสะตุ
ขอโรคทั้งปวง (ของท่าน) จงหายไป

มา เต ภะวัตวันตะราโย
ขออันตรายอย่ามีแก่ท่าน

สุขี ทีฆายุโก ภะวะ
ขอท่านจงเป็นผู้มีความสุขมีอายุยืน

อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน
จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ, อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง.
ธรรมทั้งสี่ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ,
ย่อมเจริญแก่บุคคลผู้มีปกติกราบไหว้, มีปกติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ เป็นนิตย์.

โดย patijjachon

 

กลับไปที่ www.oknation.net