วันที่ พุธ ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

The KOP หนุนหลัง Red Machine ถล่มมาร์กเซย์ เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย


เหล่า The KOP ส่งเสียงเชียร์หนุนหลัง Red Machine ที่ระเบิดฟอร์ม บุกไปถล่ม โอลิมปิก มาร์กเซย์ ฝรั่งวเศษ 4-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ขณะที่ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือสเปนของหงส์แดง ออกมายกย่องลูกทีม พร้อมยอมรับสุดภูมิใจในตัวนักเตะทุกคน ที่งัดฟอร์มการเล่นระดับเทพ

       
       ที่สนาม สต๊าด เวโรโดรม มาร์กเซย์ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของหงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งผู้มาเยือนต้องการชัยชนะ เพื่อการันตีการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในขณะที่ มาร์กเซย์ เจ้าถิ่น ขอแค่เสมอจะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

       การจัดตัวผู้เล่นในนัดนี้ เบนิเตซ เปลี่ยนทีมที่เพิ่งแพ้ใน พรีเมียร์ชิพฯ ถึง 4 ตำแหน่ง โดยส่ง เดิร์ก เคาท์ จับคู่กับ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ลงล่าประตู ในขณะที่เจ้าบ้าน เริ่มเกมส์โดยไม่ยอมส่ง ซาเมียร์ นาสรี่ จอมทัพชาวฝรั่งเศส ที่หายเจ็บกลับมาลงสนาม

       
       เริ่มต้นการแข่งขันเพียงแค่ 4 นาที ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะหลุดเดี่ยวของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด แล้วถูก กาแอล ชิเว่ต์ เสียบจากทางด้านหลัง กรรมการเป่าเป็นจุดโทษ สตีวีจี ลุกขึ้นมาสังหารแต่ถูกเซฟไว้ได้ ก่อนที่จะตามไปซ้ำแบบโล่งเข้าไป
       
       จากนั้น มาร์กเซย์ พยายามจะบุก แต่ไม่สามารถเจาะเข้าไปในพื้นที่อันตรายในระยะ 18 หลา ได้ กระทั่งถูกสวนกลับในนาทีที่ 11
       แฮร์รี่ คีเวลล์ พาบอลขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนจ่ายบอลแบบง่ายๆแต่เหนือชั้นให้กับ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ที่โชว์สเต็ปขา พาบอลกระชากผ่านกองหลังเจ้าถิ่น 3 คน ก่อนที่จะแปด้วยเท้าขวาเสียบเสาสองส่งผลให้ หงส์แดงบินสูง หนีไปเป็น 2-0 อย่างรวดเร็วเพียงแค่ 11 นาที
       
       
เมื่อเสียไป 2 ประตู มาร์กเซย์ พยายามบุกอย่างหนัก และสามารถครองบอลได้ไว้เป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่สามารภถเจาะเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายหน้าปากประตูของลิเวอร์พูลได้
       กระทั่ง ต้องส่ง ซาเมียร์ นาสรี่ ตัวปั้นเกมที่เคยเป็นตัวแสบนัดไปเยือนแอนฟิลล์ ลงมาแทน เบอนัวต์ เชย์รู แต่ก็ไม่สามารถทำอะไร หงส์แดง ที่ช่วยกันไล่บอลทุกจังหวะได้ ส่งผลให้หมดเวลาครึ่งแรก ลิเวอร์พูลยังรักษาสกอร์ 2-0 ไว้ได้

       
       เริ่มต้นครี่งหลัง มาร์กเซย์ ส่ง ฌิบริล ซิสเซ่ ลงมาแทน เบาเดอไวน์ เซนเด้น แต่ความเร็วของ ตอร์เรส และ ความขยันของ เดิร์ก เคาท์ ยังสร้างปัญหาให้กับ มาร์กเซย์ อย่างมาก กระทั่ง นาทีที่ 48 แผงหลังของ มาร์กเซย์ ถูกบีบจนผิดพลาดกันไปเอง สตีฟ มานดานด้า ผู้รักษาประตู เตะเปิดบอลไม่ดีไปเข้าทาง คีเวลล์ ที่เปิดบอลสวนให้กับ เดิร์ก เคาท์ ที่สอดขึ้นมาหลุดเดี่ยว แปง่ายๆเข้าไป
       ลิเวอร์พูล นำห่างเป็น 3-0 ..!!
       
       จากนั้น ลิเวอร์พูล เริ่มหันมาเล่นเกมส์สวนกลับ ส่ง ฟาบิโอ ออเรลิโอ ลงมาแทน คีเวลล์ และ ไรอัน บาเบล ลงมาแทน ตอร์เรส ซึ่งช่วงเวลาที่เหลือ มาร์กเซย์ แทบไม่มีโอกาสยิงประตู ซ้ำในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ออเรลิโอ จ่ายบอลข้ามแผงหลังให้ บาเบล ใช้ความเร็วจิ้มบอลหลบผู้รักษาประตู ก่อนจิ้มบอลง่ายๆ ส่งให้ลิเวอร์พูล ล้างแค้น มาร์กเซย์ 0-4 
 

       สรุปคะแนน กลุ่มเอ ปอร์โต้ ที่ชนะ เบซิคตัส 2-0 เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มโดยมี 11 คะแนน ตามด้วย ลิเวอร์พูล อันดับ 2 มี 10 คะแนน 

       หลังจบเกมส์ ราฟา เบนิเตซ กล่าวชื่นชมผลงานและฟอร์มการเล่นในระดับเทพของลูกทีม ว่า "ผมภูมิใจมากๆในตัวนักเตะและแฟนบอลของเรา ทุกอย่างคือผลงานที่สุดยอดจากทุกคนที่เกี่ยวข้องกับลิเวอร์พูล นักเตะของเรามีจิตใจที่แน่วแน่ หัวใจสำคัญคือมีสมาธิกับเกม เรายิงประตูได้เร็ว จากนั้นก็ควบคุมทุกสิ่งเอาไว้ได้"

 

*********


" คลิ้ก play เพื่อเริ่มดู clip "

โดย ScorpionKinG

 

กลับไปที่ www.oknation.net