วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อาลัยหญิงแกร่ง 'มด วนิดา' แห่งสมัชชาคนจน


ข่าวเศร้าครวญมากับสายลมหนาว เมื่อนักเคลื่อนไหวภาคประชาชนที่ทำงานกับคนยากคนจนมานานอย่าง "มด" วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ วัย 52 ปี ได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลรามา ด้วยโรคมะเร็งเต้านม หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งเต้านม มานานกว่า 2 ปี เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้ทำการรักษาตัว ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งนี้จะมีการตั้งศพและสวดพระอภิธรรมที่วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร พระโขนง สุขุมวิท 101/1 ตั้งแต่วันที่ 7-13 ธันวาคม

 "พี่มด" ของกลุ่มสมัชชาคนจน ซึ่งเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวทางด้านสิทธิมนุษยชน ด้านแรงงาน และการต่อสู้เรียกร้องกรณีเขื่อนปากมูล เขื่อนราษีไศล ได้เสียชีวิตแล้วอย่างกะทันหัน หลังจากย้ายเข้ามา รักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ขณะที่แพทย์ได้รักษาด้วยวิธีต่างๆ เช่น การทำคีโมและฉายรังสี ทำมาหลายรอบแล้ว แต่อาการก็ไม่กระเตื้องขึ้น จนเสียชีวิตในบ่ายวันนี้(6ธค.)

เธอเกิดในครอบครัวคนจีน เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2498 เป็นชาวกรุงเทพฯโดยกำเนิด สมัยยังเรียนชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมเข้าร่วมการเรียกร้องประชาธิปไตย และเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ครั้นเรียนอยู่ชั้นม.ศ. 5 ได้เข้าร่วมเดินขบวนในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จึงทำให้ซึมซับกับปัญหาสังคม การเมือง และการที่ชนชั้นปกครองเอารัดเอาเปรียบชนชั้นกรรมาชีพ นับตั้งแต่นั้นมา

หลังจากนั้น ได้เข้าเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2517 ร่วมทำกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด

ขณะเดียวกัน "ประชาไท" ให้เกร็ดชีวิตบางเสี้ยวของหญิงแกร่งคนนี้ว่า ..
ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา วนิดาเป็นแรงหนุนและเป็นเบื้องหลังคนสำคัญในการเรียกร้องต่อสู้ของคนงานโรงงานฮาร่า ที่ใช้เวลาชุมนุมถึง 5 เดือน จนที่สุด ขบวนการต่อสู้นั้นพัฒนาจนถึงขั้นคนงานโรงงานฮาร่าสามารถยึดโรงงานแล้วผลิตสินค้าออกมาขายได้เอง

 ระหว่างเรียนอยู่ที่ธรรมศาสตร์ ยังเรียนไม่จบก็เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ทำให้ต้องหลบไปอยู่ในเขตป่าแถวภาคใต้ประมาณ 4 ปี และไปอยู่ป่าภาคอีสานอีก 2-3 เดือน หลังจากนั้นจึงกลับมาเรียนต่อที่ธรรมศาสตร์อีกครั้งในปี 2524 เรียนอยู่ 3 ปี จึงได้ปริญญาตรี พร้อมกับประกอบอาชีพส่วนตัวที่ บริษัืท อาคเนย์ประกันภัย และเป็นไกด์นำเที่ยวอยู่หลายปี

 วนิดาเริ่มเข้ามาทำงานด้านองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ด้วยการร่วมรณรงค์กับขบวนการสันติภาพต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ เข้าร่วมขบวนการเชื่อมสันติภาพไทยลาว จับงานในภาคประชาชนอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2532-2533 กับโครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ

 งานชิ้นแรกๆ ที่ทำคือ ทำงานเชิงวิชาการในการคัดค้านการสร้างเขื่อนแก่งกรุง เขื่อนแก่งเสือเต้น

จนมาถึงเขื่อนปากมูล และมีบทบาทในการก่อตั้งสมัชชาคนจนร่วมกับองค์กรชาวบ้าน

ทั่วประเทศ ล่าสุด เป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน

 เธอคือนักต่อสู้ ที่ยืนหยัดเคียงข้างการเคลื่อนไหวภาคประชาชนมายาวนาน เสียงสะท้อนจากแวดวงคนทำงานภาคประชาชนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอคือ ‘ตัวจริง’ ในแวดวงการทำงาน เป็นผู้ที่ใครหลายคนยกมือไหว้ได้อย่างสนิทใจ...

