วันที่ อังคาร ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล



สิ่งหนึ่งที่คนในทุกแวดวงสาขาวิชาชีพมักจะตั้งเป้าในการทำงานเอาไว้ก็คือการสร้างงานให้ได้ในระดับมาตรฐานสากลหรือดีกว่านั้น ทั้งนี้ย่อมเป็นความภาคภูมิใจของผู้ที่ผลิตงานออกมาและได้รับการยอมรับถึงคุณภาพของงานที่ไปถึงจุดนั้นได้ วงการเพลงไทยก็เช่นเดียวกัน หลังจาก "เต๋อ" นำร่องด้วยการสร้างแกรมมี่ขึ้นมาในปี 2526 ค่ายนี้ได้ยกระดับคุณภาพเพลงป๊อปของไทยให้ก้าวหน้าไปอีกหนึ่งขั้น อัลบั้ม "เต๋อ 1" "นันทิดา 27" และ "ฉันเป็นฉันเอง" (แหวน) เป็นเพลงป๊อปที่มีการเรียบเรียงดนตรีได้ออกมาอย่างน่าฟัง มีสไตล์ดนตรีแบบ โซล ฟั๊งค์ เข้ามาผสมผสาน งานของแกรมมี่ในช่วงนี้มีความเป็นออริจินัลค่อนข้างสูง แต่จุดหนึ่งที่ยังสอบไม่ผ่านเมื่อเทียบกับความเป็นสากลก็คือคุณภาพเสียงที่บันทึกออกมายังขาดมิติและมีไดนามิคน้อยกว่าเพลงฝรั่ง

ไนท์สปอต เป็นผู้เล่นที่กระโดดเข้ามาในอุตสาหกรรมเพลงไทยที่กำลังก้าวทะยานไปข้างหน้า ไนท์สปอตเป็นกลุ่มผู้ผลิตรายการวิทยุเพลงสากล จัดจำหน่ายเพลงสากล รวมถึงธุรกิจมีเดียต่าง ๆ วิสัยทัศน์ของไนท์สปอตรวมถึงความพร้อมด้านงบประมาณทำให้ค่ายนี้กลายเป็นความหวังของกลุ่มผู้เสพงานเพลงคุณภาพขึ้นมาทันที ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล เป็นศิลปินคนแรกของค่ายที่เปิดตัวอัลบั้ม "ไปทะเล" ในปี พ.ศ. 2527 ในแง่การตอบรับเชิงทัศนคตินั้นเรียกได้ว่าเป็นบวกหมด ไล่ตั้งแต่ ปกเทป มิวสิควิดีโอ และแน่นอนที่สุดคุณภาพตัวเพลงของงานชุดนี้ ผมไม่มีข้อมูลว่าในด้านยอดการจำหน่ายเป็นไปตามเป้าของไนท์สปอตหรือไม่แต่โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ถึงเป้า เพราะโปรดัคชั่นของงานชุดนี้ใช้เงินลงทุนสูงกว่างานของศิลปินนักร้องที่ออกมาในช่วงเวลาเดียวกันและก่อนหน้านั้นแน่นอน ส่วนซาวนด์ของเพลงเมื่อเปรียบเทียบกับเพลงไทยในยุคเดียวกันจัดว่าทันสมัยกว่ามาก การตอบรับในเชิงมาสหรือการเข้าถึงคนฟังกลุ่มใหญ่อาจจะน้อยไปนิด

ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล เกิดวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2494 อายุสิบเอ็ดได้เรียนดนตรีกับอาจารย์สุทิน เทศารักษ์ ที่โรงเรียนเทเวศร์การดนตรี เป็นเวลา 3 เดือน จากนั้นจึงไปเรียนต่อที่โรงเรียนดนตรีสยามกลการซึ่งในขณะนั้นมีห้องสอนกีตาร์เพียงห้องเดียว เมื่อเล่นกีตาร์ได้จึงตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ๆ ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 ขณะเรียนที่เซ็นต์จอหน์ได้ตั้งวงดนตรีชื่อ
"Soul & Blues" เข้าประกวดวงดนตรีสตริงคอมโบชิงถ้วยพระราชทานแห่งประเทศไทย ประเภทนักเรียน ซึ่งจัดเป็นปีแรก "Soul & Blues" ชนะเลิศในประเภทนี้ ส่วนในประเภทอาชีพขอทวนความจำกันอีกครั้งคือ "ดิ อิมพอสสิเบิ้ล" จากการที่เป็นวงชนะเลิศประเภทนักเรียนทำให้เจ้าของบาร์ที่พัทยาชักชวนปานศักดิ์และวงดนตรีของเขาไปเล่นประจำในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ซึ่งในขณะนั้นลูกค้าหลักที่บาร์ก็คือทหารอเมริกันที่มาประจำการที่แคมป์จี.ไอ. ปานศักดิ์สนใจอเมริกาเพิ่มขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจจากเพลงที่ทหารอเมริกันขอมาทำให้เขารู้จักศิลปินใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นและต้องไปเสาะแสวงหาแผ่นเสียงมาแกะเพลงใหม่เรื่อย ๆ ปานศักดิ์มองว่าอเมริกาเป็นดินแดนที่มีอะไรให้น่าค้นหาอีกมากโดยเฉพาะด้านดนตรี

