วันที่ เสาร์ มีนาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสน่ห์เชียงของ -- หลวงพระบาง -- วังเวียง -- เวียงจันทน์ * ตอนที่ 1*


ฉันจะลองบันทึกเรื่องท่องเที่ยวดูสักเรื่อง อันที่จริงเรื่องนี้ฉันเคยเขียนไว้ในเวปอื่นแล้ว แต่พอมี Blog ก็อยากจะเก็บไว้ในที่นี่ด้วย อีกอย่างข้อมูลที่เขียนก็ยังใหมอยู่ อาจเป็นประโยชน์กับใครคนอื่นที่จะไปเที่ยวก็ได้

เที่ยวไปตามใจฝันเสน่ห์ เชียงของ-หลวงพระบาง-วังเวียง-วียงจันทน์ ตอน 1


" ประเทศลาว แผ่นดินแห่งกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช "

เส้นทางที่ฉันเลือกในการท่องเที่ยวครั้งนี้คือ

ล่องเรือช้าจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย ถึงหลวงพระบาง แล้วนั่งรถโดยสารกลับทางเวียงจันทร์ และเข้าประเทศไทยทางจังหวัดหนองคาย

เริ่มต้นเดินทางจากกรุงเทพฯ นั่งรถทัวร์ไปลงที่อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้เลย มีรถวิ่งสายนี้อยู่สามถึงสี่บริษัท (ค่ารถปอ.1 ราคา 634 บาท)

ลงจากรถทัวร์ก็นั่งรถสกายแลปไปที่ด่านตม.(ค่ารถ 40 บาท)

ออ เกือบลืมไป ไปหลวงพระบางต้องทำพาสปอร์ตไปนะ ใช้ในผ่านแดนชั่วคราวไม่ได้


" ท่าเรือช้าฝั่งลาว "

ทำเรื่องข้ามแดนที่ด่านฝั่งไทยเสียคนละ 5 บาท จากนั้นก็ข้ามเรือไปฝั่งลาว (ค่าเรือคนละ 20 บาท) ขึ้นจากเรือก็ทำเรื่องที่ด่านฝั่งลาว ไม่เสียค่าใช้จ่าย

เราสามารถแลกเงินกีบได้ที่ด่านฝั่งลาว เงินที่ใช้ในลาวควรแลกเป็นเงินกีบดีสุด(1บาท เท่ากับ 270 กีบ) เพราะถ้าเอาเงินไทยจ่ายแม่ค้าจะคิดให้เราแค่ 250 กีบ ต่อ 1 บาทเท่านั้น
 

การไปหลวงพระบางด้วยทางเรือไปได้ 2 แบบ คือ เรือเร็ว และเรือช้า

ถ้าไปเรือเร็วก็จะนั่งเรือตั้งแต่เช้าถึงหลวงพระบางเย็นๆ เรือเร็วที่นี่คล้ายเรือหางยาวแบบหัวเชิดบ้านเรา เขามีหมวกกันน็อกให้เราสวม เพราะเรือจะขับเร็วมากลมจะมีปะทะเยอะ แถมนั่งตากแดดอีกต่างหาก

อีกแบบคือเรือช้า (ราคา 705 บาท) เรือช้าจะใช้เวลาไป 2 วัน โดยแวะค้างคืนที่เมืองปากแบง

ฉันเลือกไปเรือช้าโดยให้เหตุผลว่า อยากนั่งชมวิวน้ำโขงไปเรื่อยๆ และอยากไปเตร็ดเตร่ที่ปากแบงสักคืน

ท่าเรือช้าห่างจากด่านตม.ฝั่งลาวขึ้นไป ราว 700 เมตร (ค่ารถคนละ 20 บาท)



" เรือช้า คล้ายกับเรือด่วนเจ้าพระยาบ้านเรา "

เรือช้าออกจากท่าก่อนเที่ยงเล็กน้อยเหลดไปชั่วโมงครึ่ง เป็นธรรมดาของที่นี่

ผู้โดยสารส่วนมาก(เท่าที่ถามคนขายตั๋วหรือปี้)เป็นฝรั่ง วันที่ฉันไปมีคนไทยแค่สองคนเท่านั้น

ส่วนมากคนไทยนิยมไปทางรถหรือเครื่องบิน ฉันคิดว่าสักวันหนึ่งเมื่อฉันแก่ๆ คงต้องอาศัยเครื่องบินไปเที่ยวกะเขาเหมือนกัน


