วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“โลกของอวัยวะ 6”


 

         

“สมอง เจ้าช่างเก่งจริง ๆ ดูสิ  เพราะความชาญฉลาดของเจ้าแท้ ๆ ทำให้เจ้านายของพวกเราก้าวหน้าในหน้าที่การงานขนาดนี้”  อวัยวะต่าง ๆ พากันส่งเสียงสรรเสริญเยินยอ “สมอง” กันยกใหญ่  หลังจากช่วงเวลาที่ผ่านมา  “สมอง” ได้แสดงความปราดเปรื่องนำพาให้ร่างกายทั้งหมดประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

ความชื่นชมของเหล่าอวัยวะ  สร้างความภาคภูมิใจให้กับ “สมอง”  อย่างยิ่งยวด  มันรู้สึกฮึกเหิมกับชัยชนะที่ได้รับ  และกระหายที่จะสัมผัสถึงชัยชนะเหนือกว่าสิ่งทีได้รับอยู่ในขณะนี้  ความรู้สึกดังกล่าวแปรเป็นแรงผลักดันทำให้ “สมอง” ทำงานอย่างหนัก  โดยหวังว่าจะได้ลิ้มรสชาติความหอมหวานแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่กว่าที่ได้เคยพบพาน

แต่ยิ่ง “สมอง” พยายามมากเท่าไหร่  ความสำเร็จกลับดูห่างไกลออกไปทุกที  สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ “สมอง” กลุ้มใจเป็นอย่างมาก  และไม่เข้าใจว่าทำไมความปราดเปรื่องที่เคยมีกลับหนีหาย  การตัดสินใจที่เคยเฉียบคมก็กลับกลายเป็นความผิดพลาด  จนทำให้เจ้านายของเหล่าอวัยวะถูกพักงานชั่วคราว

“เป็นความผิดของข้าเอง”  สมองเฝ้าแต่โทษตัวเอง  ขณะที่เหล่าอวัยวะบางส่วนก็โกรธเคืองและโยนความผิดทั้งหมดให้กับสมองเช่นกัน  หาก “ดวงตา”  กลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไป

“มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอกสมอง”  ดวงตากล่าวอย่างปลอบประโลม

“ไม่ใช่ได้อย่างไร ก็เพราะสมองนั่นแหละที่ตัดสินใจผิดพลาด” หู ซึ่งกำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับภาวการณ์ที่เกิดขึ้นกล่าวโต้ “ดวงตา” อย่างทันควัน  ด้าน “สมอง” รึ ก็ทำได้เพียงแค่นิ่งเงียบเศร้าซึม  ยอมรับคำกล่าวโทษนั้นด้วยความปวดร้าว

“ใจเย็นก่อนหู  เจ้าคิดว่ามันยุติธรรมแล้วหรือที่จะโทษว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีต้นเหตุมาจาก สมอง”

“ใช่สิ ดวงตา มันเป็นเช่นนั้นแหละ”  หู บอกอย่างมั่นใจ

“งั้นเจ้าอธิบายให้ข้าฟังหน่อยสิว่า  สมองทำทุกอย่างลงไปเพราะอะไรและเพื่อใคร”  หู นิ่งคิดก่อนที่จะตอบคำถามดวงตา

 “ก็เพราะสมองต้องการความสำเร็จน่ะสิ  และก็แน่นอนว่าทั้งหมดก็เพื่อตัวสมองเองนั่นแหละ”  หู กระชากเสียงตอบ  อารมณ์ยังคงคุกรุ่นยากที่จะดับลงได้ง่าย ๆ   ก็จะให้ หู ทำใจได้อย่างไร  ในเมื่อทั้งหูซ้ายและหูขวา  ต้องทนรับฟังคำประณามเย้ยหยันจากคนรอบข้างถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้น  จนมันรู้สึกอับอายเกินกว่าจะทนรับเหตุการณ์ทั้งหมดได้  อารมณ์ร้าย ๆ จึงถูกโยนใส่ “สมอง” ให้เป็นผู้รับผิดชอบต่อเรื่องราวทั้งหมด

“ถ้างั้นเจ้าบอกเราหน่อยได้ไหมว่า  เมื่อครั้งที่สมองประสบความสำเร็จนั้น  อวัยวะที่ปลื้มปิติที่สุดเป็นใครกัน”  คราวนี้ “หู” นิ่งอึ้งไม่กล้าตอบคำถาม  เนื่องจากจำได้ดีกว่าอวัยวะที่มีความสุขเสียยิ่งกว่า “สมอง” ก็คือตัวมันเอง  เพราะในห้วงเวลานั้นมีแต่เสียงสรรเสริญเยินยอก้องไปมาในหูทั้งสองข้าง  และเป็นเพราะอย่างนี้แหละ  มันจึงผลักดัน “สมอง” ให้เร่งทำงานเพื่อก้าวไปในจุดที่สูงขึ้น  ตามคำเป่าหูของคนรอบข้าง  จนกระทั่งความผิดพลาดเกิดขึ้น

