วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งานวัดตายแล้ว?


จำได้ว่าตอนเป็นเด็ก ความบันเทิงอย่างหนึ่งที่จะมาพร้อมกับฤดูหนาวก็คือ 'งานวัด' ที่ไม่ได้อยู่ในวัดแต่ใช้พื้นที่ว่างๆ กลางหมู่บ้านย่านบางแค ก็ตามประสางานวัดแบบบ้านๆ ละครับ สิ่งที่ต้องมีก็คือชิงช้าสวรรค์ ยิงปืนจุกน้ำปลา จับฉลากชิงตุ๊กตุ่นตุ๊กตาว่ากันไป เที่ยวงานวัดเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนเสียเงินไม่ถึง 30 บาทก็สนุกสนานพอจะกลับไปนอนหลับสบายใจ 


 ยี่สิบกว่าปีผ่านไป งานวัดก็ยังอยู่ (จะว่าไปต่อให้ผมแก่ตายไปแล้วงานวัดก็คงจะยังมีอยู่นั่นแหละ) แต่ในรูปแบบที่แปลกไป วันก่อนผมเดินผ่านงานวัดแถวอ่อนนุชก็เลยแวะเข้าไปดู ก็ดูเหมือนงานวัดที่เคยรู้จักละครับ มีขายของ ‘ทุกอย่างยี่สิบ’ ขายแว่นตาอันละยี่สิบ กิ๊บติดผม’ทุกอย่างสิบบาท’ จานชามถ้วยถังกะละมังหม้อกองขายให้เกลื่อน


คู่กับงานวัดก็ต้องเป็นของกินนานาชนิด เหมาะเลยกำลังหิวพอดี สองขารู้หน้าที่เดินเข้าร้านที่แขวนป้าย ‘หอยทอด แป้งกรอบ น้ำจิ้มเด็ด...(ชื่อหนังสือพิมพ์)...ชวนชิม’ เอามาเลย 1 จาน ผมยก 1 นิ้วชี้ให้คนขายชายหน้าเกรียม 2 นาทีผ่านไปจานหนึ่งใบลอยมาวางตรงหน้า แต่...นี่มันคือหอยทอดจริงๆ เหรอ แป้งเหนียวๆ เหมือนแป้งเปียกทอดกับถั่วงอกยี่สิบกว่าเส้น ส่วนหอยผมหาพบด้วยความยากลำบากว่ามีลูกหอยปนอยู่ในกองแป้งเปียกประมาณ 5 ตัว ส่วนน้ำจิ้มเด็ดที่ว่าก็คือซอสพริกราคาถูกแบบเจือจางใสแจ๋ว

กัดฟันกินด้วยความเซ็ง กินหอยทอดแบบแทบไม่มีหอย คิดซะว่ากินหอยทอดเจละกัน (วะ) แต่ความเซ็งของจริงเกิดขึ้นตอนเรียกเก็บตังค์ครับ “สี่สิบบาทๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงนั่นก้องอยู่ในหัวผม ลูกหอยห้าตัวทอดแป้งเปียกเนี่ยนะสี่สิบบาท คนปกติคงต้องใช้ความพยายามมากทีเดียวในการจะขอเงินสี่สิบบาทแลกกับอะไรก็ตามที่อยู่ในจานนั่น แต่ไม่ใช่คุณพี่คนขายหน้าเหี้ยมคนนี้ที่พูดได้อย่างหน้าตาเฉย 

ออกจากร้านวิญญาณหอย หาอะไรเล่นให้หายเซ็งดีกว่า เที่ยวงานวัดมันก็ต้องยิงปืนจุกน้ำปลาสิครับท่าน โฉบไปดูเห็นคนกำลังยิงปืนกันอยู่คึกครื้น กติกามีว่าจ่ายไป 20 บาทคุณจะได้กระสุนจุกน้ำปลามาประมาณ 5 นัด ถ้ายิงตุ๊กตาตัวเล็กหล่นจากราวไม้ก็ได้ไปเลย หรือจะเก็บตัวเล็กไว้แลกตัวใหญ่ก็ได้ในอัตรา 15 ต่อ 1  (คุ้มมาก...สำหรับเจ้าของร้านนะ)

