วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“โลกของอวัยวะ (5)”


 

                “เป็นอะไรไปหรือดวงตา  เธอเคยเข้มแข็งหนักหนา  แล้วทำไมวันนี้ถึงร้องไห้”  หัวใจถามเสียงอ่อนเนิบ  ขณะที่ลมหายใจรวยรินทอดถอนแต่ยังคงมีแก่ใจถามไถ่ “ดวงตา”

                “มีอะไรไม่สบายใจพูดออกมาเถิด  เจ้าร่ำไห้เช่นนี้ ลมหายใจอย่างข้าก็พลอยอึดอัดคับข้อง จนราวกับจะไร้ซึ่งลมหายใจ”  แต่ไม่ว่าจะถูกตั้งคำถามด้วยความห่วงใยจากอวัยวะอื่น ๆ เพียงใด  ดวงตาก็ยังคงนิ่งงัน  มีเพียงหยาดน้ำที่ยังคงหลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย  สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของเจ้าตัวว่าคงจะอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ปวดร้าวมากมาย

                “อารมณ์ชนิดใดหนอที่มีอิทธิพลต่อดวงตามากขนาดนี้”  หัวใจรำพึง  มองดวงตาด้วยความเป็นห่วง  แต่มิอาจทำอะไรได้มากไปกว่าการขยับเข้าไปใกล้ดวงตามากขึ้น  เพียงเพื่อให้ดวงตาได้รับรู้ว่าอย่างน้อยก็ยังมี “หัวใจ"”ที่จะอยู่เคียงข้าง  เพื่อร่วมรับรู้ถึงความเจ็บปวดแม้จะไม่เข้าใจถึงที่มาของความเจ็บปวดนั้นเลยก็เถิด

                “ดวงตา” ยังคงร่ำไห้ต่อเนื่อง  และคงจะไม่หยุดง่าย ๆ หากต่อมน้ำตาไม่ทำหน้าที่อย่างหนักหน่วงจนไม่สามารถผลิตน้ำตาออกมาได้อีก  แต่แม้ในยามที่น้ำตาเหือดแห้ง  หาก “ดวงตา” ก็หม่นไหม้ไร้ความสุข  นั่นยิ่งทำให้ “หัวใจ” และเพื่อนอวัยวะส่วนอื่นพลอยหม่นหมองไปด้วย

          โลกของอวัยวะจึงตกอยู่ในภาวะชงักงันทางความรู้สึก  ไม่มีใครกล้ายิ้มเมื่อดวงตายังร้าวราน  และยิ่งไม่มีเสียงหัวเราะในขณะที่ “ดวงตา” ยังคงร่ำไห้แม้จะไม่มีหยาดน้ำตาหลั่งรินแล้วก็ตาม

                “เป็นอะไรกันไปหมด”  ก้นจอมโวยวายตะโกนขึ้นมาอย่างเหลืออด  “เจ้านั่นแหละดวงตา  เป็นสาเหตุของความโศกเศร้าที่ปกคลุมอยู่ในโลกของอวัยวะนี้”

          “ข้า...ข้าขอโทษ”  ดวงตาพูดเบา ๆ

          “มีอะไรไม่สบายใจทำไมไม่พูดออกมา  แล้วพวกข้าจะช่วยเหลือเจ้าได้อย่างไร”  ก้นทอดเสียงอ่อนลง  และจากประโยคนี้ก็ทำให้อวัยวะส่วนอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับอาการโวยแหลกของ “ก้น” ในตอนแรก สัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ “ก้น” มีให้ “ดวงตา” เพียงแต่การแสดงออกซึ่งความห่วงใย แตกต่างไปจากอวัยวะส่วนอื่นเท่านั้น

                “ข้าไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร  ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร  เพราะเกรงว่าเรื่องที่ข้ารู้สึกมากมายอาจเป็นเพียงเรื่องราวไร้สาระในสายตาของพวกเจ้า”  ดวงตายังคงเก็บงำรายละเอียดที่ซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของตนเองอย่างเคร่งครัด

                “เจ้ายังไม่ได้เปิดพื้นที่ส่วนตัวให้พวกข้าได้ไปสัมผัสเลย  แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า พวกข้าจะเห็นว่ามันเป็นเพียงเรื่องว่างเปล่า ไร้สาระ” หัวใจพยายามโน้มน้าวให้ “ดวงตา” เปิดเผย  ไม่ได้เป็นเพราะอยากรู้เรื่องราว  แต่เป็นเพราะอยากแบ่งเบาเรื่องราวอันหนักอึ้งนั้น

                “ใช่ เจ้าดูถูกน้ำใจของพวกข้ามากเกินไปแล้ว”  ก้นโวยวายขึ้นมาอีก  คราวนี้ถูกอวัยวะส่วนอื่นส่งสายตาปรามเพื่อให้หยุดความเป็นอวัยวะขวานผ่าซาก  ทำให้มันยินยอมที่จะสงบศึก  เนื่องจากรู้ตัวเหมือนกันว่าการใช้อารมณ์รุนแรง  มิอาจปลอบโยนความอ่อนแอทีกำลังเกิดขึ้นกับ “ดวงตา” ได้  การเป็นผู้ฟังที่ดีต่างหากจึงจะเป็นการให้กำลังใจที่ดีที่สุด

                “เรากำลังรอฟังเจ้าอยู่นะจ๊ะ ดวงตา”  หูบอกอย่างอ่อนโยน

                “ข้าคิดถึงขนตา”  ดวงตาบอกเสียงอ่อนสร้อย  “หา...คิดถึงขนตาเนี่ยะนะ”  ก้น อีกตามเคยที่ร้องออกมากับคำพูดที่คาดไม่ถึงว่าจะได้ยิน  อวัยวะทุกส่วนจึงต้องออกโรงปรามให้ก้นนิ่งเงียบอีกครั้ง

