วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โครงการผันน้ำจากเขื่อนน้ำงึม สปป.ลาว จำเป็นหรือยัง


               

                          เส้นทางการผันน้ำ

                          

                  อีสานเป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อว่ามีความแห้งอย่างแสนสาหัสมาตั้งแต่บรรพกาล  ตั้งแต่ผมเกิด  และโตมาจนหัวหงอก  ถึงปัจจุบันเดือนสี่เดือนห้า อีสานก็ยังรอรับการแจกจ่ายน้ำจากทางราชการอยู่ทุกปี   ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของรัฐบาล (สมัยไหนช่างหัวมันเถอะ) จึงได้ว่าจ้างบริษัทศึกษาโครงการผันน้ำจากเขื่อนน้ำงึม จาก สปป.ลาว  เงินลงทุนการก่อสร้างทั้งโครงการก้อนเล็กๆแค่ 76,000  ล้านบาท

 "อะจ๊าก!   ตาเถรตกกระโถน  ก้อนเล็กบ้านป้าแกเรอะ..? ตั้งเจ็ดหมื่นกว่าล้าน.. ซื้อสโมสรฟุตบอลอังกฤษ  ได้ตั้งหลายทีมนะนั้น"

"ไม่เป็นไร เพื่อชาติประชาชน (และกระเป๋าข้า) แค่นี้ เรื่องจ้อยโว้ย" 

                 "แล้วน้ำฟรีอะป่าว "

    

                 "ของฟรีมีที่ไหน"

 "นี่ซื้อไฟลาวอย่างเดียวยังไม่พอ  แถมยังจะซื้อน้ำจากลาวอีก แบบนี้ลาวไม่รวยอื้อ สะดือปลิ้นแซงหน้าประเทศไทยไปเลยเหรอ?"

                  "ลาวบอกว่าปี 2020 ลาวจะหลุดพ้นจากประเทศด้อยพัฒนา  และจะมีรายได้ต่อหัวต่อปีมากที่สุดในอาเซียน"

                  "โม้ป่าว" 

                   "ไม่ได้โม๊"      

               โครงการผันน้ำจากเขื่อนน้ำงึม เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากการศึกษาการจัดทำแผนหลักการผันน้ำจากเขื่อนน้ำงึม ซึ่งได้จัดทำแผนหลักการผันน้ำจากน้ำงึมโดยการสร้าง Barrage ในลำน้ำงึม แล้วผันน้ำในอัตรา150ลบ.ม.ต่อวินาทีผ่านคลองผันน้ำในประเทศ สปป.ลาวผ่านอุโมงค์ลอดแม่น้ำโขงเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงตอนล่างเพื่อกระจายไปในพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 3.26ล้านไร่ในพื้นที่ 13 ลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำโขงอีสานและลุ่มน้ำชี

                 

พื้นที่เป้าหมายสำหรับการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น โครงการผันน้ำจากเขื่อนน้ำงึมจะจำกัดเฉพาะในลุ่มน้ำโขงอีสานและลุ่มน้ำชี  ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น หนองบัวลำภูและมหาสารคาม   โดยมีลุ่มน้ำย่อยซึ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำโขงอีสานและลุ่มน้ำชี ในพื้นที่โครงการจำนวน 13 ลุ่มน้ำสาขา ประกอบด้วย ห้วยน้ำสวย ห้วยหลวง ห้วยดาน แม่น้ำสงครามตอนบน แม่น้ำสงครามตอนล่าง ห้วยน้ำยาม  ลำน้ำพองตอนบน ลำพะเนียง  ลำน้ำพองตอนล่าง ห้วยสายบาตร ลำปาวตอนบน ลำพันชาด ลำปาวตอนล่าง

                    

โครงการนี้ มีแนวผันน้ำมี 4 เส้นทาง ประกอบด้วย

เส้นทางที่ 1 :  จากเขื่อนทดน้ำน้ำงึม สปป.ลาวถึงอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงตอนล่าง โดยเริ่มจาก
ทิศตะวันตกของบ้านเวิน (บ้านพร้าว) สปป.ลาว ผันน้ำจากฝั่งขวาของน้ำงึมเป็นคลองดาดคอนกรีต ปริมาณน้ำไหล 150 ลบ.ม./วินาที ความลึกน้ำ 4.00 เมตร ความกว้างผิวน้ำ 31.4 เมตร เขตคลองกว้าง 90 เมตร  ความยาว 17.0 กม. ตัดผ่านถนนทางหลวงสายเวียงจันทน์-ปากซัน ถึงริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณบ้านดองซาน (
Dongsan) ก่อสร้างอุโมงค์ f6.00 เมตร จำนวน 3 แถว ยาวแถวละ1,190 เมตร ลอดใต้แม่น้ำโขงมาโผล่ที่ฝั่งไทยบริเวณหนองเด่นเมืองข้างวัดโพธิ์งาม บ้านแดนเมือง ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ระดับน้ำเริ่มต้นคลองที่เขื่อนทดน้ำน้ำงึม +163.00 ม.รทก. และปลายคลองที่ห้วยหลวง มีระดับน้ำ +158.00 ม.รทก. สำหรับระดับดินเดิมตามแนวคลองส่งน้ำมีค่าประมาณ +160.00 ถึง +165.00 ม.รทก. มีพื้นที่รับประโยชน์ทางเกษตรกรรม 337,594 ไร่

