วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อีกวันหนึ่ง กับการอยู่เวร


เมื่อคืนนี้ อยู่เวรห้องฉุกเฉินเวรดึก ขึ้นเวรตั้งแต่เที่ยงคืนครึ่ง มีผู้มารับบริการเรื่อยๆ เป็นระยะๆ จนประมาณตีสอง มีรายหนึ่งเป็นชาย อายุประมาณ 50 ปี มาด้วยเรื่อง อาเจียนเป็นเลือด ออกมาสดๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีประวัติดื่มเหล้าอะไรเลย 

พยาบาล ได้ใส่สายยางเข้ากระเพาะ เพื่อใช้น้ำล้างก้อนเลือดที่คั่งค้างอยู่ในกระเพาะ ซึ่งก็ออกมาเป็นลิ่มๆ จำนวนพอสมควร แต่เลือดก็ยังไม่หยุดไหล ความดันของเขา เริ่มต่ำลง 80/60 ผมได้สั่งให้สารน้ำเข้าทางเส้นเลือด แต่ปรากฎว่า เส้นเลือดของคุณน้าคนนั้น แฟบไปหมด ไม่สามารถแทงเข็มเพื่อให้สารน้ำได้เลย พยาบาล พยายามแล้ว พยายามอีก จนเป็นรอยทั้งสองแขน และขา

ผมดูท่าว่าทิ้งไว้นาน คงไม่ไหว จำเป็นต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้สารน้ำให้กับคุณน้าคนนี้ จึงบอกพยาบาลว่า น่าจะทำ cut down (ผ่าตัดหาเส้นเลือดเพื่อให้สารน้ำ) แต่เนื่องจาก มีเพื่อนร่วมอยู่เวร เป็นเวรอุบัติเหตุ ผมคิดว่าเขาน่าจะทำ cut down ได้คล่องกว่าเรา จึงได้ปรึกษาให้ช่วยทำให้หน่อย ซึ่งเขาก็ตอบตกลง

ระหว่างนั้น เกิดอุบัติเหตุมา เวรเปลเข็นเตียงเปลนอนมากัน 3-4 เตียง ผมจึงต้องไปดูคนที่ได้รับอุบัติเหตุ แทนเจ้าของเวร ตอนนั้น ประมาณตีสามเห็นจะได้

มีเสียงพูดดังมาแต่ไกล ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาที่ห้องฉุกเฉิน ฟังน้ำเสียง สำเนียง ก็เดาได้ว่า กำลังอยู่ในภาวะมึนเมา แล้วผมก็เห็นเมื่อชายคนนั้น เดินเข้ามา ด้วยรอยเลือดที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า พร้อมกับเพื่อนอีกคนที่มากับเปลนอน ส่วนอีกคน เดินตามมาหลังสุด

เจ้าหน้าที่ เข้าไปดูคนที่นอน เพื่อล้างคราบเลือด และบันทึกบาดแผล ในขณะที่ชายหนุ่มคนแรก ก็ส่งเสียงโวยวาย ทำเสียงดังขึ้นมาอีก เมื่อผมให้เขานอนบนเตียง เพื่อล้างคราบเลือด และทำแผล
"ไม่นอน มีอะไรมั๊ย ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย" แกพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงรัวๆ
"ก็ให้ดูหน่อยสิ ว่าไม่เป็นอะไรจริงหรือเปล่า ถ้าไม่มีอะไรจริงก็จะได้ล้างทำความสะอาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ให้" เจ้าหน้าที่ของผมกล่าว
แต่แล้ว แกก็ไม่ยอมนอน ลงไปนั่งบนเก้าอี้ตรวจของแพทย์ เจ้าหน้าที่เรียกให้ไปนั่งเก้าอีกอีกตัว แกก็ทำเป็นไม่ได้ยิน

ผมเดินไปตรวจบาดแผลคนอื่นๆ ต่อไป ตอนนี้ มีนอนกันอยู่ 5 คนในฝั่งอุบัติเหตุนี้

สอบถามก็ได้ความว่า ชายคนที่นอนให้ทำแผลอยู่นั้น เป็นคนขับรถ ทั้งๆ ที่มึนเมา ระหว่างพูดคุย ก็ได้กลิ่น แอลกอฮอล์ ชัดเจน มีชายอีกคนที่ส่งเสียงโวยวายด้วยอาการมึนเมานั่งมาด้วย และชายคนสุดท้าย ที่ดูท่าว่าจะมีอายุมากที่สุด และเมาน้อยที่สุด ไปชนกับรถกระบะอีกคันหนึ่งซึ่งเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลเพราะมาส่งคนไข้ และกำลังขับกลับบ้าน