" รูปวิวก่อนถึงหลวงพระบางจะเป็นลักษณะอย่างนี้ "


" ริมฝั่งโขงจะมีหาดทรายให้เห็นเป็นระยะๆ "

เรือช้าวิ่งเรื่อยๆ ไปตามลำน้ำโขงเรื่อยเฉื่อย ตลอดเวลาจะมีแก่งหินให้หลบหลีกเป็นระยะๆ สองฝั่งแม่น้ำโขงจะเป็นภูเขาเสียส่วนใหญ่

ผู้โดยสารส่วนมากก็นั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง คุย และกินเบียร์ลาว ซึ่งมีขายในเรือ(ขายในเรื่อขวดละ 80 บาทแน่ะ)

กิจกรรมในเรือจึงเป็นการพักผ่อนโดยแท้ คนอารมณ์ร้อนคงไม่ Happy นัก

" บรรยากาศในเรือช้า "

เรือมาถึงปากแบงพลบค่ำพอดี คืนนี้ต้องนอนค้างที่นี่

ปากแบงเป็นเมืองเล็กๆริมฝั่งโขง เหมือนมีไว้สำหรับพักกลางทางจริงๆ

...เดินขึ้นฝั่งหาที่พักได้ไม่ยากนัก ราคาแค่หลักร้อยต้นๆ เท่านั้น

อาหารการกินก็มีร้านรวงเพียบ ราคาอาหารจานเดียวประมาณ 10,000 กีบ เบียร์ลาวตามร้านก็ 10,000 กีบ น้ำเปล่าขวดใหญ่ 5,000 กีบ กาแฟ 3,000 กีบ เป็นต้น


" เมืองปากแบง "


" เมืองปากแบง มองจากน้ำโขง "

พักปากแบง 1 คืน ตอนเช้าก็นั่งเรือลำเดิมไปหลวงพระบางตามกำหนดเรือออก 9 โมง แต่ออกจริงเกือบสิบเอ็ดโมง

กิจกรรมในเรือวันนี้ก็ไม่ต่างจากเมื่อวาน แต่แก่งหินตามลำน้ำโขงจะสวยกว่า และมีหาดทรายสวยๆหลายแห่ง


" ท่าเรือปากแบงในตอนเช้า หมอกเต็มเลย... "

ก่อนจะถึงหลวงพระบางเรือจะผ่านถ้ำติ่ง ซึ่งอยู่ริมน้ำโขง



" ถ้ำติ่ง "

พ้นถ้ำติ่งมาแป๊บเดียวก็ถึงเมืองหลาวงพระบาง

เย้ .... จะถึงหลวงพระบางแล้ว หลับจากนั่งเรือมา น้าน นาน น น น น...

ก่อน 6 โมงเย็น เล็กน้อยเรือก็ถึงหลวงพระบาง เอ้อ...



" ร้านค้า ที่พักในหลวงพระบางจะมีลักษณะแบบนี้ "

ที่พักที่หลวงพระบางมีเยอะมากๆ เช่น ตามถนนเลียบแม่น้ำโขง ตามถนนเลียบน้ำคาน ถนนพูสี ฯลฯ เรียกว่าเดินไปตรงไหนก็มีแต่ที่พักก็ได้

ฉันได้ที่พักนอกเมืองมาหน่อยเหตุเพราะช่วงที่ไปจะเป็นช่วงเทศกาล ที่พักละแวกในเมืองราคาจะแพงขึ้นมาจากช่วงปกติ และเต็ม ดังนั้นจึงตัดปัญหาไปหานอกเมืองดีกว่า

กะว่าจะให้ห้องพักเป็นแค่ที่นอนตอนกลางคืนเท่านั้น ส่วนกลางวันนั้นหรือ มีไว้สำหรับเที่ยว
ไว้มาคราวหลังช่วงไหนคนน้อยๆ ค่อยกลับมาหาที่พักในเมืองสวยนอนพักตีพุงดีกว่า (ที่พักราคาตั้งแต่ หลักร้อยต้นๆ ไปจนเป็นพันมีหมด

หลวงพระบางเป็นเมืองเล็กๆ ถ้าเราตื่นมาสัก 7 โมงเช้าออกจากที่พัก ไปตักบาตรข้าวเหนียว หากาแฟทาน แล้วหาเช่าจักรยาน (วันละ 40 บาท) ปั่นไปโน่นมานี่ ใช้เวลาเที่ยวในเมืองหนึ่งวันก็จบ

