วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปเขาหลวง(สุโขทัย)


             

          วันที่ 4 ธ.ค. นัดกับเพื่อนที่หมอชิตรถออก 4 ทุ่ม เราไปถึงตั้งแต่

2 ทุ่มครึ่ง นั่งรอเพื่อนกว่าจะมาถึง  พอจะขึ้นรถทัวร์ ตั๋วบอกว่าทันจิตทัวร์

เราก็นั่งดูรถกันไม่เห็นมีเลย สรุปนั่งรถของบริษัทอื่นไป เกือนตกรถแล้ว

เราบอกพนักงานบนรถว่าถึงคีรีมาศให้บอกด้วยเพราะไปไม่ถูก

             วันที่ 5 เราไปถึงตอนตี 5 ฟ้ายังมืดอยู่เลย พอลงรถปุ๊บก็มีวิน

มอเตอร์ไซต์มาถามว่าจะไปไหนเราบอกไปเขาหลวงเขาคิดค่ารถคันละ

140 บาท 2 คัน ต้องนั่งคันละคนแต่เราไม่ไปยังมืดอยู่เลยใครจะกล้านั่ง

มอเตอร์ไซด์ขึ้นเขา  เราก็ถามว่าตลาดไปไกลไหม เขาบอกว่าไม่ไกลเดิน

เข้าซอยไป เราก็เลยเอากระเป๋าไปฝากไว้ ที่ป้อมตำรวจ แล้วก็เดินไปตลาด

ไม่นั่งวินมอเตอร์ไซด์ด้วยนะ เดินเข้าไปหมาก็เยอะ หนาวก็หนาว ไกลก็ไกล

พอเดินไปถึงตลาดบ้านเขาเล็กมากๆ ไปซื้อของกินนิดหน่อย แล้วถามแม่ค้า

หมูย่างว่ามีรถรับจ้างขึ้นอุทยานหรือเปล่า เขาก็เลยเรียกรถพ่อค้าแถวนั้นให้

เขาคิด 300 บาทเราก็ขึ้นเลย นั่งมาเอากระเป๋าที่ป้อมตำรวจ  นั่งรถไป

ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง ต้องไปนั่งรอเจ้าหน้าที่ทำงานประมาณ 8 โมง

อากาศค่อนข้างเย็นแต่ไม่มาก ก็พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ว่านักท่องเที่ยวเยอะ

หรือเปล่า เขาบอกมีมานอนรออยู่ 2 คน ข้างใน เขานั่งรถทัวร์รอบเร็วกว่าเรา

ประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งมอเตอร์ไซต์เข้ามานอนหลับอยู่ ข้างบนไม่ค่อยมีคน

เราก็คิดว่าวันนี้คงจะมีคนมาเที่ยวบ้าง  เจ้าหน้าที่บอกว่าทำไมเราไม่มา

วันที่ 8 - 9 ธ.ค. มีแรลลี่ขึ้นเขาหลวง เราไม่รู้เรื่องเลย อยากมาเที่ยวก็มาเลย

เรายังบอกเขาว่าเราชอบเที่ยวแบบคนน้อยๆ

                ก่อนจะขึ้นเขาเรากับเพื่อนก็นั่งกินโจ๊กที่ซื้อมาจากตลาดให้อิ่มท้อง

เพื่อเตรียมตัวเดิน เจ้าหน้าที่ถามว่าเอาลูกหาบไหม เราบอกเอาซิ กระเป๋าหนัก

จะตายแบกไม่ไว้หรอก มีอะไรก็ยัดมาหมดเพราะคิดว่าจ้างลูกหาบอยู่แล้ว ก่อน

ขึ้นไม่ได้ถามค่าลูกหาบว่าเท่าไหร่ มารู้อีกทีตอนถึงแล้วกิโลละ 15 บาท แพงจัง

ก่อนจะขึ้นเจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าเหนื่อยก็พักนะไม่ต้องรีบร้อน สงสัยเขากลัวเรา

2 คนขึ้นไม่ไหว  ทางขึ้นเขาค่อนข้างชันไม่มีทางเรียบเหมือนภูกระดึง เดินขึ้น

อย่างเดียว 3. 7 กิโลเมตร เรา 2 คนไม่ได้แบกกระเป๋าก็เลยไม่รู้สึกหนัก

เท่าไหร่ เดินตัวปลิวๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็ถึง ช่วงเดินขึ้นสวนกับ

