วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประเทศไทยต้องการผู้นำ ที่สามารถมองไปข้างหน้า


ดูนโยบายที่พรรคการเมืองทั้งหลายใช้ในการหาเสียงแล้วชัดเจนว่าเป็นนโยบายเฉพาะหน้าเพื่อเอาชนะการเลือกตั้งเป็นหลัก

 

        เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจที่ทุกพรรคต่างก็เน้นแนวทางประชานิยม  เพราะเชื่อว่านั้นเป็นทางเดียวที่จะเอาชนะใจชาวบ้านได้ดีที่สุด

 

       ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย   ไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าแก่หรือพรรคที่เพิ่งจะเกิดใหม่ต่างก็มุ่งที่จะทำอะไรก็ได้ที่จะได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งให้มากที่สุด

       การเลือกตั้งที่ผ่านๆมาจึงไม่มีอะไรมากกว่าแค่เป็นทางผ่านให้นักการเมืองไปสู่อำนาจ และการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ก็คงจะไม่มีอะไรแตกต่าง

 

       เรายังไม่เห็นพรรคการเมืองไหนพูดถึงอนาคตของบ้านเมืองอย่างจริงจัง

 

       ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่มีนโยบายพัฒนาประเทศและยกระดับสังคมไทยในระยาว

 

       เกือบทุกพรรคมองไม่พ้นเรื่องของรถไฟฟ้า  กองทุนหมู่บ้าน และนโยบายเอาอกเอาใจคนยากคนจน

 

       ซึ่งก็ไม่มีอะไรผิด  เพราะความยากจนและความยากแค้นของคนส่วนใหญ่ของประเทศยังเป็นปัญหาพื้นฐานที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง

  

       แต่เทศไทยจะเดินหน้าต่อไปอย่างมีความหมายและมีศักดิ์ศรีในประชาคมโลกได้ก็ต่อเมื่อเรามีผู้นำประเทศที่มีความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ที่ดีพอที่จะมองไปข้างหน้ามากกว่าการแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

 

       อย่าลืมว่าในขณะที่บ้านเมืองเรายังเต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมือง ยังทะเลาะกันเรื่องแบ่งขั้วไม่แบ่งขั้ว  และยังพะวักพะวนอยู่กับอดีตผู้นำที่ต้องหนีไปลี้ภัยอยู่เมืองนอกเป็นการชั่วคราวแต่ก็ยังสร้างความสับสนวุ่นวายทางการเมืองอย่างไม่จบไม่สิ้น

         ประเทศอื่นๆ เขาไม่หยุดรอเรา   และแม้แต่เพื่อนบ้านของเราในภูมิภาคนี้ที่ครั้งหนึ่งอาจจะวิ่งตามหลังเรา มาวันนี้เขาตามมาติดๆ แบบหายใจรดต้นคอ  หรือบางประเทศแทบจะแซงหน้าเราไปด้วยซ้ำ

 

        ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมากมายในโลกรอบบ้านเรา   เราเห็นเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียก้าวกระโดดจากประเทศที่แทบไม่มีอะไรเลยเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจที่นำหน้าไทยไปแล้ว     ส่วนสิงคโปร์นั่นไม่ต้องพูดถึง  เขาทิ้งเราไปแบบไม่เห็นฝุ่นมานานแล้ว

 

        ไกลออกไปอีกหน่อย  จีนกับอินเดียเขาก็เดินหน้าเต็มที่ยกระดับเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนแบบหน้ามือเป็นหลังทีเดียว

 

        แม้แต่เวียดนามที่เมื่อไม่กี่ปีมานี้เองยังบอบช้ำจากสงคราม ตอนนี้กำลังกลายเป็นดาวรุ่งเศรษฐกิจดวงใหม่ จนหลายคนชักหวั่นๆ ว่าไม่ช้าก็เร็วคงจะเบียดประเทศไทยขึ้นมาได้

 

เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในบ้านเราครั้งนี้ควรจะมีความหมายมากเป็นพิเศษ เพราะมันเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยาศของการแข่งขันในระดับภูมิภาคที่จะตัดสินว่าอนาคตของประเทศไทยจะอยู่ที่ไหน

 

        การเลือกตั้งจึงต้องเป็นมากกว่าแค่เวทีให้นักการเมืองแสดงโวหารหรือความสามารถในการแบ่งเค๊กทางการเมืองเท่านั้น   หรือเป็นกระบวนการฟอกภาพหรือล้างแค้นทางการเมือง  

 

        แต่จะต้องเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ผู้นำการเมืองที่มีความรู้และความกล้าที่จะนำพาบ้านเมืองผ่านมรสุมทุกด้านไปสู่ความเป็นประเทศที่สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันในเวทีโลกได้

 

        เพราะฉะนั้นเราอยากเห็นผู้นำที่ไม่มองทุกอย่างเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องผลประโยชน์

 

        เราอยากเห็นเมืองไทยมีผู้นำที่สนใจเรื่องการพัฒนาศักยภาพและยกระดับความรู้ความสามารถของคนไทย

 

        เราอยากมีผู้นำที่มองไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้เด็กไทยมีความสามารถและความเฉลี่ยวฉลาดพอที่จะแข่งขันกับเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ได้

 

        เราอยากเห็นผู้นำที่พร้อมจะทุ่มเทเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศก่อนที่จะสายเกินไป

 

        เราไม่ต้องการอีกแล้วผู้นำประเภทที่ไม่เคยรับรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในโลก  เพราะมัวแต่ยุ่งกับการต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง หรือห่วงแต่การแก้ไขปัญหาแบบวันต่อวัน

 

        ประเทศไทยจำเป็นต้องมีผู้นำที่สามารถมองไปอีก 10-20 ปีข้างหน้า และนึกภาพออกว่าประเทศไทยควรจะอยู่ที่ไหนในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน

 

        คนไทยมีสิทธิถามครับว่า บรรดานักการเมืองที่เสนอตัวเข้ามาเป็นตัวแทนชาวบ้านในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีใครบ้างที่พร้อมจะเป็น “ผู้นำ” จริงๆ  ไม่ใช่แค่เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่เอาตัวรอดไปวันๆ    

โดย เทพชัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net