วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภาพชีวิตงดงาม ยามปั่นรถถีบ


ภาพชีวิตงดงาม ยามปั่นรถถีบ

อ้างอิง - ภาพ http://burabhawayu.multiply.com/photos 

ในยามเด็ก

ผมเคยตื่นตะลึง

ยามเห็นภาพหญิงขี่รถถีบกางร่ม

งดงามอย่างยิ่งสำหรับภาพประทับเหล่านั้น สำหรับชีวิตอันเรียบง่ายงดงาม ในแต่ละมนต์เสน่ห์ของชีวิต แต่ละเรื่องราวจากความเรียบง่ายของจักรยานคันหนึ่ง ซึ่งสำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าเป็นนวัตกรรมอันยิ่งใหญ่ของผู้คน

เครื่องกลซึ่งใช้แรงกายอันเรียบง่าย

เป็นทั้งภาพสะท้อนของความคิดและร่างกาย

ที่สอดประสานไว้อย่างลงตัว

ในเรื่องราวของวงล้อ เฟือง โซ่ และขาของเรา ผสมความหมายของลมหายใจ กำลังกาย จังหวะวิธี ความเข้าใจต่อสมดุลย์ของตัวเองกับเครื่องกลอย่างง่าย เมื่อเพียงประคองตัว บังคับทิศ แล้วคำนวนกำลังขา เมื่อคิดดีว่าสามารถปั่นได้เร็วพอ ก็ต้องเริ่มต้น พอเมื่อสายลมผ่านหน้ายามขาปั่นแรงเร็วขึ้น เราจะรับรู้ถึงภายใต้กำลังกายและใจของเรา ตื่นเต้นอยู่ภายใน

สมิทธิ ธนานิธิโชติ

ถ่ายทอดภาพนี้จากเมืองเว้

เมื่อหญิงสาวชุดแต่งงานประจำชาติ ปั่นผ่านหน้ากล้อง 

บันไดเบื้องหน้าผ่านเสาประตูสวรรค์ ขึ้นสู่เจดีย์ใหญ่เบื้องสูง ดุจเราแหงนหน้ามองหนทางสู่สวรรค์ เพราะเบื้องบนนั้นคือที่สถิตของมงคลแห่งชีวิต เขาเก็บภาพนี้ในท่ามกลางความเคลื่อนไหว และกล้องเชิดเลนส์สู่เบื้องหน้า

นอกจากเมืองเว้จะมีสีสันผู้คนเป็นเสน่ห์

เว้ยังมีสีสันจากจักรยานรถถีบ

และสีสันของเมืองเล็ก

เมื่ออาคารและตึกของเมืองนี้ เหมาะสมอย่างยิ่งต่อชีวิตอันงดงาม อาคารรูปแนวฝรั่งเศส ทรงโคโลเนียลสไตล์เจ้าอาณานิคม ซึ่งสร้างด้วยช่างจีนและช่างเวียด โดยมีแรงงานเวียด จีน และเขมรเป็นผู้ตกแต่งอาคารเหล่านี้ บ่อยครั้งที่ทำให้เราเผลอคิดไปเอง ในท่ามกลางความเรียบง่าย ว่าอาจมีเพียงจักรยานคันเก่า ก็เพียงพอจะทำให้เราได้ชื่นใจว่า ชีวิตในแต่ละวันนั้นเรียบง่ายและงดงามหมดจด ขณะที่ในภาพบ้านสีเหลืองนี้ คือหนึ่งที่คล้ายเมืองเว้ แต่คือเมืองฮอยอัน

ความงามซึ่งช่างภาพกล่าวว่า ฮอยอัน สวรรค์มีจริง

ที่ซึ่งเราอาจไม่ต้องการสิ่งใด

เพื่อมาบั่นทอนช่วงเวลาอันงดงามเหล่านี้

ใช่ว่าวันเวลาจะนำพาแต่สิ่งดีงาม

กาลเวลายังนำพาปริศนา

มาให้เราได้ขบคิด

จากสิ่งไม่ดีสู่สิ่งดีวนเวียนกันไป จากสิ่งดีสู่สิ่งไม่ดีจากสิ่งไม่ดีสู่สิ่งดี สลับสับเปลี่ยนวันเวลากันไปให้เราได้ตั้งสติ ถึงความเปลี่ยนผ่าน และกาลที่เปลี่ยนไปของชีวิต ทั้งความคิดและร่างกายของเรา ล้วนเปลี่ยนแปลงไปดั่งวงล้อที่เราปั่นไปเบื้องหน้าอยู่เสมอ มีเพียงการกำกับทิศทาง แลจังหวะจะโคนของการปั่น เพื่อไม่เพียงต้องล้มคะเน แต่ยังต้องไปในความเร็วอันเหมาะสม