ยืนดูชาวประชายิงปืนจุกน้ำปลาด้วยความสนใจ เพราะแม้จะแต่ละคนจะพยายามยืดแขนที่ถือปืนไปจนแทบจะทิ่มหน้าตุ๊กตา แต่พอโดนปืนจังๆ ตุ๊กตากลับแทบไม่ขยับ เพราะมันเป็นตุ๊กตาผ้าตัวแป้นๆ อวบๆ ท่าทางศูนย์ถ่วงดีสุดๆ จะให้ตุ๊กตาล้มจึงไม่ได้อยู่ที่ความแม่นแต่อยู่ที่ความเฮงว่าจะเลือกยิงตัวที่ไม่ได้ถ่วงหรือเปล่า

รู้ว่าเขาหลอกจะเล่นทำไมล่ะ เดินต่อไปสิ คราวนี้ไม่มีอะไรให้สงสัยเพราะเป็นกิจกรรมฮิตประจำงานวัดยุคใหม่ไปแล้ว เป็นโต๊ะพนันเอาเหล้าเอาเบียร์ แบบว่า as seen on tv เลย วิธีเล่นก็ง่ายดาย จ่ายเงินไปรับกำไลวงเล็กๆ มา อยากได้รางวัลเป็นเหล้า เบียร์ น้ำอัดลม ฯลฯ ก็วางกำไลไปให้ตรงช่อง จากนั้นนายบ่อนก็จะให้ลูกค้าเป็นคนหมุนลูกศรที่ปักไว้กลางโต๊ะเหมือนเข็มนาฬิกา ศรไปหยุดช่องไหนใครแทงช่องนั้นก็ได้ไป

ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่เพราะรู้อยู่แล้วว่างานนี้ก็เป็นรายการต้มหมูอีกแล้วครับท่าน ใต้โต๊ะฝั่งนายบ่อนจะซ่อนปุ่มเล็กๆ เชื่อมกับแท่งเหล็กที่ยาวไปถึงแกนหมุนของลูกศรกลางโต๊ะ  เวลากดปุ่มแท่งเหล็กใต้โต๊ะก็จะไปจิ้มโดนแกนหมุนของลูกศรทำให้เกิดความฝืดและหมุนช้าลง ถ้าให้น้ำหนักมือดีๆ ก็จะบังคับให้ลูกศรไปหยุดช่องที่ต้องการได้แบบเนียนๆ ของแพงจึงไม่เคยออกนอกจากคนแทงจะเป็นหน้าม้าที่รู้กันกับนายบ่อน

ต่อไปเป็นอะไรดี โยนห่วงไม๊ ห่วงกลมๆ อวบๆ ขนาดเหมาะมือ น้ำหนักกำลังดีไม่เบาหวิว ถ้าโยนห่วงไปคล้องคอขวดเหล้า (เปล่าๆ ) โดยที่ขวดไม่ล้มก็จะได้เหล้าไปกิน แค่ดูก็รู้ว่าถ้าเล่นกันแฟร์ๆ ตามกติกาและตามกฎฟิสิกส์ของโลกนี้ไม่มีทางมีใครได้รางวัล เพราะด้วยระยะห่างระหว่างคนเล่นกับขวดไม่ว่าจะโยนยังไงห่วงก็จะโดนคอขวดในมุมเฉียงและจะทำให้ขวดเสียสมดุลย์ ถ้าห่วงไม่คล้องคอขวดก็ไม่ได้รางวัลอยู่แล้ว แต่ถ้าห่วงไปคล้องคอขวดน้ำหนักห่วงก็จะไปซ้ำเติมอาการเสียสมดุลย์ของขวดทำให้ขวดล้มอยู่ดี อยากได้เหล้ากินด้วยวิธีนี้มีแต่ต้องโยนขึ้นข้างบนและหวังให้มันตกลงมาตรงๆ ลงไปคล้องคอขวดซึ่งโอกาสเป็นไปได้นั้น...ซื้อกินง่ายกว่าเยอะ

ไม่ต้องพูดถึงการพนันงานวัดรูปแบบอื่นๆ ที่มีตั้งแต่แบบแอบแฝงมาเป็นเกมเสี่ยงโชค ไปจนถึงขั้นขายเบอร์แล้วจับฉลากออกกันสดๆ อารมณ์เหมือนแทงหวยที่ออกทุก 3 นาที

ความบันเทิงรับลมหนาวผมเคยรู้จักคงตายไปแล้วจริงๆ

โดย thip_q

 

กลับไปที่ www.oknation.net