ขณะที่ มิตรสหายเมื่อรู้ข่าวเศร้านี้ก็ได้เร่งรุดมาไว้อาลัยทันที เช่น หาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า รู้สึกตกใจ กับข่าวการเสียชีวิตของพี่มดมาก โดยส่วนตัวชื่นชมพี่มดมาก เพราะเป็นคนที่ทำงานจริงจัง ต่อสู้ร่วมกับชาวบ้านมากว่า 20 ปีโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย และเป็นคนที่ให้โอกาสกับรุ่นน้องในการทำ งานอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ที่สำคัญการทำงานไม่รับผลประโยชน์ของใครทั้งสิ้น เอาชาวบ้านเป็น หลักเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา

“ พี่มดเป็นตัวอย่างของน้องๆว่าไม่สมควรไปพบกลุ่มผลประโยชน์โดยลำพังเพื่อยืนยันว่าตัวเองคิดอย่าง ไรกับเรื่องนี้ และแสดงให้เห็นถึงความเข้แข็งที่ทำงานโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ไม่เคยบ่นว่าไม่ไหว แม้ กระ ทั่งการรับ ที่ผ่านมาเคยมีคนเสนอชื่อพี่มดในฐานะเป็นนักต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด แต่พี่มดปฏิเสธทุกรางวัล แต่จะบอกให้ว่าเป็นรางวัลของชาวบ้าน เรียกว่าเป็นคนที่ปิดทองหลังพระจริงๆ” นายหาญณรงค์ กล่าว

ส่วนชาวบ้านที่ร่วมต่อสู้เขื่อนปากมูล และเพื่อนร่วมองค์กรพัฒนาเอกชน รวมไปถึง นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ร่วมรดน้ำศพ

อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การเสียชีวิตของ นางสาววนิดาว่า เสียดาย และเสียใจต่อการจากไปของเพื่อน ที่ดี และ วนิดาไม่เพียงเป็นเพื่อนของตนเท่านั้นหากเป็นเพื่อนของมนุษย์ชาติด้วย เพราะเป็นผู้หญิงที่ ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์แบบปิดทองหลังพระมาตลอดและเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตัวมาโดยตลอด ทำงานที่เธอมุ่งมั่นไปเรื่อยๆ

"ตลอดเวลาของการทำงานของวนิดา มีความเชื่อมั่นว่าจะต้องทำงานเพื่อช่วยเหลือคนจน และวนิดาเองก็มาจากครอบครัวที่ทำงานเพื่อ ช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส ด้อวยสิทธิ ซึ่งเธอทำวานของเธอเรื่อยๆ มาตลอดระยะเวลา 20 ปี ไม่เคยใฝ่ฝันและต้องการอะไรที่เป็นลาบยศและความร่ำรวยเลย หรือกระทั่งไม่เคยต้องการ การยอมรับอะไร เธอแนวแน่ทำในสิ่งที่เธอเชื่อมั่นตลอดมา"

ด้านสมปอง เวียงจันทร์ แกนนำชาวบ้าน สมัชชาคนจน และแกนนำการต่อสู้เขื่อนปากมูล กล่าวว่า การเสียชีวิตของวนิดา ถือว่าสูญเสียงผู้หญิงที่ต่อสู้ในเรื่องสิทธิของชาวบ้านทำให้ ชาวบ้านปากมูลรู้จักสิทธิของตัวเอง เพราะ วนิดา หรือ มด เป็นที่รักของชาวบ้านมาก เพราะ เป็นคนที่ไม่เคยถือตัวไปคลุกคลีกับชาวบ้านตลอด ช่วยสนอให้ชาวบ้านรู้จักการต่อสู่เพื่อสิทธิของตัวเอง

" พวกเราชาวบ้านสมัชชาคนจน ยกย่องวนิดาว่าป็นผู้หญิง ที่ต่อสู้ด้านสิทธิของชาวบ้าน สอนให้ชาวบ้านเข้มแข็ง หลังจากนี้ชาวบ้านคงจะสานต่อในสิ่งที่ มดทำ ในเรื่องการต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเอง "

 นี่เป็นเพียงความรู้สึกส่วนหนึ่งของคนที่ได้ร่วมงานกับ "หญิงแกร่งสู้เพื่อคนจน" ที่พยายามถ่ายทอดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ที่ต้องสูญเสียคนดีที่ไม่ต้องการลาภยศสรรเสริญ หวังเพียงได้ทำงานกับชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากการถูกเอารัดเอาเปรียบของชนชั้นนักปกครอง..

ขอให้เธอ... ผู้ครองชีวิตเพื่อคนตกทุกข์ได้ยาก จงหลับไหลไปอย่าได้ห่วง เพราะอุดมการณ์คงไว้ให้เป็นมรดกแก่ผู้ร่วมอุดมการณ์จะได้สืบทอดเจตนารมณ์ต่อไป

โดย เนชั่นสุดสัปดาห์

 

กลับไปที่ www.oknation.net