วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แนะนำหนังสือเก่าหายาก (9) ... หนังสือ"พระมูลกัจจายนสูตร์"


แนะนำหนังสือเก่าหายาก (9)

 

หนังสือ “พระมูลกัจจายนสูตร์”  

ตำราเรียนที่ พระอาจารย์ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ เคยศึกษา

 

 

หนังสือ “พระมูลกัจจายนสูตร”  เป็นตำราเรียนพระปริยัติศาสนา อันทรงคุณค่ายิ่งเล่มหนึ่ง

แต่เดิมไม่ได้จัดพิมพ์ ใช้คัมภีร์ใบลาน เพิ่งมาจัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2453 (ร.ศ. 129)  ฉบับนี้

เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2  พ.ศ. 2457   นับถึงปัจจุบันก็มีอายุเกือบ 100 ปี  เป็นตำราสำหรับเล่าเรียน

คัมภีร์มูล  ตั้งแต่ สนธิ์ นาม สมาส  ตัทธิต อาขยาต  กิตต อุณาทิ การก จบบริบูรณ์

 

ผมขอคัดประวัติบางช่วงที่เกี่ยวกับการศึกษาตอนต้นของ พระอาจารย์ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่  จากหนังสือ “พระอาจารย์ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ” 

16  มีนาคม 2525  มาให้ท่านทราบ ดังนี้

   

... การศึกษาของหลวงปู่ตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก  ตลอดจนได้รับบรรพชาเป็นสามเณรนั้น  ไม่ปรากฏ

หลักฐานว่าท่านได้รับการศึกษาอะไร  เพราะการศึกษาในสมัยนั้น ยังไม่แพร่หลายไปทั่วประเทศ

ดังเช่นเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

 

จากมาตุภูมิไปศึกษามูลกัจจายน์เมืองอุบล

 

จากการเล่าของหลวงปู่เอง ท่านเล่าว่า  ท่านจากบ้านไปจังหวัดอุบลเพื่อไปศึกษามูลกัจจายน์นั้น

ท่านไปพักอยู่วัดสร้างถ่อ อำเภอหัวตะพาน  ในสมัยนั้น จังหวัดอุบลเป็นจังหวัดที่มีการศึกษา

มูลกัจจายน์กันอย่างแพร่หลาย  มีสำนักเรียนที่มีชื่อเสียงอยู่หลายแห่ง มีครูอาจารย์สอนกันอย่าง

เป็นหลักฐาน  สำนักที่มีชื่อเสียงมากมีครูอาจารย์มากมีนักเรียนมาก ได้แก่ สำนักเรียนวัดเวฬุวัน

บ้านไผ่ใหญ่  บ้านเค็งใหญ่ บ้านหนองหลัก บ้านสร้างถ่อ  สำนักเรียนเหล่านี้เป็นที่รู้จักกันดีในสมัย

โบราณ จะว่าเป็นแหล่งผลิตบัณฑิตของอุบล  เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยในปัจจุบันนี้ ก็ไม่เกิน

ความจริงไปนัก   เพราะในแคว้นแดนอีสานทั้ง 15 จังหวัด  ในแดนอีสานสมัยโบราณ  ใครต้องการ

ศึกษาหาความรู้จะต้องมุ่งเดินทางไปศึกษาตามสำนักดังกล่าวมาแล้ว  แต่เป็นที่น่าเสียดาย สำนัก

เรียนดังกล่าวได้เลิกล้มกิจการไปหมดแล้ว  เพราะสู้แผนการศึกษาสมัยใหม่ไม่ได้

 

การเรียนมูลกัจจายน์นั้นเป็นการเรียนที่ค่อนข้างยาก  ผู้เรียนต้องเป็นผู้ที่มีสมองดีจริง ๆ

จึงจะเรียนได้จบหลักสูตร  แต่ถ้าเรียนได้จนจบหลักสูตรแล้ว  ผู้นั้นได้รับการนับถือจากคน

ทั่วไปว่าเป็นนักปราชญ์  เพราะเป็นผู้แตกฉานในทางด้านตำรับตำราสามารถแปลหนังสือ

ได้ทุกชนิดโดยไม่ติดขัด

 

วิธีการเรียนในสมัยนั้น

 

หลวงปู่เล่าว่า การเรียนในสมัยนั้น ไม่มีห้องเรียนเรียนเช่นสมัยปัจจุบัน  อาจารย์ที่สอนก็แยกกันอยู่

คนละที่  ส่วนมากไม่ได้อยู่ในที่แห่งเดียวกัน  ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเรียนนักเรียนต้องแบกหนังสือไป

เรียนกับอาจารย์ถึงที่อยู่ของอาจารย์ทีเดียว วันนี้เรียนวิขานี้แบกหนังสือไปเรียนกับอาจารย์นี้

วันพรุ่งนี้เรียนวิชานั้นแบกหนังสือไปเรียนกับอาจารย์นั้น  แบกไปแบกมาอยู่เช่นนี้จนกว่าจะเรียนจบ 

 

