วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การเมือง ... สืบเนื่องจาก การมุ้ง


วันนี้ผมขอต่อยอดเรื่องราวเกี่ยวกับการมี “หลายบ้าน” ของผู้ใหญ่ต่อจากเรื่อง  “สุภาพบุรุษ  ผู้มีส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างสรรค์สถาบันครอบครัว”  ที่เคยเขียนลงบล็อกไว้เมื่อ ๑๓ ส.ค. ๕๐  เสียหน่อย  อันเนื่องมาจากมีประเด็นใหม่ ที่อาจไม่ร้อนแล้วในตอนนี้เกี่ยวกับแสดงบัญชีทรัพย์สินของ รอง นรม. (พล.อ.สนธิฯ ) ที่ระบุชื่อภริยามากกว่า ๑ คน

การเป็นบุคคลสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน นับตั้งแต่ผู้นำประเทศ  รมต.  นักการเมือง  ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  และผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม  ในอุดมคติแล้ว  ผมอยากเห็นเขาเหล่านี้  มีความซื่อสัตย์ต่อครอบครัว  ยึดมั่นในการมีผัวเดียว-เมียเดียว   

แต่อย่างไรก็ตาม  แม้ผมจะชื่นชมผู้ใหญ่ที่ครองตนในลักษณะข้างต้น  ผมเองก็เคารพในการตัดสินใจของคนที่มีวิถีชีวิตต่างจากผม  ซึ่งมิได้สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร  จะด้วยเหตุผลทางศาสนา หรือความจำเป็นทางสังคมอะไรก็ตามที

ผมไม่มีข้อมูลว่า  มีผู้นำประเทศใดบ้างในโลกที่เป็นนักรัก หรือมีหลายบ้าน  ซึ่งสถิติที่ไม่สร้างสรรค์แบบนี้ ผมคงไม่จำเป็นต้องสืบค้นเอามา  เพื่อเป็นตัวอย่างในทางที่ไม่ดีสำหรับใครหลาย ๆ คนในประเทศนี้

แต่เท่าที่พอทราบ  มาตรฐานทางด้านครอบครัวของผู้นำประเทศที่พัฒนาแล้วจะเข้มข้นมาก

บางคนยังอาจจำชื่อวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ที่ชื่อ Gary Heart ได้  เขาเคยเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ  แต่เมื่อมีการเปิดโปงว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมีความสัมพันธ์กับนางแบบที่มิใช่ภริยา  ในที่สุดเขาก็ต้องถอนตัวออกไป

แม้มาตรฐานด้านนี้จะลดความขลังไปพอสมควร  เมื่อประธานาธิบดีคลินตัน  เจอข้อหาพัวพันกับนักศึกษาฝึกงานที่ชื่อลูวินสกี้

หันกลับมามองเมืองไทยของเราล่าสุด 

กรณี พล.อ.สนธิฯ  เปิดเผยชื่อภริยา ๒ คน  ต้องถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของผู้บริหารประเทศของไทย

ผมไม่ได้ชื่นชมในขีดความสามารถของอดีตประธาน คมช. เกี่ยวกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย  แต่ผมอยากเสนออีกมุมมองหนึ่งให้กว้างออกไป

ในความเป็นจริงของสังคมไทย  ถามว่า บุคคลสาธารณะที่เป็นนักการเมือง และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  มีคนที่ยึดมั่นและซื่อสัตย์ต่อครอบครัวสักกี่คน 

เพราะกระแสข่าวที่มีออกมา   มีจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่มีบ้านเล็ก บ้านน้อย  หลาย ๆ คนชอบหาความสุขทางกามนอกบ้าน  พวกชอบดาราหรือนางแบบ  ก็มีมาก  อดีตผู้นำบางคนก็มีข่าวฉาวโฉ่ไม่แพ้กัน  แถมเงินที่เอามาบำรุง บำเรอ ความสุขทางกามของตน  ยังเป็นที่เคลือบแคลงใจว่าเอามาจากไหนกัน

บางคนเบื้องหน้าทำตัวเป็นคนครอบครัว  รักลูก รักเมีย  พาครอบครัวไปดูคอนเสิร์ต  หรือทำกิจกรรมในยามว่างจากการปฏิบัติงาน  หรือหอมแก้มแสดงความรักภริยาแสดงให้สื่อมวลชนดู  แต่ไปดูเบื้องหลังซิ  ปิดบังความโสมม หมกมุ่นในกาม  หรือผิดลูกผิดเมียกับใครบ้าง  เอาเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับลูกมาเป็นเมียก็มีถมไป

คนเหล่านี้สมควรได้รับการตำหนิหรือวิพากษ์วิจารณ์เช่นเดียวกัน 

เมื่อเทียบกันแล้ว  มีเมียมากกว่า ๑ คน ไม่ต่างกัน  คนหนึ่งเปิดเผยตามความเป็นจริง  ถูกวิพากษ์จากสังคมดังที่เห็นอยู่   ในขณะที่คนอีกจำนวนไม่น้อยมีพฤติกรรมลักษณะที่ไม่ต่างกัน  ทำตัวเป็นอีแอบอยู่ลับหลัง  ซุกซ่อนความมักมากในกามไว้ 

ใครสมควรจะถูกตำหนิมากกว่ากันเท่านั้นเอง

ผมอยากเห็นสื่อช่วยกันขุดคุ้ย  เปิดโปงให้หมด   เพราะเรื่องทำนองนี้ไม่สมควรจะเกิดขึ้น  ในสังคมที่ยึดมั่นในเรื่องศีลธรรม คุณธรรม  ตลอดจนจรรยาบรรณอันดีงามของสถาบันครอบครัว     

ผมไม่อยากเห็นสังคมสองมาตรฐาน  ใครซุกซ่อนความเลว ความชั่วช้า ไว้ได้เนียนกว่ากัน  กลายเป็นคนที่สามารถเชิดหน้าชูตา  หลอกให้ผู้คนในสังคมยกย่อง สรรเสริญ ได้อย่างไม่สะทกสะท้านและไม่อายฟ้าดิน  

แค่คิดแค่เขียนผมยังรู้สึกอายแทนเลยครับ

โดย patijjachon

 

กลับไปที่ www.oknation.net