ปานศักดิ์ตัดสินใจเดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา โดยช่วงแรกอยู่ที่บอสตันและนิวยอร์คแต่สู้ค่าครองชีพไม่ไหวจึงลงใต้มาอยู่อลาบามา และจบการศึกสาขาโฆษณา ด้าน Fine Arts จาก University of Montevallo โดยศึกษาวิชาดนตรีเป็นวิชาโท ระหว่างเรียนก็เล่นดนตรีไปด้วย (เดี่ยวกีตาร์) โดยใช้เงินจากการทำงานเล่นดนตรีส่งเสียตัวเองจนจบ เพลงที่ปานศักดิ์เล่นจะเป็นแนวของ Cat Stevens, James Taylor และ Paul Simon เป็นส่วนใหญ่ ส่วนไอดอลของเขาคือ Stevie Wonder, John Lennon และ David Bowie หลังจบการศึกษาเข้าทำงานกับองค์การนาซาเป็นเวลาสามปีครึ่ง โดยปานศักดิ์ดูแลงานด้านกราฟฟิคดีไซน์ ของโครงการอวกาศโดยรับโจทย์จากงานด้านวิจัยของวิศวกรมาเขียนเป็นภาพ future concept เช่น กระสวยอวกาศ ดาวเทียม สถานีอวกาศเป็นต้น

เดินทางกลับเมืองไทยในปี พ.ศ. 2521 เข้าทำงานกับไนท์สปอตเป็นระยะเวลาสั้น ๆ โดยดูแลงานด้านกฎหมายดนตรีและกฎหมายลิขสิทธิ์ ระหว่างนั้นเข้าแข่งขันรายการกีตาร์เฟสติวัล จัดโดยสยามกลการ ปานศักดิ์ได้รับรางวัลชนะเลิศจากเพลง "Colours" (Donovan) และเพลง "And I Love Her" (The Beatles) อย่างไรก็ดีเขาค่อนข้างผิดหวังกับระบบการทำงานแบบไทย ๆ รวมถึงความนิ่งของวงการเพลงไทยในขณะนั้น รวมถึงการเล่นดนตรีอาชีพประจำเจ้าของบาร์มักจะต้องการให้นักดนตรีต้องเล่นให้เหมือนแผ่นแต่ปานศักดิ์ผ่านจุดนี้ไปนานแล้วเขามักจะเล่นเพลงโดยปรับเปลี่ยนสไตล์มาเป็นแบบของเขามากกว่า ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจกลับไปเล่นดนตรีที่ต่างประเทศ เที่ยวนี้เขาไปเล่นดนตรีในยุโรป 6 เดือน ไล่ตั้งแต่ อัมสเตอร์ดัม โคเปนเฮเกน เวสต์เบอร์ลิน ลอนดอน สุดท้ายกลับไปอยู่อเมริกาอีกครั้งคราวนี้อยู่ถึง 4 ปีครึ่ง โดยทำงานโฆษณาเป็นฟรีแลนซ์และเล่นดนตรีไปด้วยคราวนี้ปักหลักอยู่ที่ เกาะ Sanibel ฟลอริด้า

 
ล่องเรือที่ฟลอริด้า                                              ในสตูดิโอกับ Hershey Reeves