ออ ที่นี่ไม่มีมอเตอร์ไซด์ กับรถยนต์ให้เช่านะ เพราะทางการไม่อยากให้เกิดมลภาวะ

ซึ่งฉันเห็นว่าเป็นแนวคิดที่ทันสมัยมากๆ  ฉันอยากให้ประเทศไทยของเราเอาอย่างเขาบ้าง ไม่ใช่ว่าพอพูดคำว่าพัฒนาแล้วมาจบเอาแค่คำว่าสร้างตึก


" นี่ร้านกาแฟริมลำน้ำคาน เห็นไหมไม่มีตึกสูงๆ ให้รกตาเลย "

ที่เที่ยวในเมืองหลวงพระบาง ก็จะเป็นวัดวาอารามต่างๆ ชมตึกเก่า พิพิธภัณฑ์ วังเก่า เป็นต้น (ค่าเข้าจะอยู่ที่คนละ 5,000-10,000 กีบ)

สถานที่เที่ยวแต่ละแห่งอยู่ไม่ไกลกันเลย ใครที่ชอบเดินก็คงพอได้เหงื่อกันบ้าง


" โรงเรียนประถมในหลวงพระบาง เด็กผู้หญิงยังนุ่งผ้าซิ่นไปเรียน น่ารักมาก "


" บ้านเก่าแถวถนนพูสี "


" วัดใหม่ "


" ลักษณะวัดในหลวงพระบางจะเป็นอย่างนี้ "

  " บรรยากาศเมืองหลวงพระบางตอนเช้า "


" ภาพมุมสูงเมืองหลวงพระบางจากยอดพระธาตุพูสี ซ้ายมือของภาพคือ ลำน้ำคาน "


" ภาพมุมสูงเมืองหลวงพระบางจากยอดพระธาตุพูสี
ขวามือของภาพคือ แม่น้ำโขง "


" ลำน้ำคานตอนเย็นสวย ริมฝั่งลำน้ำชาวบ้านจะปลูกนิยมผักกัน "

ตอนเช้าถ้าใครไม่นอนขี้เซาก็จะมาตักบาตรข้าวเหนียวกัน พระจะออกบิณฑบาตรราว หกโมงกว่าๆ

ฝรั่งมักยืนใส่บาตร คนไทย คนลาว นั่งคุกเข่า ใส่บาตร...

เขาไม่รู้ก็ไม่เป็นไร เป็นหน้าที่ชาวพุทธอย่างเราต้องบอกเขาถึงวิธีปฎิบัติที่ถูกต้อง


 " ตักบาตรข้าวเหนียว "

ส่วนตลาดมืดจะเริ่มขายกันตอนเย็นไปถึงสัก 4 ทุ่ม กว่าๆ ของส่วนมากจะเหมือนกันแทบทุกร้าน เช่นผ้าทอ เสื้อ ของแต่งบ้าน

นี่ถ้าเขาได้มีสินค้าที่หลากหลายกว่านี้คงจะดีไม่น้อยเชียว นักท่องเที่ยวส่วนมากก็เป็นฝรั่งกับคนไทยเรานี่เอง หลายคนคงตั้งใจมาช๊อปจริงๆ เห็นแบกของกันหลังแอ่นไปเลย


" รูปตลาดมืดก่อนค่ำ "

" รูปบุฟเฟ่อาหาร 25 บาท ตักไม่อั้น ที่ตลาดมืด ฝรั่งนิยมกินกันมาก (รวมทั้งฉันด้วย) "

ที่เที่ยวนอกเมืองหลวงพระบางก็มีนะ เช่น น้ำตกกวางซี บ้านซ่างไห ต้องเช่ารถไป (ราคาเหมาราว 1,000-1,500 บาท)หรือไปถ้ำติ่งก็ได้  แต่ควรจัดทริปนอกเมืองไว้อีกวัน

ส่วนฉันตอนล่องเรือก็ผ่านถ้ำติ่งมาแล้ว ก็เลยไม่อยากไปนอกเมืองอีกก็เลยอยากไปที่วังเวียงต่อดีกว่า.....


ฉันขอจบตอนที่หนึ่งไว้แค่ที่หลวงพระบางก่อนนะ จากนี้ไปวังเวียง กับเวียงจันทร์จะมาเขียนต่อในตอนที่สองให้จบ เพราะเกรงว่ามันจะยาวไปอ่านแล้วปวดหัวกันเปล่าๆ

 

.................................................

โดย downrai

 

กลับไปที่ www.oknation.net