วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฅนแก่คืออนาคตของชาติ


ฅนแก่คืออนาคตของชาติ

 

          เผลอแผล็บเดียวชีวิตก็ผ่านวันเด็กมาแล้ว 48 ครั้ง (เขียนเมื่อ พศ. 2546)  ซึ่งทุกครั้งก็จะได้รับการกรอกหูด้วยวลีหนึ่งอยู่เสมอว่า “เด็กคืออนาคตของชาติ”  และคนหนุ่มสาวคือ “คนรุ่นใหม่”  ที่กำลังจะชี้นำความก้าวหน้าของสังคม ซึ่งบ่งชี้โดยอ้อมว่า “ฅนแก่คือฅนรุ่นเก่าที่เปรียบดังอดีตของชาติ” ที่รอวันตายและเป็นภาระต่อสังคม

เมื่อวัยยังเยาว์ก็ให้รู้สึกภูมิใจในความเป็น”อนาคตของชาติ” และความเป็น “คนรุ่นใหม่”  ที่ได้รับการยัดเยียดให้จากผู้นำรัฐบาลและสื่อมวลชนมาอย่างต่อเนื่อง แต่บัดนี้เวลาวันเดือนปีซึ่งนำมาซึ่งความแก่ได้บ่มสมองจนสุกดีพอสมควร จึงได้คิดว่ามันน่าจะเป็น”ตรงกันข้าม” กล่าวคือ...ควรจะตระหนักกันได้แล้วว่า  คนแก่นั้นแหละคือ”อนาคตของชาติ”  ตัวจริง โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้

 

1)     ฅนแก่(ที่อายุเกิน 40) คือฅนกุมอำนาจในการบริหารชาติบ้านเมืองทั้งหมด เช่น ไม่มีปลัดกระทรวงฅนไหนอายุต่ำกว่า 40 ปี  และไม่มีอธิการบดีมหาวิทยาลัยฅนไหน อายุต่ำกว่า 40 ปี  ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนอายุต่ำกว่า 40 เป็นต้น

2)     ฅนแก่เป็นฅนอนุมัติงบประมาณชาติให้ทำโน่นทำนี่ รวมทั้งงบประมาณจัดงานวันเด็ก และงบประมาณจัดทำป้ายประกาศคำขวัญว่า “เด็กคืออนาคตของชาติ” (เพื่อเอาใจผู้ใหญ่ที่เป็นพ่อแม่ของเด็ก เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ที่รักลูกของเขามากและที่สำคัญคือมีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ใครก็ได้ที่บอกว่ารักลูกของเขา)

3)     ฅนแก่เป็นฅนวางนโยบายและแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งแผนพัฒนาเด็ก(อนาคตของชาติ) และเยาวชน (คนรุ่นใหม่ของชาติ)

4)     ฅนแก่เป็นครูสอนเด็กให้ทำโน่นทำนี่

5)     ฅนแก่เป็นแบบอย่างของเด็ก

 

            ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า อนาคตของเด็ก(ที่เป็นปัจจุบันของชาติ)อยู่ในกำมือของฅนแก่อย่างเสร็จสรรพแล้ว ดังนั้น ฅนแก่จึงคือ “(ผู้กำหนด)อนาคตของชาติ” อย่างแท้จริง

            ดังนั้น เราจึงควรจัดให้มี ”วันฅนแก่” กันบ้าง เพื่อจะได้จัดนิทรรศการให้ฅนแก่เป็นฅนเก่งฅนดีกับเขาบ้าง เพราะถ้าหากฅนแก่เป็นคนโง่และเลวเสียแล้ว อนาคตของชาติไทยและมนุษยชาติโดยรวมคงไม่มีวันหลุดพ้นจากความมืดมน เพราะว่าเด็กในปัจจุบันแม้จะเก่งสักปานใดก็ตาม หากไม่ได้รับงบประมาณและการดูแลจากฅนแก่ผู้กุมชะตาบ้านเมืองในปัจจุบันเสียแล้ว ก็คงจะไม่สามารถพัฒนาศักยภาพของตนได้สักเท่าใด

            ดังนั้นหากอยากพัฒนาชาติให้ดี ก็จงอย่าทอดทิ้งคนแก่ ต้องเร่งทุ่มงบประมาณเพื่อพัฒนาคนแก่ให้เป็นคนใฝ่เรียน ใฝ่รู้ และฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ เพื่อทำให้ตนเป็นคนเก่ง คนดี มีวิสัยทัศน์ ทั้งทางโลกธรรมและคุณธรรม เพื่อพัฒนาตนให้เป็นอนาคตอันสดศรีแก่สังคมและประเทศชาติสืบไป ควรจะทุ่มงบประมาณพัฒนาคนแก่ให้มาก ไม่ต้องไปสนใจเด็กมากนักหรอกเพราะหากคนแก่ดีเสียแล้วเด็กจะดีตามมาเองโดยอัตโนมัติ หากคนแก่โง่และเลว พวกเด็กๆก็คงโง่และเลวไปด้วย ไม่ว่าจะทุ่มงบพัฒนาเด็กสักเท่าใดก็ตาม

            ต้องใช้งบเพื่อปรับพฤติกรรมคนแก่ที่เลวๆ ให้กลายเป็นคนแก่ที่ดีๆให้ได้  จริงอยู่...ไม้แก่ดัดยาก แต่หากดัดได้สักครั้งเดียวก็จะตรงไปตลอด เพราะไม้แก่นั้นเมื่อตรงแล้วจะดัดให้งออีกก็ยิ่งยากกว่าตอนดัดให้ตรงเสียอีก เพราะมันจะเกิดความแกร่งที่เกิดจากการดัด

            เลิกหมดหวังในคนแก่เสียที หันมาดัดไม้แก่กันให้มาก โดยเฉพาะไม้แก่ที่มีอำนาจมากๆ

 

I know  future, for I used to be the future of my nation.

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

ว่างๆ ก็ไปอ่านบล็อกอื่นผมบ้างนะครับ เพราะมีสามคือ

twitty...เรื่องทั่วไป

twitty2...ว่าด้วยการกู้ชาิติ

twitty3....ว่าด้วยการศึกษา

 

โดย ริบหรี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net