นักเรียนกลุ่มหนึ่ง เราก็คิดว่าข้างบนน่าจะมีคนเที่ยวบ้างนะ เราก็ไม่ได้ถาม

พอขึ้นไปถึงไม่มีนักท่องเที่ยวเลยสักคน งงมาก เราไม่เคยไปเที่ยวที่ไหน

แล้วคนน้อยเท่านี้มาก่อน  สงสัยเขารอมาเที่ยววันงานแรลลี่กันมั้ง  สรุปวันแรก

มีนักท่องเที่ยว 4 คน  เราก็รอลูกหาบมาชั่งของ เพิ่งรู้กระเป๋าเราหนักตั้ง

17 กิโล ของเพื่อนรวมเต็นท์ด้วยแค่ 13 กิโลเอง ยังงงอยู่ไม่รู้เอาอะไรไป

พอกางเต็นท์กันเสร็จ ก็ไปหาฟืนมาต้มม่าม่ากินกัน แล้วก็นอนพักผ่อน

พอเย็นๆ ก็เดินไปดูพระอาทิตย์ตกที่ยอดเขาพระเจดีย์ พระอาทิตย์ตกสวยมาก

เป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวแล้วได้ดูพระอาทิตย์ตกโดยไม่มีหัวคนอื่นมาบัง

อยากถ่ายรูปมุมไหน ตรงไหนก็ได้ทั้งหมด ไม่ต้องรอคิว แล้ววันนี้เป็นวันที่

ฟ้าเปิดเห็นพระอาทิตย์ชัดเจน เห็นเส้นขอบฟ้า ไม่มีเมฆมอกมาบัง แต่

เสียดายไม่ได้เอาขากล้องไป ผลัดกันถ่ายกับเพื่อน พอพระอาทิตย์ตกก็กลับ

ที่พักอากาศเริ่มเย็น ก็มาต้มข้าว ต้มม่าม่ากินเหมือนเดิน เราไม่กล้าอาบน้ำ

เพื่อนเรามันไม่กลัวหนาวอาบน้ำได้  แต่เราไม่อาบแค่ล้างหน้า แปรงฟันก็พอ

แล้ว  เราง่วงกันมากเข้าเต็นท์แล้วก็นอนเลย

               วันที่ 6 ธ.ค.เพื่อนปลุกมาตอนตีสี่ ไปเข้าห้องน้ำ ออกมาเห็น

ดาวสวยมากเหมือนจะคว้าได้ ดาวเยอะมากแล้วก็ใกล้แค่เอื้อมจริงๆ 

แต่ก็ดูแค่แป๊บเดียว แล้วก็กลับมานอนต่อพอตีห้าครึ่งก็ตื่นเตรียมตัว

ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขาพระนารายณ์ ที่นี่ก็เหมือนกันไม่มี

ใครบัง ไม่มีใครแย่งที่ถ่ายรูป ดีมาก มีความสุขที่สุด นั่งรอดูพระอาทิตย์

ขึ้นจนแสงจ้าเราก็เดินกลับมาหาข้าวกินกัน แล้วก็เตรียมอาหารกลางวัน

เพราะวันนี้จะเดินเที่ยวรอบเขาหลวงกัน  พอได้เวลาก็เริ่มเดิน ตั้งแต่

ยอดเขาพระเจดีย์  ยอดเขาภูกา ยอดเขาพระแม่ย่า ใช้เวลาประมาณ

4 - 5 ชั่วโมงน่าเสียดายที่ยอดเขาแต่ละที่ไม่มีที่ร่มให้นอนพัก พอเดิน

ขึ้นไปถึงถ่ายรูปแล้วก็ต้องกลับเพราะไม่ค่อยมีที่ให้นั่งพัก  เรากลับ

มาถึงที่พักตอนบ่ายๆแล้วก็อาบน้ำ พักผ่อน เตรียมฟืนไว้ทำอาหาร

กินตอนกลางคืน ลืมไปคืนนี้เรานอนกันกับเพื่อน 2 คน กับเจ้าหน้าที่

อุทยานเป็น 10  คน เพราะเขามาเตรียมงานแรลลี่กัน กางเต็นท์

เต็มไปหมด แล้วเราโดนไล่ให้เก็บเต็นท์ด้วยนะเพราะเขาต้องใช้ที่

คืนนี้เราก็เลยได้นอนเต็นท์ของทางอุทยาน เพราะเขากางไว้เยอะมาก

ให้เราเลือกเอาได้เต็มที่ แล้วจะมาเล่าต่อนะคะ

โดย aoea11

 

กลับไปที่ www.oknation.net