                “ใช่  เจ้าเห็นว่ามันไร้สาระใช่ไหมเล่า”  ดวงตารำพัน  “เปล่านะ เปล่าข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น  เพียงแต่ข้าสงสัยว่าเจ้าจะคิดถึงขนตาทำไม  ในเมื่อก็ได้อยู่กันใกล้ชิดสนิทแนบขนาดนั้น”  ก้นบอกเสียงอ่อน

                “ก็เพราะใกล้ชิดสนิทแนบจนผูกพันข้าถึงได้ร้าวรานใจ…พวกเจ้าไม่สังเกตบ้างหรือว่าขนตากำลังจะหลุดร่วงไปหมดแล้ว”  คำกล่าวของดวงตาทำให้อวัยวะส่วนอื่นพากันเพ่งมองไปยังขนตาอย่างสังเกตมากขึ้น  และก็พบว่าสิ่งที่ดวงตาพูดเป็นความจริง

                “ใจเย็นก่อนดวงตา อย่าเพิ่งโศกเศร้าไปเลย  เมื่อพวกเรารู้แล้วว่าขนตาคือเหตุผลที่ทำให้เจ้าเศร้าสร้อย  เราก็มาดูกันเถิดว่าเพราอะไรขนตาจึงหลุดร่วง” สมองบอกอย่างสุขุมตามเคย  แต่แทนที่จะทำให้ดวงตาสงบนิ่ง  มันกลับแผดเสียงร้องไห้หนักกว่าเดิม

                “ก็นี่แหละที่ทำให้ข้าไม่สามารถบอกกับพวกเจ้าได้”

          “ไม่มีอะไรที่พวกข้ารับฟังเจ้าไม่ได้หรอก  บอกมาเถิดดวงตา”  หูยืนยันเจตนารมณ์แทนอวัยวะส่วนอื่น ดวงตานิ่งเงียบอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด “ขนตากำลังผลัดขนชุดใหม่น่ะ  ที่หลุดร่วงไปเดี๋ยวก็จะมีขนตาใหม่ขึ้นมาแทนที่  ข้าสงสารขนตาชุดเก่า มันคงน้อยใจนะ ที่พอหมดประโยชน์ก็ถูกทอดทิ้ง  คิดถึงพวกมันด้วย  ความคิดของข้าไร้สาระใช่ไหมล่ะ  ก็เพราะอย่างนี้ข้าถึงไม่กล้าบอกพวกเจ้า”

                “ไม่ไร้สาระเลยดวงตา เจ้าใกล้ชิดกับขนตามากกว่าอวัยวะส่วนอื่น ๆ  ก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่เจ้าจะผูกพันลึกซึ้ง  ความยากเย็นในการดำรงอยู่ก็เป็นอย่างนี้แหละ  แม้จะรู้ว่าทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง  แต่ก็ยังไม่วายที่จะผูกพัน  ความผูกพันของเจ้าเป็นความรู้สึกดีงาม ที่ข้าเชื่อว่าขนตาชุดเก่าที่กำลังจะหลุดร่วงคงจะซาบซึ้งเช่นกันจริงไหม”  หูถามขนตาเส้นสุดท้ายที่กำลังจะร่วงหล่น  มันยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ก่อนที่จะปลิดปลิวไปจากดวงตา

                ดวงตามองขนตาที่ร่วงไปติดอยู่ที่แก้ม  มันไร้ชีวิตแล้วแต่ดวงตากลับรู้สึกเข้าใจขนตาที่อยู่ใกล้ชิดสนิทแนบกันมานานมากกว่าตอนที่ได้อยู่เคียงกันยามมีชีวิตเสียอีก  ทั้ง ๆ ที่ไม่มีคำพูดใดบอกเล่า  แต่ดวงตาก็คิดว่าเข้าใจถูกต้องว่า “ขนตา” ไม่เคยน้อยใจที่ต้องหลุดร่วงไปเพื่อให้ขนตาใหม่มาแทนที่  เพราะทุกอย่างล้วนมีวาระ และเมื่อถึงเวลาก็ย่อมต้องก้าวเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลง  และการที่ดวงตากล้าแสดงออกถึงความผูกพันก็ทำให้ “ขนตา” มีความสุขที่รู้สึกว่าตัวเองมีค่า  ขณะที่ดวงตาก็ได้ซาบซึ้งน้ำใจของเพื่อนอวัยวะส่วนอื่นที่ไม่ละเลยต่อความรู้สึกของตัวเอง  แม้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องน้อยนิดในสายตาของอวัยวะส่วนอื่นก็เถิด

                คิดได้อย่างนี้ดวงตาจึงเหือดน้ำและกลับมาสดใสเหมือนเดิมอีกครั้ง  ท่านผู้อ่านละ ได้แสดงออกถึงความผูกพันเพื่อให้ใครที่มีความหมายรับรู้หรือยัง

 ได้รับฟังในเรื่องหนักหนาสาหัสแต่ช่างเล็กน้อยในความรู้สึกของเราอย่างเข้าอกเข้าใจบ้างไหม  ถ้ายังอย่าปล่อยให้เสียงนั้นห่างไปจนท่านไม่อาจได้ยิน  เพราะบางทีมันอาจทำให้ท่านทำใครบางคนที่มีความหมายในชีวิตหล่นหายไปก็ได้

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

               

               

โดย มาตาวายุกานต์

 

กลับไปที่ www.oknation.net