วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บนผืนน้ำ ตามผืนทราย


จะด้วยผลบุญหรือเวรกรรมก็ตามแต่ ระยะหลังๆ มานี้ จึงมีโอกาสได้ข้องแวะกับ สายลม แสงแดด และเกลียวคลื่น อย่างสม่ำเสมอ ทั้งฟากอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ไปทีไรก็ชื่นใจ เพราะท้องทะเลไทยเรานี้  สวยสดใสไปซะทุกที่โดยเฉพาะกับหาดชื่อดังใกล้เมืองกรุงด้วยแล้ว ผู้คนยิ่งหลั่งไหลไปใช้บริการกันจนแออัด หรือแม้แต่เกาะแก่งห่างไกลออกไป ก็ยังตามกันไปหาความสำราญกัน

 วินาทีหนึ่งบนเรือตังเกลำน้อย ขณะที่อยู่ในห้วงความคิดอันเหม่อลอย สายตาก็ไปประสบกับเรือบรรทุกสินค้าลำยักษ์ แล่นเอื่อยผ่านไปตามร่องน้ำลึก ด้านบนเต็มเพียบไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์ บรรจุวัตถุทุนนิยมจนเรือลำสูง จมลงไปใต้น้ำเสียค่อนลำ

ในภวังค์นั้น มโนภาพก็พรั่งพรูออกมาอย่างไร้สติ ความยากเข็ญของกรรมาชีพ ความฉ้อฉลของนักการเมือง การจราจรอันแออัด สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม สภาวะอากาศแปรปรวน ขั้วโลกร้อน เส้นศูนย์สูตรหนาว ฯลฯ กว่าจะรู้สึกสำนึกตัวได้อีกที สัมปชัญญะก็ล่องลอยไปถึงหนึ่งดินแดนไกล เมื่อครั้งไปเยือนถิ่นอาหรับ ณ ประเทศบาห์เรน เมืองเกาะแห่งอ่าวเปอร์เซียนี้ ถูกโอบล้อมไปด้วยทะเล และเมื่อเทียบเคียงเอากับ ภูเก็ต หรือ เกาะช้าง แห่งสยามประเทศ นั่นทำให้รู้สึกไปเองว่า น่าจะมีชายหาดสวยๆ มากมายให้หย่อนใจกันได้ แต่นั่นไม่ใช่ตรรกะ

หลังจากที่ช่วงกลางวัน เราเดินทางสำรวจไปรอบเกาะซึ่งไม่กว้างใหญ่ไปกว่าการเดินทางด้วยรถยนต์ภายในระยะหนึ่งช่วงแสงอาทิตย์แห่งวัน  และได้พบภูมิประเทศต่างๆ หลากหลาย รวมทั้งชายหาดสวยไร้ผู้คน เย็นย่ำกลางกรุงมานามา เมืองหลวงอันพลุกพล่าน ไกด์กิตติมศักดิ์พาเราไปยังสถานที่หย่อนใจยอดนิยมของเมือง ซึ่งพลิกความคาดหมายอย่างจัง รถจี๊ปเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร ซึ่งเหมาะกับประเทศแห่งปิโตรเลียมแบบนี้เท่านั้น คืบคลานผ่านเข้าไปในแนวรั้วยาวสุดสายตา ลานซีเมนต์กว้างใหญ่ เรียงรายด้วยตู้โลหะยักษ์ รถบรรทุกล้อเยอะแล่นขวั่กไขว่ไปมาราวขบวนสวนสนาม ไม่นานนัก เราก็มายืนอยู่บนผืนทรายอีกครั้ง แต่ทรายที่นี่ไม่เหมือนกับที่อื่นซึ่งเพิ่งไปเหยียบมาแล้วเกือบทั้งวัน

บนเม็ดทรายหยาบแข็ง เจือด้วยคราบน้ำมันบางเบา พอให้รู้ได้ว่านี่เป็นเขตอุตสาหกรรม ผมเห็นผู้คนหลากวัย สนุกสนานอยู่กับจินตนาการของตน บ้างก่อปราสาท บ้างดำผุดดำว่าย บ้างนั่งตระกองกระหนุงกระหนิงอิงแอบ แต่ที่สะดุดตาอย่างยิง ไม่ใช่ดวงอาทิตย์อัสดงที่กำลังจะลับขอบฟ้า แต่กลับกลายเป็นเจ้าเหล็กลอยน้ำลำยักษ์ ที่ทอดตัวสงบนิ่งอยู่เบื้องหลัง

ไม่น่าเชื่อว่าคนในเมืองแห่งเกาะเช่นที่นี่ จะอาศัยท่าเรือน้ำลึกเป็นแหล่งพักใจ  แต่เมื่อย้อนนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งวัน เราได้รับรู้ถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเมือง จนที่ดินธรรมชาติไม่พอใช้ นายทุนใหญ่จึงถมทะเลเพิ่มเนื้อที่ นั่นทำให้หาดทรายสวยกลายสภาพเป็นเขื่อนคอนกรีต น้ำทะเลใสกลายเป็นตะกอนขุ่น.....

 ตังเกน้อยลำเดิมทอดสมอนิ่ง เสียงเจื้อยแจ้วจากท้ายเรือ เรียกสติผมคืนมา ก่อนจะจัดแจงกับเครื่องแต่งตัวที่เริ่มคุ้นเคย แล้วมุดลงสู้ก้นพื้นน้ำ เพื่อปฏิบัติภาระกิจฟื้นโลกใต้ทะเล

 ด้วยเผื่อใจไว้ว่า ชีวิตเล็กใต้น้ำเหล่านี้ จะเป็นข้อต่อรอง ไว้ต่อต้านการพัฒนาที่ไม่รู้จักพอได้ในอนาคตได้บ้าง

โดย -มี๊-โซน7

 

กลับไปที่ www.oknation.net