ที่ว่าแบกหนังสือนั้นแบกกันจริง ๆ เพราะในสมัยก่อนหนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มยังไม่มีเช่นปัจจุบันนี้

หนังสือที่ใช้ในการเรียนการสอนใช้คัมภีร์ใบลานเป็นพื้น นักเรียนต้องเคารพหนังสือเพราะถือว่าหนังสือเป็นพระธรรมจะดูถูกไม่ได้เป็นบาป  เวลาว่างจากการเรียนนักเรียนทั้งหลายต้องเข้าป่าหา

ใบลานมาไว้สำหรับทำคัมภีร์เพื่อฝึกหัดจารหนังสือ 

 

เรียนวิธีทำคัมภีร์ใบลาน

 

วิธีทำคัมภีร์ก็คือไปหาใบลานมา  เลือกเอาเฉพาะใบที่ไม่แก่นักไม่อ่อนนัก  เอาใบที่เรียกกันว่าได้

น้องหนึ่ง หมายความว่า เลือกเอาเฉพาะใบที่ได้ปีหนึ่งแล้ว  ถ้าเอาใบอ่อนมามักใช้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร

แต่ถ้าเอาใบแก่เกินกว่าน้องหนึ่งไปใบมักเปราะแตกง่าย  เมื่อหามาได้แล้วก็เอามากรีดลิดใบและ

ก้านใบออก  ตากน้ำค้างไว้สามคืนพอหมาดแล้ว ใช้ของหนักวางทับไว้เพื่อกันใบลานห่อ  เมื่อเห็นว่า

แห้งดีแล้ว ก็เอามาตัดตามขนาดที่ต้องการแล้วใช้ร้อยด้วยเชือกด้าย  ทำเป็นผูก ๆ มากน้อยแล้วแต่

จะทำ  เวลาไปเรียนกับอาจารย์ก็ใช้คัมภีร์นี้เอง คัด ลอก ตำรับตำราตลอดจนหัดจารหนังสือ

 

 

พระอาจารย์ที่สอนหนังสือ

 

พระอาจารย์เอี่ยม วัดเวฬุวัน บ้านไผ่ใหญ่  สอนวิชามูลกัจจายน์ ตั้งแต่ สมาส ตัทธิต  และสอน

แปลด้วย

พระอาจารย์ชม เป็นคนใจเย็น  เวลาสอนหนังสือก็ใจเย็น ลูกศิษย์ชอบมาก

พระอาจารย์ชาลี เวลาสอนหนังสือดุมาก แต่แปลได้พิสดารเพราะเคยลงไปศึกษาอยู่กรุงเทพฯ 10 ปี

จึงกลับขึ้นมาบ้านเดิม เพื่อเป็นครูสอนหนังสือ

พระอาจารย์อ้วน  สอนไวยากรณ์ด้วย สอนแปลด้วย  การเรียนแปลก็แปลคัมภีร์พระปาฏิโมกข์เป็นพื้น

แปลกันจนคล่องแคล่วขึ้นใจ  เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง  เพราะหลวงปู่ท่านเคยเล่าว่า ท่านเองไม่เคยท่อง

ปาฏิโมกข์  แต่ท่านยกสิกขาบทขึ้นมาแล้ว  แปลได้อย่างคล่องแคล่วไม่ติดขัด

 

 

 

ต่อมาภายหลัง  สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส  พระองค์ทรงเห็นว่า การเรียน

แบบมูลกัจจายน์นั้นยากเกินไป  ทำให้มีผู้เรียนได้จบหลักสูตรน้อย  และต้องเสียเวลาในการเรียน

นานเกินความจำเป็น  พระองค์จึงได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการเรียนเสียใหม่ ซึ่งก็ใช้เป็น

หลักสูตรของการศึกษาฝ่ายคณะสงฆ์มาจนถึงปัจจุบัน  นับแต่นั้นมา การเรียนมูลกัจจายน์จึงถูกลืม

ในวงการศึกษาของคณะสงฆ์มาจนทุกวันนี้

 

 

นับเป็นหนังสือเก่าอันทรงคุณค่ายิ่งที่หายากมากเล่มหนึ่งในปัจจุบัน  ควรค่าแก่การศึกษาค้นคว้า

เกี่ยวกับการศึกษาของสงฆ์   สำหรับ ผู้บริหารการศึกษา นักวิชาการ  นิสิต นักศึกษา  ตลอดจน

ผู้สนใจทั่วไป   

 

 

 

 

หนังสือพระมูลกัจจายนสูตร์  เป็นหนังสือปกอ่อน  หนา  83  หน้า

พิมพ์ครั้งที่ 2  พ.ศ. 2457   จำนวน  1,000 ฉบับ

จำหน่ายที่โรงพิมพ์พิศาลบรรณนิติ์  ถนนราชบพิธ  กรุงเทพฯ 

ราคาเล่มละ 1 บาท

 

 

 

บรรณานุกรม

วัดสัมพันธวงศ์  (2525)   พระอาจารย์ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่  16 มีนาคม 2525 , กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย

โดย สุรศักดิ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net