“ทำไมเจ้าไม่ตอบคำถามของข้าละ หู”  ดวงตาถามย้ำ  แต่ “หู” ยังนิ่งเงียบ  ด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่พูดไปในตอนต้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง  จึงละอายใจเกินกว่าจะโต้แย้ง และเริ่มสำนึกว่าการโยนความผิดทั้งหมดไปให้ “สมอง” ไม่ยุติธรรมสำหรับ “สมอง” จริงดังที่ “ดวงตา” พูด

“เอาเถอะข้าขอโทษ  มันเป็นความผิดของข้าเองแหละ”  หู กล่าวเบา ๆ อย่างยอมรับ  อารมณ์รุนแรงเริ่มลดระดับลงแล้ว  ดวงตา ยิ้มรู้สึกดีใจที่ หูไม่ดันทุรังโทษอวัยวะส่วนอื่น  ก่อนที่จะมองถึงความบกพร่องของตัวเอง

“เจ้าไม่ได้ผิดหรอก หู อย่าคิดมาก  สมองเองก็ไม่ได้ผิดต่ออวัยวะส่วนอื่น ๆ” 

“ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้นละดวงตา”  ทั้งสมองและหูต่างตั้งคำถามขึ้นมาพร้อมกัน

“ก็พวกเจ้าล้วนแต่ทำไปด้วยความคาดหวังที่จะทำให้เจ้านายของพวกเราได้ก้าวไปยังจุดที่ดีที่สุดไม่ใช่หรือ  เพียงแต่พวกเจ้าอาจหลงลืมไปว่าอะไรที่มันมากเกินไป  ก็อาจนำมาซึ่งความล้มเหลว และความพยายามก็อาจไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องประสบความสำเร็จเสมอไป....สมอง  เจ้าไม่ได้ปราดเปรื่องน้อยลงไปหรอก  ความปราดเปรื่องยังคงอยู่กับเจ้า แต่มันก็อ่อนล้าลงไปเรื่อย ๆ เมื่อเจ้าใช้มันโดยไม่เปิดโอกาสให้มันได้พักผ่อนบ้าง  ข้าคิดว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับพวกเราทั้งหมดต่างหาก”

“ดียังไงในเมื่อเจ้านายของเรากำลังทุกข์ร้อนเช่นนี้”  หู แย้งขึ้นมาอย่างไม่เห็นด้วย  ความทุกข์ยังครอบงำมัน  ด้วยเสียงถากถางที่ยังคงก้องอยู่ไม่จางหาย

“ดีตรงที่ทำให้อวัยวะอย่างพวกเราได้กลับมาทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  อย่างที่พวกเรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ไงล่ะ  เมื่อเราได้นิ่งคิดอย่างมีสติ  โดยไม่มีความทะยานอยากอย่างไม่มีที่สิ้นสุดมาเป็นตัวชี้นำ  ปัญญาก็จะเกิด  และเมื่อปัญญาก่อกำเนิด  เราก็จะได้ความปราดเปรื่องของสมองกลับคืนมา ส่วนเจ้า หู เจ้าจะมีความสุขมากขึ้นหากปิดหูหยุดรับฟังเสียงภายนอกสักระยะ  แล้วเจ้าจะรู้ว่าไม่มีอะไรเลวร้าย  หากเราเลือกที่จะรับฟัง  และรู้จักทิ้งสิ่งไม่ดีไม่ให้มาบั่นทอนตัวเอง”

จริงอย่างที่ “ดวงตา” พูด เมื่อ “หู” หยุดรับฟังสิ่งเลวร้ายชั่วคราว  ความร้อนรุ่มที่เคยเกิดขึ้นก็ค่อย ๆ มลายหายไป  จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง  ส่วน “สมอง”  เมื่อได้พักผ่อนอย่างพอเพียง  ความปราดเปรื่องที่อ่อนล้ามายาวนาน  ก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเข้ามา “สมอง” ก็เปี่ยมไปด้วย “ปัญญา” ที่จะแก้ไขอย่างมี “สติ”  ด้วยเหตุนี้เจ้านายของพวกมัน  จึงกลับมาเป็น “ชายหนุ่ม” อนาคตไกลอีกครั้ง  ที่สำคัญ “ชายหนุ่ม” คนนี้ ยังได้เรียนรู้เพิ่มเติมด้วยว่า  “มากเกินไปก็เลยเป้าหมาย  แต่ถ้าน้อยเกินไปก็เดินไม่ถึง และหายนะก็มักมาเยือนคนหูเบา  ทางที่ดีจึงควรก้าวเดินอย่างมีสติ  โดยไม่ให้ความวาดหวังที่เกินพอดี  มาเป็นตัวทำลายความสุขในชีวิต”

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โดย มาตาวายุกานต์

 

กลับไปที่ www.oknation.net