สามคนนี้ มึนเมาด้วยกันทุกคน ดูลักษณะการแต่งกาย น่าจะเป็นข้าราชการ ส่วนคนในรถกระบะ เป็นชาวบ้านธรรมดาแต่มีอาการบาดเจ็บ จากการกระแทกภายในรถตัวเอง

ผมถามคนที่อาวุโสสุด และเมาน้อยที่สุดว่า ไปทำอะไรมา ก็ได้รับคำตอบว่า วันนี้ มีงานเลี้ยงศิษย์เก่าของโรงเรียน......
ผมจึงถามต่อไปว่า คนๆ นั้น (ชี้ไปที่คนที่กำลังพูดโวยวายเสียงดัง) เป็นครูเหรอ .... ชายอาวุโสคนนั้น เงียบ
ผมถามย้ำครั้งที่สอง และสาม ว่าเป็นครูเหรอครับ คนๆ นั้นน่ะ ชายอาวุโสคนนั้น ก็เงียบอีก

ผมเดาว่า ชายอาวุโสคนนั้น คงละอายที่ ชายอีกคนที่มาด้วยกัน แสดงกิริยาอาการเช่นนั้นออกมา ผมได้บอกให้เจ้าหน้าที่ ตามผู้รักษาความปลอดภัย ขึ้นมาเผื่อจะทำให้ชายคนนั้น ควบคุมตัวเองได้บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่นัก ผมได้บอกไปว่า หากส่งเสียงดังโวยวายอย่างนี้อีก ผมจะโทรแจ้งตำรวจ ทำให้เขาเสียงเบาลงหน่อย แต่ก็ยังไม่ถึงกับเงียบ

กว่าจะเคลียร์ชุดนี้ไปได้ ก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมง

นี่แหละผลจาก สุรา ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ต้องมารับผลที่ไม่ควรจะได้รับ คนเจ็บจากรถกระบะ เป็นหญิงสามคน คนหนึ่ง อุ้มลูกน้อยมาด้วย เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล เพราะพาญาติที่เจ็บ ไม่สบาย มาส่ง แต่แล้ว ก็ถูกคนที่ดื่มเหล้า เมาแล้วยังไปขับรถยนต์ ... ขับชนกระบะ ที่ผู้เสียหายไปยืมชาวบ้านด้วยกันมาใช้

ความเสียหาย จากสุรา ยังไม่มีวันสิ้นสุด และจะยังคง สร้างความสูญเสียให้กับเพื่อนมนุษย์ และประเทศชาติไปอีกนาน

กลุ่มนั้น กลับไปกันแล้ว ผมเดินไปดูการทำ cut down ซึ่งก็พบว่า ไม่สำเร็จ หาเส้นไม่เจอ เราจึงต้องเขียนปรึกษาเวรศัลยกรรมให้มาช่วยต่อไป ซึ่งทางนั้น ก็บอกว่า ให้ส่งขึ้นตึกไปได้เลย เขาจะไปจัดการที่วอร์ด

ตีสี่ครึ่งแล้ว ยังไม่ได้หลับสักงีบ

ผู้มารับบริการ เริ่มซาลง ผมเดินกลับไปห้องพัก ล้มตัวลงนอนบนโซฟา

ความคิดเรื่องคนเมาสุรา ยังติดอยู่ในสมอง โผล่ขึ้นมาให้ได้รับรู้เพียงชั่วครู่ หลังจากมีสติ ... ผมก็กำหนดเพียงแค่รับรู้ว่า มีความคิดเกิดขึ้น และไม่ได้ไปคิดตามมันต่อ สักครู่ มันก็ดับไป

กำหนดให้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ผ่อนคลาย ..... งีบไปได้สักครู่ ก็มีเสียงโทรศัพท์ ดังอีก เดินออกไปดูแลผู้มารับบริการ กลับมางีบ เดินออกไป กลับมางีบ เป็นระยะๆ จนเลิกเวร 8.30 น.

ครองสติ ให้อยู่กับกาย เวทนา จิต ธรรม ตามหลักสติปัฎฐานสี่ จิตมีกำลังที่ดีมาก นิวรณ์ รบกวนน้อยดี

นับเป็นอีกวัน ที่ผ่านพ้นไปกับการฝึกฝนจิตใจตัวเอง

โดย เดินต่อไป

 

กลับไปที่ www.oknation.net