                

เส้นทางที่ 2 :  อ่างเก็บน้ำห้วยหลวงตอนล่าง-แม่น้ำสงคราม-น้ำยาม เริ่มจากริมแม่น้ำห้วยหลวงบริเวณบ้านถ่อนนาเพลิน  ต.นาทราย อ.พิบูลรักษ์ จ.อุดรธานี สูบน้ำจากสถานีสูบน้ำบริเวณต้นคลองจำนวน 132.1 ลบ.ม./วินาที ส่งน้ำเข้าคลองขนาดความลึก 4.00 ม. ความกว้างผิวน้ำ 23.40 ม. ความยาว 11.09 กม. แยกส่งไปทางแม่น้ำสงครามและน้ำยาม 31.5 ลบ.ม./วินาที และแยกส่งไปหนองหานกุมภวาปี 95.2 ลบ.ม./วินาที จุดแยกคลองบริเวณบ้านโนนสมบูรณ์ ต.นาชุมแสง อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี เป็นคลองดาดคอนกรีตความลึกน้ำ 2.70 ม. และความกว้างผิวน้ำ 13.50 ม. ความกว้างเขตคลอง 60 ม. ความยาวคลองช่วงนี้ประมาณ 44.6 กม. เมื่อแนวคลองผ่านแม่น้ำสงครามจะปล่อยน้ำลงแม่น้ำสงครามประมาณ 5.9 ลบ.ม./วินาที บริเวณบ้านท่าสะอาด ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ปลายคลองจะไปสิ้นสุดที่ลำน้ำยามบริเวณบ้านแกดำ ต.เจริญศิลป์ อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ปล่อยน้ำลงน้ำยามประมาณ 17.0 ลบ.ม./วินาที มีพื้นที่รับประโยชน์ทางเกษตรกรรม 596,148 ไร่

                   

เส้นทางที่ 3 :  อ่างเก็บน้ำห้วยหลวงตอนล่าง-หนองหานกุมภวาปี เริ่มจากริมแม่น้ำห้วยหลวงบริเวณบ้านถ่อนนาเพลิน  ต.นาทราย อ.พิบูลรักษ์ จ.อุดรธานี จุดเริ่มต้นเดียวกับเส้นทางที่ 2 โดยใช้คลองร่วมกันไปประมาณ 11.09 กม. เริ่มมีอัตราการไหล 132.1 ลบ.ม./วินาที แยกเป็นเส้นทางผันน้ำที่ 3 ที่บริเวณบ้านโนนสมบูรณ์  ต.นาชุมแสง อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี โดยมีอัตราการไหล 95.2 ลบ.ม./วินาที มีทิศทางไหลลงทิศใต้ คลองมีความลึกของน้ำ 4.00 ม. ความกว้างผิวน้ำ 20.0 ม. ความกว้างเขตคลอง 90.0 ม. ปลายคลองสิ้นสุดที่ หนองหาน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี โดยปล่อยน้ำลงหนองหาน ประมาณ 79.0 ลบ.ม./วินาที คลองช่วงนี้ยาวประมาณ 38.99 กม. จุดปล่อยน้ำลงหนองหานกุมภวาปีที่บ้านคง ต.อุ่นจาน อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี มีพื้นที่รับประโยชน์ทางเกษตรกรรม  600,735 ไร่

                          

