วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สิทธิของลูกหนี้ ในการถูกติดตามหนี้อย่างเป็นธรรมภายใต้กฎหมาย


สิทธิของลูกหนี้ ในการถูกติดตามหนี้อย่างเป็นธรรมภายใต้กฎหมาย

                การดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น คือ แนวทางที่จะทำให้ชีวิตเรียบง่ายและมีความสุข   ผมว่าประชาชนคนไทยทุกคนคงอยากที่จะเดินตามรอยพระราชดำริ   แต่หากมีคนใดที่พลัดหลงเข้ามาป็นหนี้ทั้งในส่วนที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม   หากเรามีปัญญาที่จะหาเงินมาชำระนั้นก็ดีไป  หากวันใดที่เราไม่สามารถชำระหนี้ได้ มิตรที่ดีจะแปลเปลี่ยนเป็นศัตรู  ประดุจหนึ่งว่ามีความอาฆาตแค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน   แต่ผมในฐานะที่ทำงานกับธนาคารและสถาบันการเงินมากว่า 10 ปี ทั้งในและต่างชาติ  ผมยืนยันว่าหนี้ในระบบนั้นไม่ได้เลวร้ายเสมอไปครับ  เพียงแต่ธนาคารและสถาบันการเงินที่เรียกว่า Non Bank นั้นมาเสียศูนย์ในระยะหลังเนื่องจาก   แนวคิดที่มาจากตะวันตกคือ การใช้บริษัทนอก (Outsource) ในการติดตามหนี้  


บริษัท Outsource หรือ สำนักงานกฎหมายที่รับติดตามหนี้นั้นเกิดขึ้นมากมายช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา   และบริษัทเหล่านี้นอกจากจะได้รับค่าธรรมเนียมในการบริหารงานแล้ว   ที่สำคัญคือการได้รับส่วนแบ่งจากยอมมูลหนี้ที่สามารถติดตามได้   ผนวกกับการที่ธนาคารและสถาบันการเงินมีการกำหนด KPI ที่เป็นตัวเลขในยอดการติดตามเป็นรายเดือน รายไตรมาส และรายปี    


แน่นอนว่าที่ใดมีผลประโยชน์ที่นั่นย่อมมีกรรมวิธีต่าง ๆ ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดกฎหมาย  อย่าไปพูดถึงจริยธรรมหรือธรรมาภิบาลเลยครับ  ลองขนาดกฎหมายยังไม่ปฏิบัติตามแล้วจะปฏิบัติตามจริยธรรมซึ่งเป็นสิ่งมองไม่เห็นหรือครับ กระบวนการติดตามหนี้โดยบริษัทตามหนี้นิสัยไม่ดี  ไม่ว่าจะใช้วาจาหยาบคาย  โทรทวงถามเพื่อกดดันกับครอบครัว คนใกล้ชิด เพื่อนร่วมงาน,การข่มขู่ต่าง     อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ   รวมไปถึงการใช้จดหมายต่าง ๆ ปั๊มตราสีแดงอนุมัติฟ้อง ใช้ไปรษณียบัตรให้ลูกหนี้อับอาย   การทำจดหมายให้คล้ายหมายศาล  อ้างข้อกฎหมายต่าง ๆ ให้ดูเป็นคดีอาญาที่เป็นโทษจำ   ทั้ง ๆ ที่แท้จริงแล้วการฟ้องร้องในส่วนของหนี้สินนั้นเป็นคดีแพ่ง  คือ คดีที่ไม่ได้มีผลต่อความสงบสุขของประชาชน   เป็นคดีความส่วนตัวระหว่างสถาบันการเงินกับลูกหนี้(หรือที่ก่อนที่จะไม่สามารถชำระหนี้ได้   ธนาคารหรือสถาบันการเงินเรียกสวยหรูว่าลูกค้าคือพระเจ้า)  


ถามว่าธนาคารและสถาบันการเงินรับรู้หรือไม่  ผมคงต้องตอบว่ารับรู้แต่ปิดตาข้างหนึ่งเสียมากกว่า  บ้านเราก็มักเป็นอย่างนี้เสมอ   หากท่านใดไม่เป็นหนี้ก็คงเป็นลาภอันประเสริฐ   แต่หากท่านใดที่เป็นหนี้ท่านควรรับรู้ถึงสิทธิ์ของท่านตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญของประเทศ

1. สิทธิ์ที่จะได้รับการบอกกล่าวทวงถามด้วยภาษาที่สุภาพ

2. สิทธิ์ที่จะได้รับการเรียกค่าปรับ และค่าติดตามทวงถาม  ตามสมควรแก่เหตุ

3. สิทธิ์ที่จะได้รับการปกปิดในเรื่องของหนี้ และมูลหนี้  ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว   ไม่ควรเปิดเผยแก่บุคคลที่ 3 ที่ไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ด้วย

4. สิทธิ์ที่จะไม่ได้รับการติดตามหนี้วันละหลาย ๆ ครั้ง  ไม่เป็นอันทำมาหารับทาน

5. สิทธิ์ที่จะได้รับการแสดงความบริสุทธิ์จากผู้ติดตามหนี้ ว่ามาจากที่ใด บริษัทหรือสถาบันใด

6. สทธิ์ที่จะได้รับจดหมายติดตามที่เป็นไปตามกฎหมาย  ไม่มีเจตนาการประจาน

7. สิทธิ์ที่จะสามารถร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายหากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากากรติดตามหนี้ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย  สคบ.,สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  สภาทนายความ ฯลฯ

อย่าลืมนะครับทุกท่านมีสิทธิ และเสรีภาพเต็มที่ในประเทศของท่าน  ดังที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  .. 2550  มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  สิทธิเสรีภาพ และความเสมอของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง

บทความโดย : ณัฐ People Tribune

ขอบคุณ น้องลูกปลา(ช่วยตรวจทานต้นฉบับ)

โดย ณัฐ

 

กลับไปที่ www.oknation.net