ปานศักดิ์กลับมาเมืองไทยอีกครั้งในปี พ.ศ.2526 ตั้งบริษัทโฆษณาชื่อ Media เที่ยวนี้เขาอยู่เมืองไทยนานหน่อยเป็นเวลา 9 เดือน ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการเพลงไทยไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะงานจาก เต๋อ บัตเตอร์ฟลาย และคาราบาว ได้รับการยอมรับจากตลาดเพลง จึงคิดที่จะผลิตงานเพลงของตัวเอง ปานศักดิ์ติดต่อ Hershey Reeves เพื่อนที่เคยเรียนดนตรีด้วยกันมาและมีผลงานแต่งเพลงให้ "Oak Ridge Boys" มาแล้ว ให้ช่วยดูแลการผลิต และบินกลับไปอเมริกาเพื่อทำเดโม "ไปทะเลกันดีกว่า" "แผ่นดินไทย" และ "ฉันรักเธอทุกเวลา" จากนั้นนำเดโมทั้งสามเพลงกลับมาเสนอไนท์สปอต ไชยยงค์ นันทสุต (ผู้จัดการไนท์สปอต) พอใจตัวงานมากจึงเป็นที่มาของการกลับไปบันทึกเสียงที่ Wisbone Studio อลาบาม่า ซึ่งเป็นสตูดิโอชั้นแนวหน้า มีศิลปินอย่าง Dr.Hook, Carpenters, Ronnie Milsap และ Captain & Tennille ใช้บันทึกเสียงงานของตัวเองมาแล้ว "ไปทะเล" บันทึกเสียงเสร็จในช่วงปลายปี 2526 ใช้เวลาในการบันทึกเสียงสองสัปดาห์ โดยใช้นักดนตรีประจำห้องอัด Hershey เป็นโปรดิวเซอร์ส่วนปานศักดิ์เป็น Executive Producer มาสเตอร์เทปถึงมือไนท์สปอตในเดือน ม.ค.2527


มิวสิควิดีโอ: ไปทะเลกันดีกว่า

"ไปทะเล" เป็นงานที่สะสมชั่วโมงบินการเล่นดนตรีของปานศักดิ์มาร่วมสิบกว่าปีของเขา วัตถุดิบและไอเดียมีพร้อมอยู่แล้วเมื่อได้มาจับคู่กับการสร้างงานผลิตที่ถึงพร้อมด้านฮาร์ดแวร์ (ห้องบันทึกเสียงและเครื่องไม้เครื่องมือระดับคุณภาพ) และ ซอฟท์แวร์ (บุคลากรทีเกี่ยวข้องทุกด้าน) ทำให้ "ไปทะเล" เป็นงานที่มีความหลากหลายแต่มีเอกภาพ "ไปทะเล" ภาคริธึมเป็นดนตรีเร็กเก้ปนเข้ามาอ่อน ๆ "ฉันรักเธอทุกเวลา" เป็นสแตนดาร์ดป๊อปที่ดีมาก เสียงเปียโนตอนอินโทรมิกซ์ดาวน์ออกมาได้มีอย่างมีเสน่ห์ "รักเป็นฉันใด" เป็นร็อคที่มิกซ์เสียงริฟฟ์กีตาร์ออกมาได้คมจริง ๆ สัดส่วนดนตรีลงตัวไปหมด "ชายทะเล (ภูเก็ต)" ปานศักดิ์แต่งไว้ตั้งแต่ทำงานอยู่ฟลอริด้า เสียงดนตรีทุกชิ้นฟังออกมาเป็นธรรมชาติจัดได้ว่าเป็นดนตรีบรรเลงแบบ
incident ชั้นดี ส่วนเพลงที่ผมชอบที่สุดคือ "อย่ามัวฝัน" ต้องยอมรับความจริงว่าถ้างานชุดนี้ผลิตขึ้นในเมืองไทยสุ้มเสียงที่ออกมาคงต่างไปจากนี้ เป็นงานที่เป็นกรณีศึกษาที่ดีสำหรับงานด้านบันทึกเสียง การเรียบเรียงดนตรี

ปานศักดิ์ออกงาน "ไปเป็นชาวเกาะ" กับค่ายครีเอเทียอาร์ทิสท์ในปี พ.ศ.2529 ไม่ทราบเหตุผลของการเปลี่ยนสังกัด งานชุดนี้อ่อนกว่า "ไปทะเล" ทุกด้าน ทางครีเอเทียโปรโมทงานชุดนี้โดยถ่ายทำมิวสิควิดีโอด้วยฟิลม์ภาพยนตร์และนำไปฉายในโรงภาพยนตร์ในช่วงก่อนหนังจะฉาย จำได้ว่าได้ดู "รักเดียวใจเดียว" ในโรงหนังหลายรอบเหมือนกัน



ไปทะเล (2527)                         ไปเป็นชาวเกาะ (2529)

โดย kilroy

 

กลับไปที่ www.oknation.net