มากไปขาอาจเมื่อย

แรงไปลมหายใจอาจขาดช่วง

ผ่อนมากไปอาจรันทดใจว่าอ่อนแอ

แต่ละทีที่ขาถีบบันไดจักร ความคิดอาจผุดขึ้นมาให้ได้สำนึก จากทั้งแรงของเรา จากสิ่งรอบข้างรอบตัว ถนนเบื้องหน้าอาจให้สติได้อย่างฉับพลัน หากตัดสินใจผิดพลาดท่ามกลางหลุมบ่อของจิตใจ แฉลบไปเพราะเหลียวหน้ามองข้างทางเนิ่นนานเกินไป ไม่เพียงแต่สร้างคำถาม ยังสร้างความตระหนักได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ยามเมื่อปั่นไปในแต่ละความรู้สติ

มุมมองจากจักรยานของสมิทธิ

มักชื่นชอบสภาพการหยุดนิ่ง

ยามจักรยานวางนิ่งวางพิง

แง่มุมหนึ่งเหล่านี้

ล้วนมองไม่ต่างจากจังหวะหยุดพักชีวิต

หดหายจากความเร่ง ยามมีอารมณ์ผ่อนปรนชีวิต

สมิทธิถ่ายภาพแง่งามแห่งตลาดคลองสวน ออกมาเป็นเรื่องราวให้ได้รำลึก ถึงคืนวันเก่าก่อน จากภาพบ้านไม้เก่ารูปแบบร้านค้าในตลาด เรียบง่าย และสงบนิ่ง แทบจะจางหายไปพร้อมกับตึกปูน และร้านค้าส่งรูปแบบใหม่ รถจักรยานอาจไม่มีที่ทางให้จอดยามปั่นเข้าศูนย์การค้าใหญ่โต หรือคิดเพียงจะจอดพักไว้ข้างประตู ก็ดูหมองกับข้างทางเบื้องหน้า

ในแต่ละแง่มุมการมองเห็น

บางครั้งเหมือนเราต่างโหยหาคืนวัน

จำความหลังครั้งอดีตของชีวิตเมื่อยามพักรถ

ใช่ว่าชีวิตกับจักรยานจะเป็นเพียงเรื่องราวซึ่งไปเบื้องหน้าเท่านั้น จักรยานยังผสมผสานสิ่งอันผ่านเลยจากตัวตนของเราออกไป เสมือนหนึ่งลืมเลือนเพื่อนเก่าแก่เก่าเก็บ จากกันไปนานเพราะรถเครื่องทันใจมากกว่า รถเก๋งแอร์เย็นฉ่ำหรือเหยียบได้สุดใจมากกว่า เพียงออกกำลังชีวิต หรือออกกำลังลมหายใจ

ไม่ใช่อย่างแน่นอนสำหรับวันคืนอันเร่งเร้า

ที่จักรยานจะเป็นส่วนหนึ่งบนเส้นทางอันรวดเร็ว

ไม่ใช่อย่างแน่นอนสำหรับความเร่งเร้า

ที่จักรยานไม่อาจมอบให้ได้ กำลังแรงมหาศาลซึ่งไม่อาจหยิบยื่น หากต้องการความเร่ง ความเร็ว และกำลังที่เกินแรงกายของเรา หากวันนั้นหัวใจของเราต้องการความเร็วที่มากมาย จักรยานอาจทำได้เพียงจอดนิ่งลง เพียงเพื่อรอคอยเรายามหวนกลับมาสู่ที่พักพิงของหัวใจ ยามเมื่อใจเราอยากผ่อนความเร็ว ยามเมื่ออยากรับรู้กำลังขา ยามได้ถีบปั่นไปเบื้องหน้า

จักรยานเหล่านี้

อาจทำได้เพียงเท่านี้

ทำได้เพียงการรอคอยความต้องการครั้งเก่าของชีวิตเรา เหมือนสองล้อสองคันนี้ ซึ่งจอดแนบชิดฝาบ้าน แห่งตลาดเก่าวัดเพลง เมืองราชบุรี จอดเพื่อรอคอยความฝันในวัยเด็ก ที่เป็นความฝันไม่มากมาย ให้เราได้ย้อนมาปั่นถีบความฝันเล็กน้อย ให้ย้อนกลับมาลอยล่องไปอีกครั้ง

มาร่วมปั่นความฝันวัยเด็ก

ปั่นจักรยานแห่งความฝันวัยเด็ก กันเถอะ ครับ

หมายเหตุ : สมิทธิ ธนานิธิโชติ รวบรวมผลงานภาพจักรยาน ไว้ในพื้นที่ส่วนตัวซึ่งสามารถค้นหาได้ จากรายละเอียดอ้างอิงภาพของ สมิทธิ โดยให้ชื่อเรื่องราวของงานชุดนี้ภายใต้ชื่อ เรื่องของสองล้อ ว่าเป็นที่พักใจ ในท่ามกลางมุมมองอันแตกต่างของผู้ชมแต่ละคน สำหรับที่พักในใจใครแต่ละคน 

http://burabhawayu.multiply.com/photos 

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net