เส้นทางที่ 4 :  หนองหานกุมภวาปี-อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เริ่มต้นที่ริมหนองหานกุมภวาปี
ฝั่งขวาบริเวณบ้านปอ ต.กุมภวาปี จ.อุดรธานี สถานีสูบน้ำขนาด 32.1 ลบ.ม./วินาที สูบน้ำเข้าคลองลึก 2.40 ม. ความกว้างผิวน้ำ 12.00 ม. เขตคลองกว้าง 50.0 ม. แนวผันน้ำไปทางทิศตะวันตกส่งน้ำไปตามรายทางของแนวผันน้ำประมาณ 7.1 ลบ.ม./วินาที และ 14.5 ลบ.ม./วินาที  จากนั้นปล่อยน้ำลงอ่างอุบลรัตน์ประมาณ 10.5 ลบ.ม./วินาที ก่อนจะเข้าอ่างจะมีอาคารชลศาสตร์เป็นอุโมงค์ลอดภูเขาภูพานความยาวประมาณ 3.75 กม. อุโมงค์มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.8 ม. ความยาวแนวผันน้ำทั้งหมด 55.10 กม. จุดสิ้นสุดเส้นทางที่ 4 ที่บ้านกุดคอเมย ต.กุดกู่ อ.โนนสังข์ จ.หนองบัวลำภู โดยในช่วงหนองหาน-อุบลรัตน์ มีพื้นที่รับประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรม 665
,086 ไร่ส่วนการผันน้ำจากหนองหานกุมภวาปี-อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว จะปล่อยน้ำจากประตูระบายน้ำหนองหานลงสู่อ่างเก็บน้ำลำปาว มีอัตราการไหล 36.9 ลบ.ม./วินาที   โดยใช้ลำน้ำลำปาว มีพื้นที่รับประโยชน์ในช่วงหนองหาน-ลำปาว ทางด้านเกษตรกรรมเป็นพื้นที่ใหม่ 37,838 ไร่ และในช่วงลำปาว-น้ำชี มีพื้นที่รับประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรม 1,057,411 ไร่  รวมมีพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการ ประมาณ 3,256,974 ไร่  ผ่านบ้านใครบ้างดูเอาเองละกัน

                 

เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่มาก ใช้งบประมาณลงทุนสูงมาก  องค์กรบริหาร จัดการน้ำแบบเดิม ๆ อาจจะไม่เหมาะสม   ฉะนั้นทางเลือกของรูปแบบการบริหารจัดการน้ำอาจจะเป็น รัฐวิสาหกิจ   หรือองค์การมหาชน  ดำเนินการเองหมดทุกอย่าง  หรือให้เอกชนดำเนินการเองทั้งหมด  หรือดำเนินการร่วมระหว่างรัฐวิสาหกิจและเอกชน  ซึ่งทางเลือกรูปแบบที่น่าจะดำเนินการคือรูปแบบรัฐวิสาหกิจหรือองค์การมหาชนดำเนินการ โดยให้เอกชนมีส่วนร่วมในบางภารกิจเท่านั้น

"เป็นไงคุ้มไม๊"  

"เออ..ฟังดูเข้าท่า…แต่ถ้าเอกชนทำคนใช้ก็ต้องเสียค่าน้ำดิ"

"ก็บอกแล้วของฟรีมีที่ไหน" 

จากการศึกษาด้านกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำของประเทศ สปป.ลาว ไม่พบข้อกฎหมายที่จะเป็นอุปสรรคในการพัฒนาโครงการผันน้ำจากประเทศ สปป.ลาวจึงขึ้นอยู่กับการเจรจาในระดับสูงของรัฐบาลไทยและรัฐบาล สปป.ลาว เพื่อหาข้อตกลงต่อไป

             "อ้าว ..แล้วยังไม่ได้คุยกันหรอกเหรอ?"

             "ยัง..แค่ศึกษาเท่านั้น"

             "เอ๊า….ถ้าเกิดเขาไม่ให้  ไม่เสียเงินศึกษาฟรีรึ?"  

              "ช่างมัน"

             

             "แล้วเมื่อไหร่จะได้ใช้"

            

             "หากลงมือทำตั้งแต่วันนี้ อีก 23 ปีเสร็จเรียบร้อย"

             

             " แล้วตูไม่แก่ตายก่อนเรอะ? ”

        

             "ช่างมึง….แล้วมึงคิดว่ากูจะเหลือซากเรอะิ"

“???????????????”

ยังมีคำถามอีกมากมายที่จะตามมา อาทิ ถึงเวลาแล้วหรือที่จะต้องพึ่งพาอาศัยน้ำจากลาว? ทำไมต้องข้ามไปเอาซะไกล ในเมื่อน้ำโขงอยู่ใกล้ๆลงทุนก็ไม่มาก หรือ จำเป็นแค่ไหนที่จะต้องไปเอาจากที่อื่น บ้านเราหมดพื้นที่พัฒนากันแล้วหรือ? พัฒนากันเต็มศักยภาพหรือยัง? ฯลฯ เยอะแยะมากมาย....แต่ตอนนี้ตาลายแล้ว ไว้โอกาสต่อไปก็แล้วกัน... ฝากไว้ช่วยกันคิด

โดย หนาแป้นปีก

 

กลับไปที่ www.oknation.net